[Editor’s Choice] เกมที่ดีที่สุดในปี 2017 by GlobalRin

ปี 2017 ปีทองแห่งวงการเกมที่มีเพชรน้ำดีมากมายให้เราได้เล่นกันตั้งแต่ต้นปีจนถึงท้ายปี ผมเองก็มีความทรงจำที่ดีกับการได้เล่นเกมต่างๆที่ออกมาในช่วงปีนี้ และอยากจะมาบอกเล่าถึงเกมแต่ละประเภท ที่ผมเล่นแล้วรู้สึกว่าดีที่สุดในความคิดของผมครับ


Nier:Automata

การต่อสู้ตัวตายตัวแทนหมื่นปีระหว่างแอนดรอย์ที่สร้างโดยมนุษย์ และจักรกลที่สร้างโดยเหล่าเอเลี่ยนบุกโลก เนื้อเรื่องใน Nier:Automata นั้นเป็นเนื้อเรื่องต่อจากเกม Nier:Gestalt/Replicant(เกมเดียวกันแต่คนละชื่อ) และเกม Drakengard

หากถามผมว่าโลกมนุษย์ในเกม Nier/Drakengard นั้นเละเทะขนาดไหน ผมจะเล่าเป็นตอนๆนะครับ คือหลังจบเกม Drakengard (True Ending)ตัวเอกเราสู้กับบอสสุดท้ายแล้วดันเปิดประตูมิติที่เชื่อมโลกแฟนตาซี(Drakengard) กับกรุงโตเกียวในโลกแห่งความเป็นจริง(โลกปัจจุบัน/Nier) แล้วดันเอาพลังเวทที่เป็นของธรรมดาในโลกแฟนตาซี แต่สำหรับโลกเราแล้วไม่ต่างอะไรจากไวรัสร้ายแรง ข้ามประตูมิติมาด้วยจนผู้คนติดเชื้อล้มตายก่อนกลายสภาพเป็นสัตว์ประหลาดฆ่าคนไปทั่ว ถึงขั้น UN ต้องสร้างกำแพงสูงขึ้นมากั้นทั้งเมืองและจบลงด้วยการหย่อนระเบิดนิวเคลียร์ลงแผ่นดินญี่ปุ่น แต่ก็ไม่ทันการเชื้อร้ายในชื่อ White Chloronation Syndrome ก็ได้แพร่ไปทั่วโลกแล้ว

ที่พูดมาคือเนื้อเรื่องก่อนภาค Nier:Gestalt/Replicant ครับ ใน Nier:Automata นั้นแม้มนุษยชาติจะประสบความสำเร็จในการส่งพลังเวทในชั้นบรรยากาศกลับคืนสู่โลกแฟนตาซีสำเร็จ ไม่นานก่อนที่โลกจะฟื้นตัว ก็ดันถูกเอเลี่ยนบุกโลกอีก(มาจากไหนฟระ..) เหล่ามนุษย์จึงต้องหอบผ้าหอบผ่อนหนีไปตั้งรกรากบนดวงจันทร์ ปล่อยให้ดาวสีฟ้าที่เคยสวยงามกลายสภาพเป็นสนามรบของสงครามตัวแทนระหว่างแอนดรอย์(ฝ่ายมนุษย์)และทัพจักรกล(ฝ่ายเอเลี่ยน) ก็เป็นหน้าที่ของเราครับในฐานะหนึ่งในแอนดรอย์ที่จะต่อสู้เพื่อเอาชนะเหล่าจักรกลและชิงโลกกลับคืนมาในนามตัวแทนของมนุษยชาติให้ได้

Nier: Automata เกมเพลย์หลักเป็นแนว Action ต่อคอมโบคล้าย Devil May Cry/Bayonetta ที่ผมเรียกว่าเกมเพลย์หลักเพราะในเกมจะมีหลายช่วงที่เราจะบังคับตัวละครในแบบ Side-Scrolling เหมือนเกม Castlevania, แนว Top-Down แบบเกมยานยิงเช่น Gradius แม้กระทั่งแนว Bullet Hell ที่กระสุนเต็มจอแบบเกมอย่าง Touhou ก็มีให้เราหลบกันแทบไม่พ้น ถือว่าเป็นความหลากหลายที่ทำให้เกมมีมิติสูงมาก และเป็นอะไรที่เซอร์ไพร์ผมไปตลอด 80 ชม.ของการเล่นเกมนี้จริงๆครับ


Persona 5
ซีรี่ย์ Persona สำหรับผมคือเกมที่คงความเป็น JRPG ไว้อย่างครบถ้วน ทั้งระบบการสนทนาแบบเดินไปคุย, หน้าจอ UI ที่บอกตรงๆภาคนี้ผมให้ห้าดาวกับทีมออกแบบเลย UI ต่างๆในเกมสวยงามดูกี่ดีก็ไม่เบื่อ, เพลงประกอบที่ผมชอบมากจนบางทีก็วางจอยนั่งฟังเพลงเฉยๆ และระบบบริหารในการทำ Activity ในเวลาเช้า-เย็น ที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นเกมแรกๆที่คิดค้นระบบนี้ขึ้นมา แต่นั้นเป็นเพียงท๊อปปิ้งหน้าเค้กครับ สำหรับผม Persona 5 จุดขายนั้นอยู่ที่เนื้อเรื่องต่างหาก

จะมีสักกี่เกมที่เอาปัญหาสังคมที่โลกปัจจุบันมาบอกเล่าผ่านเกม ถ้าไม่ใช่ Persona 5 เกมที่บอกเล่าเรื่องราวของเหล่าเด็กวัยรุ่นในสังคมที่ผู้ใหญ่ไร้ความรับผิดชอบ, ผู้คนเผิกเฉยต่อความทุกข์ยากของคนอื่นๆ, โรคซึมเศร้า, การกลั่นแกล้ง, อาชญากรรม, ปัญหาการฆ่าตัวตาย และเหล่าผู้มีอิทธิพลที่ครองอำนาจเด็ดขาดที่สั่งให้จบอนาคตของคนๆหนึ่งได้ ในเกมเราจะรับบทเป็นเด็กหนุ่มที่ตกเป็นเหยื่อของการกลั่นแกล้งของผู้มีอิทธิพล ทำให้ชีวิตเขาต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ถูกตราหน้าว่าเป็นพวกอันธพาลจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ถูกไล่ออกจากโรงเรียนและส่งไปอาศัยกับคนแปลกหน้าในย่านคนเมืองที่ผู้คนไม่มีแม้แต่จะแหงนมองหน้ากันและกัน

แต่โชคดีในความโชคร้ายของเด็กหนุ่มที่สถานการณ์เหล่านี้ทำให้เขามีโอกาสได้พบกับเหล่าเพื่อนพ้องที่ตกชะตากรรมเดียวกัน “เป็นผู้เคราะห์ร้ายจากความชั่วร้ายในสังคม” และค้นพบปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติที่ทำให้กลุ่มเด็กเหล่านี้สามารถเข้าไปในจิตใจเบื้องลึกของมนุษย์ ดังที่คนเราจะมีหน้ากากคลุมโฉมหน้าที่แท้จริงของตัวเอง เหล่าเด็กที่ถูกคนอื่นมองว่าเป็นเดนสังคมนี้จะใช้พลังที่ได้รับในการนำเหล่าคนชั่วในคราบคนดี ฉีกหน้ากากจอมปลอมนั้นและนำความยุติธรรมกลับคืนมาสู่สังคมที่เน่าเหม็นในนาม “จอมโจรแห่งเงา” The Phantom Thief!!


Monster Hunter World (BETA)

ผู้อ่านหลายคนคงสงสัยกับช้อยส์นี้ของผม ว่าเกม BETA มันนับเป็นเกมดีประจำปีได้อย่างไร เกมก็คือเกมครับ หากเกมนั้นสามารถทำให้ผมนั่งติดจอเล่นยาวลืมวันลืมคืนรวดเดียว 6+ ชม. ในคืนเดียวและเบ็ดเสร็จเกือบๆ 20 ชม. ในช่วงเวลาไม่ถึง 3 วันเช่นเดียวกับ Nier:Automata หรือ Persona 5 แม้จะเป็น BETA ผมก็ยกให้อยู่ระดับเดียวกับเกมตัวเต็มครับ

Monster Hunter World หรือมอนฮันฯ หรือที่คนไทยนิคเนมชื่ออย่างภาคภูมิใจว่า เกมล่าแย้ เป็นเกมที่ประหลาดอย่างหนึ่งคือ ตัวเกมแทบจะไม่มีเนื้อเรื่องเลย มีแค่พล๊อตเรื่องง่ายๆที่ใช้แทบทุกภาคของเกมซีรี่ย์นี้คือ เราเป็นนักล่าจากสมาคมฮันเตอร์ ที่ได้รับงานให้ไปประจำอยู่ตามหมู่บ้านหรือคาราวานต่างๆ คล้ายๆนายอำเภอคอยแก้ปัญหาจิปาถะให้ชาวบ้าน ครับเนื้อเรื่องเกมมอนฮันฯมีแค่นี้แหละ ภาค World เลยเป็นภาคแรกที่ผมเห็นเนื้อเรื่องในมอนฮันฯเป็นกิจลักษณะจริงๆ

สเน่ห์ที่ทำให้มอนฮันฯเติบโตจนกลายเป็นเกมที่มีฐานแฟนเกมที่เหนียวแน่นนั้นอยู่ที่เกมเพลย์ที่มีความซับซ้อน ยากที่จะเรียนรู้ แต่เมื่อเราเชี่ยวชาญแล้วไม่มีอะไรในเกมที่จะยากเกินไป ผมกำลังพูดถึงการบังคับ, ระบบสกิล, เทคนิคในการต่อกรกับมอนสเตอร์แต่ละตัว แต่ละสายพันธุ์, ระบบ Affinity และอื่นๆอีกมากมาย ที่แยกมอนฮันฯออกจากเกมแนว Boss-Rush อื่นๆ เพราะเกมไม่มีการเลือก Difficulty, ไม่มีหลอดเลือดศัตรูให้ดู, ไม่มีความช่วยเหลือเยอะแยะนอกเหนือจาก Training Ground ที่ผู้เล่นจะเข้าหรือไม่เข้าแล้วลุยไปตายเอาดาบหน้าเลยก็ได้ ไม่แปลกที่ว่าเกมนี้เราจะเห็นการคัดผู้เล่นที่หากผ่านกำแพง Learning Curve ของเกมได้แล้วคุณจะได้รับประสบการณ์ที่แท้จริงของการเป็น Monster Hunter ครับ


The Evil Within 2

ผมเคยทำรีวิวเกมนี้ไว้เมื่อตอนที่เกมออกใหม่ๆ ส่วนตัวผมไม่เคยเล่นภาคแรกแต่เคยเห็น Walkthrough และมันก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรขนาดนั้น แต่ภาคสองนั้นต่างออกไปครับ ผมคิดว่าการทำให้เกมเป็น Semi-Open World จะทำให้เกมน่ากลัวน้อยลง กลับกันมันทำให้เกมน่ากลัว และทำเอาหัวใจผมเกือบหยุดเต้นหลายรอบมาก หลายครั้งผมต้องหยุดเกมทุกๆ 10-15 นาทีเพื่อนั่งทำใจก่อน เพราะ Jump Scare ใน The Evil Within 2 ที่มันเยอะมาก แบบโครตเยอะ แถมยังวางมาไว้อย่างดีจนบางทีเราก็เดาไม่ออก สำหรับผมแล้วขอตรบมือให้ทีมพัฒนาเกมจริงๆที่นำเอาข้อดีของเกม Open-World กับ Random Encounter มาประสานกับแนว Horror ทำให้ The Evil Within 2 ขึ้นทำเนียบหนึ่งในเกมสุดหลอนประจำปี 2017 ลบคำสบประหมาดของภาคที่แล้วได้อย่างดี ด้านเนื้อเรื่องก็ถึงว่ามีการพัฒนาจากภาคที่แล้วอย่างดี มีการเล่นกับแนวคิดทางจิตวิทยา และการแสดงออกของตัวละครในเกม โดยเฉพาะตัวเอกก็ดูมีมิติ ไม่ดูเก้งๆก้างๆเหมือนหุ่นเชิด แต่ดูเหมือนเป็นคนมีชีวิตจิตใจจริงๆ


Fire Emblem Echoes : Shadow of Valentia

Fire Emblem กับผมมีประวัติมายาวนานมาก เพราะมันคือเกม Turn-based เกมแรกที่ผมเล่นอย่างจริงจังเป็นครั้งแรกในชีวิต ด้วยความที่เกมนั้นมีรูปแบบการเล่นที่ต้องอาศัยการวางแผนอย่างรอบคอบ ประกอบกับตัวละครแต่ละตัวที่มีความเป็นเอกลักษณ์ และเพลงประกอบที่ไพเราะทำให้เป็นแฟนที่เหนียวแน่นของซีรี่ย์นี้เป็นต้นมา Fire Emblem Echoes คือรีเมคของเกมภาคสองของซีรี่ย์ที่มีมาก่อนผมจะเกิดเสียอีก เป็น Surprise ที่ผมไม่คาดไม่ถึงและดีใจมากเมื่อผมได้รับเกมนี้เป็นของขวัญวันเกิด

ตัวเกมยังคงโครงเรื่องของ Alm และ Celica หนุ่มสาวที่ถูกพลัดพลากให้จากกันตั้งแต่เด็กด้วยเพลิงสงคราม ด้วยความมุ่งมั่นที่จะกลับมาเจอกันให้ได้อีกครั้งของทั้งสอง เป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยในดินแดนแห่ง Valentia ที่เต็มไปด้วยไฟสงคราม, สัตว์ประหลาด และเหล่าโจรผู้ร้ายที่พร้อมจะฉวยโอกาสจากสงคราม สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว Fire Emblem Echoes มีการพัฒนาจากภาคต้นฉบับอย่างเห็นได้ชัดในหลายด้านครับ ตั้งแต่เนื้อเรื่องที่มีการเสริมตัวละครใหม่, เนื้อเรื่องใหม่, เสียงพูดในเกมที่เป็น Full Voices, เพลงประกอบในเกมที่มีทั้งรีเมคจากต้นฉบับและเรียบเรียงใหม่ที่ไพเราะน่าฟัง และระบบเกมเพลย์ที่เป็นการสลับการควบคุมระหว่างทีม Alm และทีม Celica ที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆคนละซีกโลกเพื่อหวังว่าวันหนึ่งการผญจภัยของทั้งสองจะมาบรรจบกันอีกครั้ง


ครบแล้ว 5 เกมประจำปี 2017 ที่ดีที่สุดในความคิดของผม 5 เกมที่ผมเล่นแล้วรู้สึกมีความสุขกับมันและเสียใจเมื่อเล่นเกมจบ ก่อนที่ผมจะกลับมาเล่นรอบสองในวันรุ่งขึ้น ผมคาดหวังว่าปีหน้า 2018 จะเป็นปีทองอีกปีหนึ่งของวงการเกมให้ผมมีประสบการณ์เอ็นจอยกับวิดีโอเกมเหมือนกันปีนี้ครับ

Facebook Comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here