4 หูฟังเกมเมอร์ เพื่อเกมเมอร์ในราคาน่าโดน

ที่แพ้ก็เพราะว่าหูฟังมันกากต่างหาก ‘ข้าเปล่ากากสักหน่อย’ ข้ออ้าง เหตุผลเหล่านี้จะหมดไปทันที เมื่อคุณอ่านบทความนี้ เพราะ Gaming Room รวมหูฟังที่จะทำให้คุณจับการเคลื่อนไหวและศัตรูรอบทิศทางได้ ในราคาที่คุณสามารถจับได้ด้วยงบประมาณ 3,000 – 4,000 บาท มาให้แล้ว

1. SteelSeries Arctis 5

ราคา 4,190 บาท

Arctis 5 หูฟังที่มาพร้อมกับทางเลือกหลากหลาย ทั้งการใช้งานแบบ USB Soundcard หรือต่อแจ็คเพื่อใช้งานกับสมาร์ทโฟน มีไมค์ที่สามารถดึงเข้าดึงออกและปรับทิศทางได้อย่างอิสระ มีไฟบอกสถานะ Mute-Unmute ที่สำคัญคือไมค์ตัวนี้ตัดเสียรบกวนรอบข้างและให้เสียงที่ค่อนข้างคมชัด นอกจากนี้ยังมีหน้าปัด ChatMix คอยควบคุมสมดุลของเสียงในเกมกับเสียงแชทอีกด้วย

ส่วนด้านดีไซน์ก็มาพร้อมความเบา สบายกับที่ครอบหูแบบผ้าและสายคาดศีรษะแบบผ้ายืด (สามารถถอดซักหรือเปลี่ยนได้) และถ้าใครที่ชอบความแฟนตาซีเจ้านี้คงเป็นหนึ่งในทางเลือกด้วยไฟ 16.8 ล้านเฉดสีนั้นเอง

แนวเสียง จัดจ้าน กลาง แหลม คมชัด
คะแนน : 8/10

2. Hyper X Cloud II

ราคา 3,790 บาท

จะฟังเพลงก็ได้เล่นเกมก็ดี เป็นหูฟังที่ถูกสร้างมาอย่างรู้ใจด้วยการใช้แจ็ค 3.5 mm เพียงหัวเดียวก็ใช้ได้ทั้งไมค์และหูฟัง ทำให้การใช้งานกับสมาร์ทโฟนเป็นเรื่องง่ายๆ แถมถ้าอยากจะต่อกับคอมก็มี USB Soundcard ให้เลือกใช้เพื่อประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ที่ครอบหูยังมีให้เลือกใช้ได้ทั้งแบบหนังและกำมะหยี่ โดยสิ่งที่เจ้า Cloud II นี้ต่างจาก Cloud ชัดเจนคือเรื่องความถี่ของไมค์ที่กว้างขึ้นเป็น 50–18,000 Hz

แนวเสียง ครบทั้งเบส กลาง แหลม แต่ความแน่นของเสียงอาจแพ้ Cloud ตัวแรกไปนิดหนึ่ง
คะแนน : 7/10

3. Corsair VOID USB RGB

ราคา 4,390.00 บาท

รุ่นนี้ตามชื่อของมันเลยคือเป็นการเชื่อมต่อแบบ USB มี Soundcard ในตัว และไฟ Backlight ให้เราปรับแต่งได้แบบ RGB นั้นเอง

หูฟังตัวนี้จะค่อนข้างเบาด้วยวัสดุที่ทำจากพลาสติกและที่ครอบหูที่เป็นผ้า ซึ่งแน่นอนว่าทั้งคุณภาพและความทนทานนั้นก็การันตีด้วยชื่อ Corsair อยู่แล้ว

แนวเสียง กลางเด่น
คะแนน : 6/10

4. SENNHEISER GSP 300

ราคา 3,990 บาท

แม้ตัวหูฟังจะมีสองแจ็ค แต่ในแพ็คเกจเขาก็ยังให้ Adapter ที่จะรวมสองหัวเป็นหัวเดียวให้เราสามารถใช้ได้กับอุปกรณ์ที่หลายหลายโดยไม่มีอุปสรรคอะไร

ไมค์มีระบบการตัดเสียงรบกวนภายนอก และมีจุดรับเสียงที่ดีไซน์เหมือนพวกตระกูล G4ME ที่ครอบหูทำมาจากหนัง ส่วนงานดีไซน์อื่นๆ ก็ถือว่าค่อนข้างโฉบเฉี่ยวตามสไตล์เกมเมอร์

แนวเสียง ต่ำหนักแน่น แต่ยังคงเก็บรายละเอียดได้ดี
คะแนน : 9/10

ลองเลือกกันดูว่าชอบแบบไหน เช่นว่าถ้าชอบแบบใส่สบาย นุ่มนิ่ม ตัดเสียงรบกวนภายนอกได้ดีก็เลือกที่ครอบหูแบบหนัง แต่ถ้ากลัวร้อนหู เพราะลำพังแค่หัวก็ร้อนมากพอแล้วก็เลือกที่ครอบหูแบบผ้าไป

นอกจากนี้ถ้าใครอยากจะเอาไปใช้ชิคๆ คูลๆ ข้างนอกด้วยก็เลือกแบบที่เก็บไมค์ได้หรือแยกส่วนประกอบได้ดีกว่า เพราะถ้าออกไปข้างนอกทั้งที่ไมค์มันโตงเตงอยู่คงจะดูไม่งาม แน่นอนว่าเรื่องสำคัญที่สุดอย่างเรื่องของเสียง อันนี้ต้องบอกว่าขึ้นอยู่กับหูของแต่ละคนจริงๆ ดังนั้นเพื่อความชัวร์อยากให้ไปลองฟังกันดู ถ้าเสียงใช่ องค์ประกอบทุกอย่างใช่ ก็จัดได้เลย

แถมๆ
ถ้ามีงบเพิ่มอีกสักนิดลองขยับไปลอง SENNHEISER GSP 350 (ราคา 5,790 บาท) ดู เพราะโดยส่วนตัวชอบตัวนี้ที่สุด ทั้งราคาที่ไม่โดดเกินไป และการให้รายละเอียดตอนเล่นเกมที่สมจริงมาก หรือจะเอาไปฟังเพลงก็ดี ตอนไปลองนี่ก็เกือบได้หิ้วกลับมาแล้ว เสียอย่างเดียวไม่มีเงิน ฮาาา ตอนแรกก็กะว่าจะไม่พูดถึงแล้ว เพราะราคามันไม่เข้าเกณฑ์ แต่ก็อดไม่ไหวจริงๆ เลยต้องขอพื้นที่ให้เจ้านี้สักนิด

สุดท้ายจริงๆ แล้วทาง Gaming Room ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่เอื้อเฟื้อหูฟังดีๆ และสถานที่ให้เราได้ลองกัน
ร้าน Hear By Munkonggadget สาขาห้างสรรพสินค้าสยาม พารากอน
ร้าน ZEST สาขาศูนย์การค้าเซ็นเตอร์พอยท์ ออฟ สยามสแควร์

Facebook Comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here