สรุปสถานการณ์ EA : ดราม่า Battlefront เขย่าวงการเกม

แม้มรสุมจะพัดผ่านไปแล้ว แต่ก็กลายเป็นกระแสสังคมออนไลน์ไปแล้วเรียบร้อยกับค่ายเกมที่ตอนนี้ท๊อปฟอร์มมาก (และมีคนเกลียดที่สุด) อย่าง EA ที่โดนมรสุมท้ายปีจากทุกทิศทาง ทั้งจากเกมเมอร์, จากเหล่าค่ายเกมต่างๆในวงการ ไล่ยาวไปจนถึงรัฐบาลต่างประเทศ หรือแม้แต่ สมาชิกสภาที่ประกาศจะฟ้องศาลเอาผิด EA ในเรื่องแนวทางธุรกิจแบบเอาเปรียบผู้บริโภค และมอมเมาเยาวชนด้วยการพนันในคราบเกม

EA นี่มัน EA จริงๆ…

หากใครที่ยังไม่ทราบข่าว ดราม่านี้เริ่มมาจากเกม StarWars : Battlefront II(2017) เกมล่าสุดที่ทาง EA จับมือกับ Disney พัฒนาขึ้นมาและก็เป็นที่สนใจของทั้งฝ่ายเกมเมอร์และแฟนๆเกม StarWars แต่แล้วก็เกิดปัญหาขึ้นเมื่อ EA ใส่ระบบ LootBox และ Microtransaction เข้าไปในเกม รวมถึงการล๊อคตัวละครและคอนเท้นต์ต่างๆไว้หลัง Paywall(เพื่อให้จ่ายเงินซื้อ LootBox) หรือแม้จะปลดล๊อคปกติได้ก็ต้องฟาร์มกันยาวนานถึงนานมากกว่าจะปลดล๊อคได้สักอัน

แค่นี้ก็ทำให้เกมเมอร์และแฟนหนังที่เอือมกับระบบ Microtransaction ที่ผุดเป็นดอกเห็ดในเกม AAA ปัจจุบันแทบจะเซย์โนกับเกมนี้แล้ว และเหมือนความอดทนจะสิ้นสุดเมื่อ EA ออก Patch ที่ทำลายระบบ Progression ทั้งหมดในเกมรวมถึงคำตอบของฝั่ง EA กับคำถามในกระทู้ Reddit(บอร์ดสนทนาของต่างประเทศ) ที่ถามเกี่ยวกับที่เขาจ่ายเงินซื้อเกมกว่า 80 USD เพื่อต้องมานั่งปลดล๊อค Darth Vader ซึ่ง คำตอบที่ฝั่ง EA ตอบกลับก็คือ 

ตอบงี้ก็โดนครับ Dislike 6 แสนกว่า

ใจความสำคัญคือประโยคแรกครับ “จุดประสงค์ของเราเพื่อให้เกมเมอร์ได้รู้สึกถึงความภาคภูมิใจในความสำเร็จจากการปลดล๊อคตัวละคร สำหรับเรื่องราคาเราได้ทำการดูสถิติการได้รับ Credit ของผู้เล่นและรางวัล Milestone และตัดสินใจว่าราคาประมาณนี้เหมาะสมที่สุด”

แน่นอนว่าคำตอบนี้ของ EA บวกกับคอมเม้นต์แง่ลบใน Twitter ของ Matt Everett ผู้จัดการชุมชนของ EA ที่ออกตัวโต้ตอบคนที่ติติงว่าเป็นพวก “Armchair Developer” หรือประมาณ “คนที่นั่งเฉยๆ บ่นอย่างเดียว ไม่เข้าใจเราหรอกทำนองนั้น”

ครเอาอิตานี่มาเป็นผู้จัดการชุมชม EA เนี่ย!! ปากหาเรื่องจริงๆ

เหมือนจะเป็นฝางเส้นสุดท้ายสำหรับเกมเมอร์และโดนถล่ม Dislike ยับเยินกว่า 6 แสน Dislike!! เป็นประวัติการณ์ของ Reddit ตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นมา(อาจเยอะกว่านี้ถ้าคอมเม้นต์ไม่ถูกล๊อคไปซะก่อน) แปรสภาพบอร์ด /r/StarWarsBattlefront ให้กลายเป็น Battlefront(สมรภูมิ)จริงๆ ก่อนกระแสจะแพร่ไปสู่ที่อื่นๆทั่วสังคมออนไลน์ แม้ตอนหลัง Twitch นี้จะถูกลบไปแล้วแต่ก็มีมือไวเก็บภาพหลักฐานมาให้เราดูกันครับ

มขอโทษ ผมรู้เท่าไม่ถึงการณ์!!! (ไม่ทันแล้วละ)

ในมุมมองของผู้เขียนแล้วเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นบทเรียนที่สำคัญและเจ็บแสบมากสำหรับ EA กับนโยบายการตลาดแบบ “ไม่ง้อลูกค้า” มาเป็นเวลานาน, การวางจำหน่ายเกมที่เน้นการจ่ายเงินภายหลังนอกเหนือจากตัวเกมจริงๆ, คุณภาพเกมที่ค่อนข้างผิดหวังเกมเมอร์ และการทำ PR แบบไม่จริงใจ ไม่จริงจังกับลูกค้า ส่งผลกระทบในแง่ลบต่อทั้งตัวเกมที่วางจำหน่าย, กำลังจะวางจำหน่าย และชื่อเสียงของบริษัทโดยทั้งหมด (ใครเรียนการตลาดหรือบริหารเอาไปเป็นหัวข้อวิจัยได้เลยแหละ)

และการที่ค่ายเกมอื่นๆออกมาประกาศจุดยืนต่อต้าน EA ทั้งหลายแหล่มุมหนึ่งอาจมองว่าเป็นการสนับสนุนกระแสสังคม แต่ผู้เขียนยังคิดว่านี่เป็นอีกหนึ่งสถานการณ์ “คนล้มให้เหยียบซ้ำ” ที่ค่ายเกมเอา EA เป็นผู้ร้ายและผลักดันสินค้าของค่ายเกมตัวเองให้มีชื่อเสียง ดังตัวอย่างของโฆษณาโปรโมทเกม Starcraft ที่เปิดให้เล่นฟรีของ Bilzzard

หรือคอมเม้นต์ตอบคำถามของค่าย CD PROJEKT RED ผู้พัฒนาเกมอย่าง The Witchers ที่ก็ออกตัวโปรโมทเกม Cyberpunk 2077 และก็ไม่ลืมที่จะเหน็บแนม EA ไปด้วย

แสบกว่าโดน Igni เผาอีก

โดยส่วนตัวผู้เขียนแล้ว EA เป็นอีกค่ายเกมหนึ่งถัดจาก Konami ที่โดนโขกสับถล่มเละจากวงการเกม (แต่เหมือน EA จะเละกว่า) จากการทำตัวเหมือนเด็กเอาใจ ไม่ฟังคำติติงคนอื่น และจะเอาตัวเองได้ประโยชน์อย่างเดียว ซึ่งผมคิดว่าพอดราม่าทีก็เงียบเฉยรอข่าวซาก็กลับมานิสัยเดิมอีกรอบ เพราะล่าสุดกระทั่ง การตั้งกระทู้ถามทุกเรื่อง (AMA) ใน Reddit โดยทีมงาน DICE ก็ยังหลบเลี่ยงคำถามที่หนักๆ และไม่สามารถตอบคำถามที่ทำให้เกมเมอร์สบายใจได้แต่อย่างไร (แถมโดนถล่มกด Dislike รอบสองต่อด้วยซ้ำ) และหลังจากนั้นมาจนกระทั่งปัจจุบันก็ไม่มีการออกประกาศใดๆที่สำคัญๆอีกเลยจากทั้งฝั่ง EA และ DICE (เงียบแบบเงียบมาก) จะมีก็แค่นิดๆหน่อยจากฟอรั่ม Battlefront ที่ EA คอยคุมอยู่ ไม่ใช่บอร์ดเสรีอย่าง Reddit

สำหรับผมแล้วกรณีของ EA นี้ผมขอพูดเลยว่า “ไม่สงสารครับ โดนหนักๆซะบ้างวันหลังจะได้ไม่ทำตัวแบบนี้อีก” กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนองครับ

Facebook Comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here