DOWNER ENDING เมื่อตอนจบของเกมมันไม่ HAPPY ENDING เสมอไป

เคยไหมครับเวลาเราดูหนัง เล่นเกม หรือเชียร์อะไรสักอย่างหนึ่ง ในใจเราลึกๆก็คงหวังว่าในตอนสุดท้ายนั้นเราจะได้เห็น HAPPY ENDING หรือฉากจบที่สวยงาม เรียบร้อยและไม่เหลืออะไรให้ค้างคาใจ ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นบทสรุปที่สลดหดหู่ แม้จะไม่เรียกว่า BAD ENDING ก็ตาม แต่เราก็พูดได้ไม่เต็มปากว่าสิ่งที่เราเห็นนั้นเป็น HAPPY ENDING ฉากจบประเภทนี้เราเรียกว่า DOWNER ENDING ครับ

หากผมตีความว่า HAPPY ENDING คือฉากจบที่ตัวละครในเรื่องบรรลุจุดประสงค์ที่ต้องการ และเนื้อเรื่องจบลงที่ทุกคนในเรื่องนั้นมีความสุข และ BAD ENDING คือฉากจบที่ตัวละครล้มเหลวในการบรรลุจุดประสงค์ที่ต้องการ และจบลงที่ความโศกเศร้าแล้วละก็ DOWNER ENDING จะอยู่ระหว่างกลาง ค่อนไปทาง BAD ENDING หน่อย คือแม้ตัวละครหลักจะสามารถบรรลุจุดประสงค์ที่ต้องการได้ แต่ก็แลกกับหลายๆอย่างจนตอนจบไม่สามารถบอกได้ว่า สิ่งที่ต้องสูญเสียไปเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการนั้น มันคุ้มค่าแล้วจริงหรือ..? DOWNER ENDING แล้วสำหรับหลายๆคนโดยเฉพาะคอหนังและนิยายถือว่าเป็นฉากจบที่ “สมจริง” ที่สุด และในแวดวงเกมก็มีตัวอย่างของเกมที่มีฉากจบแบบนี้มากมายที่เราจะมายกตัวอย่างให้ดูกันครับ

———————————————————————————————–
!SPOILER ALERT! เนื้อหาต่อจากนี้มีการสปอยเนื้อหาเกม
———————————————————————————————–

NIER/DRAKENGARD

เกมเมอร์หลายคนคงรู้จักซีรีย์ NIER จากภาคล่าสุด NIER AUTOMATA ที่ตามเนื้อเรื่องแล้วเป็นภาคต่อของมหากาพย์ความปั่นป่วนของโลกมิติหนึ่ง(โลกแฟนตาซี/DRAKENGARD) ที่ดันแพร่ความฉิบหายนี้มาสู่อีกโลกหนึ่ง(โลกของเรา/NIER) แล้วลากยาวต่อมาเป็นหมื่นๆปีระหว่างนั้นก็มีเรื่องนู้นเรื่องนี้เข้ามาพัวพันเรื่อยๆ ผมขอยกตัวอย่างเหตุการณ์สำคัญในตอนจบเกม DRAKENGARD ภาคแรกที่เป็นต้นเหตุของเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเนื้อเรื่องเกม NIER ครับ

โลกในเกม DRAKENGARD นั้นจะมีลักษณะคล้ายๆโลกแฟนตาซีที่เรารู้จักกันนี่ละครับ มีเอลฟ์, มีมังกร และปีศาจที่คิดทำลายล้างทุกอย่าง ในเกมเราจะเล่นผ่านสายตาของ CAIM หนุ่มโรคจิตชื่นชอบการฆ่ากับภารกิจล้างแค้นให้กับตระกูลของเขา ระหว่างทางก็จะเจอกับสหายร่วมทางที่แต่ละคนก็ไม่ค่อยสมประกอบกับเท่าไรอย่าง เอลฟ์สาวซีอุยชื่นชอบการกินตับสดของทารก, นักสู้หนุ่มที่เป็นพวกโรคจิตใคร่เด็ก, แฟรี่ขี้ขลาดปากปีจอ และอื่นๆอีกมากที่ตอนผมเล่นก็นั่งกุมขมับกับความ “พีค” ของทีมตัวละคร “คนดี” ในเกมนี้เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ดีภารกิจของเหล่าฮีโร่ของเราจบลงที่การต่อสู้กับปีศาจที่คิดจะทำลายโลก CAIM ก็ประสบความสำเร็จในพลีชีพตัวเองเพื่อเปิดประตูมิติดูดปีศาจตัวนี้เข้ามิติมืดให้หายไปตลอดกาลประเด็นก็คือร่างไร้ชีวีตของ CAIM และปีศาจตนนี้ที่ถูกดูดเข้าไปไม่ได้ไปมิติมืด มันมาหล่นปุ๊กอยู่กลางกรุงโตเกียวในโลกของเรานี่แหละ และความที่ว่ามนุษย์โลกของเราไม่มีภูมิต้านทานเวทมนต์ที่ซากศพของปีศาจแพร่กระจายออกมาในรูปแบบของไวรัส เกิดเป็นวิกฤตการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่หากติดเชื้อแล้วจะตายแล้วฟื้นกลับมาเป็นสัตว์ประหลาดฆ่าคนต่อ และไวรัสนี้ในชื่อ WHITE CHLORINATION SYNDROME ก็ใช้เวลาไม่นานในการแพร่ระบาดไปทั่วโลก ยัง..ยังไม่หมดครับ!จำได้ไหมที่ผมบอกว่าศพของ CAIM ก็ตามมากับซากปีศาจด้วย? ยินดีด้วยครับนักดาบตัวดีของเราก็โดนไวรัสนี้เล่นงานฟื้นคืนชีพกลับมาในสภาพซอมบี้ตาแดงๆ รับบทเป็นหัวหน้าของเหล่าสัตว์ประหลาด เดินหน้าฆ่าคนไม่เลือกหน้าตามสไตล์ของเขา แต่คราวนี้บนโลกของเราแทน ยอดเยี่ยม! ฉากจบแห่งปีจริงๆ!
นี่คือบทสรุปของ TRUE ENDING ในเกม DRAKENGARD 1 ซึ่งเป็นเกมที่พูดถึงเหตุการณ์ประมาณ 10,000+ ปีก่อนเหตุการณ์ในเกม NIER:AUTOMATA ตามความคิดของผมมันคือเนื้อเรื่องปูมหลังเกมที่อ่านเสร็จแล้วปวดตับมาก ประมาณว่าสิ่งที่เราพยายามในเกม DRAKENGARD ให้เล่นจบ TRUE ENDING กลับกลายเป็นการสร้างหายนะให้กับโลกของเราแทน ยังงี้สู้ให้มัน BAD END ไปเลยน่าจะดีกว่า โลกใครโลกมันอย่าเอาความฉิบหายมาทางนี้เซ่!! ใครสนใจอ่านเพิ่มเติมก็ไปลองอ่านเพิ่มใน NIER LORE ARCHIVES ดูนะครับ

DARK SOULS/BLOODBORNE

“เกมซีรีย์ SOULS ไม่เคยมี HAPPY ENDING” คือคำตอบของคำถามที่เพื่อนถามผมระหว่างเล่นเกมในช่วงท้ายๆของ DARK SOUL 1 คนที่เล่นซีรี่ย์นี้น่าจะรู้แล้วว่าในโลกของ DARK SOUL และ BLOODBORNE นั้นเราไม่ได้เป็นฮีโร่กู้โลกอย่างที่เราเข้าใจ (หรืออย่างที่ NPC ในเกมอาจจะยกเราเป็นอย่างนั้น) เพราะทุกสิ่งทุกอย่างของโลกในเกมนั้นมันเกินเยียวยาแล้วครับ ในโลก DARK SOUL เราซึ่งทำหน้าที่เป็น CHOSEN UNDEAD อาจได้รับหน้าที่ในการจุดกองเพลิงต้นกำเนิด (FIRST FLAME) เพื่อภารกิจในการสานต่อชีวิตให้กับโลกที่กำลังจะตายนี้ แต่ในการผจญภัยเราก็จะรู้ว่ายังมี NPC อีกหลายชีวิตที่หวังจะทำเช่นนั้นและจบลงด้วยไม่เป็นบ้าไป ก็ต้องมาทิ้งชีวิตที่อดีตอารยธรรมที่ตอนนี้เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาด

การไปจุดกองเพลิงนั้นสุดท้ายเราก็รู้ว่าไม่ใช่ทางแก้ปัญหา แต่เป็นเพียงการบูชายัญตัวเราเพื่อยื้อชีวิตของโลกนี้ต่อไปอีกสักพัก เพื่อให้สักวันจะมี CHOSEN UNDEAD คนต่อๆไปมาสานต่อกองไฟนี้ต่อไปไม่รู้จักจบสิ้น นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเกมเมอร์หลายคนถึงเห็นว่าฉากจบแบบ BAD ENDING ในเกม DARK SOUL อาจจะเป็นการแก้ปัญหายุติวัฎจักรวนเวียน ตายเกิด ทรมานนี้แลกกับการทำให้โลกจมไปสู่ความืดตลอดกาล เป็นทางเลือกที่ดูดีกว่าBLOODBORNE ก็พอๆกัน ตลอดทั้งเกมเราจะเห็นเมืองที่ในอดีตเคยรุ่งเรืองตกอยู่ภายใต้หมอกแห่งความชั่วร้าย ผู้คนกลายเป็นคนบ้า วิกลจริต ท้องถนนในเมืองเต็มไปด้วยซากศพ และสัตว์ประหลายรูปร่างพิลึกพิลั่นเต็มไปหมด ผู้คนที่ยังคงเหลือรอดต้องอุดอู้หลบซ่อนอยู่ในบ้านของตัวเอง และ NPC เหล่านี้ที่เราช่วยมาแล้วสุดท้ายชะตากรรมก็ไม่ได้ดีขึ้นแต่อย่างใด ความเกลียดชัง, ความโลภ, ความอิจฉา สิ่งเล็กๆน้อยๆนี้จากการกระทำของเราเป็นตัวผลักดันให้เหล่า NPC ที่เราเคยช่วยมาต้องตกเป็นเหยื่อในเมืองมรณะแห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง และถึงแม้ในตอนจบเราจะได้รู้ความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น “เกือบจะ” ทั้งหมด ตัวเลือกที่เหลืออยู่ของเราในการตัดสินใจครั้งสุดท้ายนี้ ก็ไม่มีตัวเลือกใดที่จะทำให้ทุกคนนั้นแฮปปี้ได้ครับ

เกมซีรีย์ SOULS คือเกมที่ผมได้รับการสั่งสอน (อย่างเจ็บปวด) ตั้งแต่ภาคแรกว่าอย่าหวังว่าจะเห็นความสุขในซีรี่ย์นี้ และไม่ควรที่จะรู้สึกติดพันกับตัวละครไหนในเกม เพราะร้อยทั้งร้อยตัวละครในซีรีย์เกมนี้ไม่ตาย ก็บ้า ไม่บ้าก็ถูกคนอื่นที่เป็นบ้าฆ่าตาย ถึงไม่ตายสุดท้ายก็ชีวิตระทมเหมือนเดิม เล่นเสร็จถ้าไม่หัวร้อนเพราะตายแล้วตายอีกก็เพราะ NPC ที่อวยตายที่แหละ!

DEAD SPACE 3

เช่นเดียวกันกับเกมอย่าง DARK SOULS และ BLOODBORNE เกมผีอวกาศอย่าง DEAD SPACE ตั้งแต่ภาคแรกยันภาคสุดท้ายไม่เคยมีฉากจบที่ทำให้ผู้เล่นชื่นใจเลยแม้แต่น้อย ภาคแรกก็จบที่ตัวเอก ISSAC หนีขึ้นยานอวกาศจากดาวมรณะได้แต่ก็จบที่ในยานดันมีผี NECROMORPH รออยู่แล้ว ภาคสองก็หนีพ้นรอดกันมาได้แค่ 2 คนจากนับหมื่นชีวิตในยานที่ต้องตาย กลายเป็นผีอวกาศไป แม้กระทั่งภาค 3 จะจบดีหน่อยที่ตัว ISSAC และเพื่อนร่วมภารกิจหลอน CARVER จะสามารถทำลาย BRETHEN MOON หรือผี NECROMORPH ยักษ์ขนาดเท่าดวงจันทร์ได้ พวกเขาก็ไม่มีทางหนีออกจากดาวน้ำแข็งที่ใกล้จะแตกเป็นเสี่ยงๆนี้อยู่ดี…

อยากฟังความระทมของเฮีย ISSAC ต่อไหมครับ? ใน DEAD SPACE 3 : AWAKENING ที่เป็น DLC เล่าถึงเหตุการณ์ต่อเนื่องจากตอนจบของภาค 3 ที่ ISSAC และ CARVER จะต้องช่วยกันเกลี่ยทางจากดง NECROMORPH และเหล่าสาวกคลั่งลัทธิ UNITOLOGY เพื่อหนีออกจากดาวน้ำแข็งและกลับไปที่ดาวโลกให้ได้ พยายามกันแทบตายจนหนีขึ้นยานบินกลับมาโลก ก็ดันเจอเหตุการณ์ว่า BRETHEN MOON ที่เหลืออยู่เป็นสิบๆดวง กำลังกัดกินดาวโลก (และกลายสภาพสิ่งมีชีวิตบนโลก) ให้กลายเป็น NECROMORPH ตามสไตล์ซอมบี้อวกาศครับ DLC นี้จบลงที่ BRETHEN MOON ดวงหนึ่งโผล่ขึ้นมาจ๊ะเอ๋กับยานที่ ISSAC และ CARVER นั่งพอดี…นอกจากฉากจบในเกม DEAD SPACE ที่หาแฮปปี้ไม่ได้แล้วนั้น สิ่งที่ซ้ำเติมให้ผู้เล่นเศร้าหนักกว่าเดิมนั่นคือ “DEAD SPACE จะไม่มีภาคต่อ” ก็เพราะค่ายผู้พัฒนา VISCERAL GAMES โดน EA ซื้อไปและปิดตัวในเวลาถัดมา ผู้เล่นเลยได้แต่หวังลมๆแล้งที่จะได้เห็นเกม DEAD SPACE 4 และคลายฉากจบแบบ CLIFFHANGER ว่าพวก ISSAC จะรอดไหม โลกจะกลายเป็นดาวซอมบี้หรือเปล่า? นี่เศร้าจริงนะเนี่ย ถ้าจะไม่ทำต่อก็อย่าทำฉากจบแบบนี้สิฟระ มันทำเอาเกมเมอร์ลุ้นว่าจะเกิดอะไรต่อ จนนอนไม่หลับรู้ไหม!

FALLOUT

ซีรี่ย์ FALLOUT โดยเฉพาะภาคล่าสุด FALLOUT 4 คือเกมที่ผมคิดว่ามีสิ่งที่เรียกว่า DOWNER ENDING แบบเลือกได้ เนื่องจากการกระทำทุกอย่างของเราตั้งแต่การเล่นเควส ไปจนถึงการเลือกสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จะส่งผลต่อฉากจบในเกม และฉากจบในเกม FALLOUT นั้นไม่เคยจบสวยแบบ HAPPY ENDING ครับ

ผมขอพูดแค่ FALLOUT 3 : NEW VEGAS ที่ผมเล่นเป็นภาคแรกของซีรีย์นี้ และผมถูกใจที่สุด ในเกมเรารับบทเป็น COURIER หรือก็คือเด็กส่งของนั่นแหละครับในการส่งชิปอันหนึ่งไปที่เมืองคาสิโนในลาสเวกัส แต่ระหว่างการเดินทางข้ามทะเลทรายกัมมันตรังสี ที่เป็นผลกระทบจากสงครามนิวเคลียร์เมื่อกว่า 200+ ปีก่อนนั้น เราก็ถูกโจรดักปล้นและโดนยิงกบาลก่อนจับฝังทั้งเป็นครับ โชคดีที่คนในเมืองใกล้ๆแถวนั้นมาเจอและช่วยชีวิตเราไว้ เป็นการเริ่มต้นภารกิจในการตามหาโจรที่ฉกของไปจากเรา แย่งกลับคืนมา แล้วนำไปส่งให้กับเจ้าของเดิม ที่ระหว่างทางเราก็จะได้พบกับเหตุการณ์ต่างๆมากมายที่จะเปลี่ยนอนาคตของ MOJAVE DESERT นี้ไปตลอดกาลครับในเกม FALLOUT NEW VEGAS นั้นเราจะได้พบปะกับ NPC ที่ขึ้นตรงกับฝ่ายต่างๆ(FACTION) ที่เราสามารถเลือกที่จะสนับสนุนภารกิจของฝ่ายนั้นๆหรือจะถล่มให้ยับก็ได้ เช่น ฝ่ายชาวเมืองที่ช่วยเราในตอนต้นเกม, กลุ่มโจรอันธพาลที่คุมคุกร้างแล้วคอยอาละวาดไปทั่ว, ฝ่ายนายทุนที่คุมเมืองลาสเวกัสที่เหลือรอดจากสงคราม, กองทหารรัฐบาลที่ยังเหลือรอดแล้วกบดานอยู่เงียบๆ, รัฐบาลโลกใหม่ที่พยายามจะรวมอเมริกากลับมาเป็นรัฐเดียว และชนเผ่าที่คิดจะยึดแผ่นดิน MOJAVE DESERT เพื่อสร้างอาณาจักรทาสเหมือนเช่นโรมันโบราณ และอื่นๆที่หากเราเข้ากับฝ่ายหนึ่ง ก็หมายความว่าเราต้องสู้กับอีกฝ่ายหนึ่งเช่นกัน และความขัดแย้งที่เต็มไปด้วยการเข่นฆ่านี้จะดำเนินไปเรื่อยๆจนถึงจุดสุดท้ายที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องตายกันไปข้าง

แม้ในเกมเราจะสามารถเลือกที่จะใช้การพูดคุยเจรจาอย่างสันติที่สุดได้แต่ผลลัพธ์ตอนสุดท้ายก็อยู่ที่เราเลือกครับ หากเราเลือกอยู่กับฝ่ายรัฐบาลใหม่ ประชากรที่กระจัดกระจายต่างคนต่างอยู่จะกลับมาอยู่ภายใต้ประเทศเดียวกันก็จริง แต่ผู้คนก็ถูกกดขี่จากการเก็บภาษีอย่างเข้มงวดและใช้ชีวิตลำบากกว่าเดิม ถ้าเลือกฝ่ายอื่นๆผลก็จะออกมาตามจุดประสงค์ของฝ่ายนั้น แล้วผมคงไม่ต้องบอกใช่ไหมว่าถ้าเลือกอยู่กับชนเผ่าโรมันแล้วจะเกิดอะไรขึ้น… สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็แล้วแต่ผู้คนและตัวละครต่างๆก็ยังคงต้องใช้ชีวิตอย่างระทมยากเข็ญในแดนรกร้างนี้ต่อไปอยู่ดี

สำหรับผมแล้ว DOWNER ENDING คือการสื่อว่า “ชีวิตเราไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ” และการตัดสินใจบางอย่างของเราไม่อาจเอาใจคนทั้งหมดได้ ต้องมีคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย การทำสิ่งใหญ่จะต้องแลกด้วยอะไรที่ยิ่งใหญ่ตามและสุดท้ายนี้คือการ “CHOOSE THE BEST FROM THE WORST” หรือการที่เราตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุด จากสิ่งที่แย่ที่สุดครับ ENDING ยังมีอีกหลายประเภทในครั้งหน้าเราจะมาพูดถึง BITTERSWEET ENDING กันครับ!

รู้หรือยัง FAR CRY 5 ก็จบแบบ DOWNER ENDING นะครับ!!

Facebook Comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here