[Editor’s Choice] เกมที่ดีที่สุดในปี 2017 by LightPooppy

มาถึงคิวของผมกันบ้างสำหรับ Editor’s Choice เกมดีในปี 2017 นี้ ส่วนตัวผมอาจจะไม่ได้จับจ้องเกมยักษ์ใหญ่อะไรมาก แต่ก็รับรองว่าสนุกทุกเกมเหมือนกันครับ

Deceit (มีนาคม 2017)

เกม FPS “หักหลังเพื่อน” ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ ดูเผินๆจะมาแนวเดียวกับ Dead by Daylight แต่จริงๆเกมเพลย์ค่อนข้างต่างกัน ในเกมนี้จะมีผู้เล่นทั้งหมด 6 คน แบ่งเป็น “ผู้บริสุทธิ์” (Innocence) 4 คนซึ่งมีหน้าที่หนีเอาตัวรอดให้ได้ และ “ผู้ติดเชื้อ” (Infected) 2 คนมีหน้าที่ร่วมมือกันคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ให้หมด

ความสนุกของเกมนี้คือเราต้อง “แหล” ว่าตัวเองไม่ได้ติดเชื้อ (ถ้าเป็น) และ “ยืนยัน” ว่าตัวเองไม่ได้ติดเชื้อถ้าเป็นผู้บริสุทธิ์ ดังนั้นการเปิดไมค์จึงเป็นเรื่องโคตรสำคัญ แหลมันเข้าไปว่าไม่ได้เป็น!! ทำให้ทุกคนเชื่อให้ได้ว่าเราไม่มีพิษภัย!! เพราะเราจะรอดไปด้วยกัน!! เอาเป็นว่ายิ่งพูดเก่งยิ่งได้เปรียบในเรื่องนี้

แม้กราฟฟิกจะไม่หวือหวา และเกมเพลย์ที่แรกๆอาจจะงงๆ แต่จริงๆไม่ซับซ้อนหรอก ความสนุกของเกมนี้อยู่ที่เกมเพลย์มากกว่า อย่างไรก็ตามก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าเกมนี้ตันอยู่กับที่ เพราะแมพมีน้อย แต่ละเกมก็ดูสั้นไปหน่อย แถมเล่นแล้วดูวนไปวนมาอยู่ที่เดิมยังไงชอบกล ถ้าไม่คิดมากเกมนี้ก็เหมาะกับการเล่นเอาฮาเกมหนึ่งเลย

Injustice 2 (พฤษภาคม 2017)

ส่วนตัวแล้วอาจจะไม่ได้ชอบฮีโร่ฝั่ง DC มากนัก แต่เกมนี้ก็ทำให้ผมรู้สึกประทับใจได้ไม่น้อยเลย ภาพรวมของเกมทั้งเกมเพลย์ กราฟฟิก และคาแรคเตอร์ต่างๆก็ทำออกมาได้ดี (ท่าไม้ตายเวอร์ดี) บวกกับส่วนตัวก็ชอบซุเปอร์ฮีโร่อยู่แล้วด้วยแหละ ช่วงหลังๆเองผมก็เริ่มติดตามงานของ DC มากขึ้น เช่นหนัง “Batman VS Superman” และ “Suicide Squad” ก็ทำให้ผมเปิดรับฮีโร่ฝั่งนี้ขึ้นมาอีกเยอะ แถมล่าสุดก็เพิ่งเพิ่มคาแรเตอร์ “เต่านินจา” (Ninja Turtles) หนึ่งในฮีโร่ขวัญใจของผมซะด้วย แต่กลัวจะเล่นเพลินจนลืมฮีโร่ดั่งเดิมของ DC เขาไปเหมือนกัน

Cuphead (กันยายน 2017)

เกม Side-Scroller สร้างด้วยภาพอนิเมชั่นยุค 1980 แถมยังเป็นงานวาดมือล้วน ด้วยปัจจัยเพียงแค่นี้ก็ทำให้เกมนี้ดังระเบิดอย่างไม่น่าเชื่อ และเพียงแค่นี้เองที่ทำให้หลายคนอยากเล่นเกมนี้ เพราะเชื่อว่าหลายคนคงชอบอนิเมชั่นสไตล์ตะวันตกแบบดิสนีย์กันอยู่แล้ว และก็คงจะมีไม่บ่อยนักที่เกมสมัยนี้จะสร้างงานภาพย้อนยุคขนาดนี้ ทำให้แค่ครั้งแรกที่เห็น Cuphead ผมก็รู้สึกอยากเล่นแทบจะใจขาดแล้ว ให้เรียกว่า “หลงตั้งแต่เห็นครั้งแรก” เลยก็ยังได้

เกมนี้อาจไม่ใช่เกมที่มีเกมเพลย์โดดเด่นอะไร (แต่เกมยากกว่าที่คิดนะจ๊ะ) แต่งานภาพและงานดนตรีนั้นโดนใจสายเรโทรแบบไม่มีข้อกังขา ถ้าชอบเกมยิงแนวนอน 2 มิติและอนิเมชั่นสไตล์นี้ โอกาสของคุณมาถึงแล้ว!!

Marvel VS Capcom Infinite (กันยายน 2017)

ตัวผมเองถือว่าเป็นแฟนตัวยงของซีรี่ส์ “Marvel VS Capcom” มาตั้งแต่ภาคแรกสมัย PS1 โน่นเลย เกมนี้จัดเป็นเกมไฟท์ติ้งที่ผมตั้งหน้าตั้งตารอมากกว่าเกมอื่น สำหรับภาคนี้เองผมก็ไม่ผิดหวัง ด้วยระบบ Infinite Stone ที่สร้างความหวือหวาให้กับเกมเพลย์อย่างมาก รวมไปถึงครั้งแรกของโหมด Story ในซีรี่ส์นี้ด้วย

ถึงจะเสียดายอะไรหลายๆอย่างที่หายไป เช่น ระบบต่อสู้แบบ 3:3 และ Aerial Combo 3 คนของ MVC3 รวมไปถึงคาแรคเตอร์หลายตัวที่อยากให้มีในภาคนี้ด้วย และที่น่าเสียดายแบบสดๆร้อนๆเลย คือ ค่ายดิสนีย์ที่เพิ่งจะซื้อค่าย 20th Century Fox มาได้หลังเกมนี้วางตลาดไปแล้ว ทำให้ฮีโร่จากค่ายมาร์เวลหลายตัวที่หายไป โดยเฉพาะ X-Men ที่เป็นตัวหลักของค่าย อย่างไรก็ตามเกมเพลย์ที่รวดเร็วสะใจก็ยังรับประกันได้ว่า “แจ่มแจ๋ว” เหมือนเดิม

Overwatch (พฤษภาคม 2016)

เกมนี้ขอพิเศษนิดนึง ถึงจะวางตลาดไปตั้งแต่กลางปีที่แล้ว แต่กระแสของเกม FPS + MOBA การันตีด้วยรางวัล “Game of the Year 2016” อย่าง Overwatch ยังคงกระแสดีมาตลอด ซึ่งพูดตรงๆว่าผมเองรู้จักเกมนี้ผ่านกระแสจากแวดวงการ์ตูนมาก่อน เพราะช่วงนั้น (ต้นปี 2017) มีแฟนอาร์ตของเกมนี้ออกมาบ่อยเหลือเกิน ซึ่งมันดูฮิตมากจนสงสัยว่ามันจะดังอะไรของมันเนี่ย!? จนกระทั่งได้เล่นก็พบว่าเด็ดสมคำร่ำลือ และติดงอมแงมมาถึงทุกวันนี้

นอกจากส่วนตัวจะติดงอมแงมแล้ว เกมนี้เองก็ยังพัฒนาเกมมาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือด้าน eSports ที่เติบโตอย่างรวดเร็วด้วย ทำให้ผมรู้สึกว่าเกมนี้ “ไม่ใช่เกมเก่า” อะไรเลย

หวังว่าทุกเกมที่ผมเลือกไว้ทั้ง 5 เกมจะถูกใจนะครับ อย่างที่บอกไปครับว่าเกมที่ผมเลือกอาจจะไม่ใช่เกมที่เจ๋งที่สุดในปีนี้ แต่ก็ไม่คิดว่าความสนุกจะน้อยหน้าเกมอื่นๆแน่นอน ยังไงก็ลองเล่นเกมที่ผมชอบกันด้วยนะครับ 🙂

Facebook Comments