[Spoil] “GGEZ เกรียนเมพเทพศาสตร์” กับ 15 ข้อคิดที่เกมเมอร์ดูแล้วจะได้ย้อนมองตัวเองมากขึ้น

“GGEZ เกรียนเมพเทพศาสตร์” เป็นซีรี่ส์บน Line TV โดย Bearcave Studio (8 ตอนจบ) ที่เล่าเรื่องของเด็กชาย 2 คนผู้คลั่งไคล้เกม “ปิง” และ “โย” ทั้งคู่วาดฝันจะไปสู่ระดับโลก แต่เวลาผ่านไปทุกอย่างก็เปลี่ยน ทำให้ความฝันของทั้งคู่กระเด็นกระดอนไป แต่เมื่อโยมุ่งมั่นที่จะพาทีมอีสปอร์ตของตนไปสู่ระดับโลก โดยชักชวนปิงหรือ Double P อดีตผู้เล่น Midlane ระดับโลกที่รีไทร์ตัวเองไปกลับมาอีกครั้ง ทั้งคู่กำลังจะก้าวเข้าสู่ความฝันอีกครั้งไปพร้อมกับเกมเมอร์รุ่นใหม่อย่าง เจมส์ แจ๊บ บุญชู และออตโต้ ในฐานะรุ่นพี่

และเมื่อดูละครก็ต้องย้อนดูตัวเองด้วย ซีรี่ส์นี้นอกจากความสนุกแล้วก็ยังให้แง่คิดและคติสอนใจให้เกมเมอร์ได้ฉุกคิดหลายอย่างด้วย ไปดูกันดีกว่าว่าเมื่อดู “ซีรี่ส์อีสปอร์ตเรื่องแรกของเมืองไทย” เรื่องนี้แล้ว เราจะได้ข้อคิดอะไรกลับมาบ้าง…

** หมายเหตุ **
บทความนี้สปอยล์เนื้อหาในซีรี่ส์นี้แบบละเอียด

ขอให้เลี่ยงหากต้องการชมซีรี่ส์ด้วยตัวเอง 

1.อยากไประดับโลก “ภาษาอังกฤษ” โคตรสำคัญ!!

อย่างที่รู้ๆกันดีกว่า “กำแพงภาษา” เป็นเรื่องใหญ่ในทุกๆวงการ จะเก่งแค่ไหนแต่ถ้าสื่อสารกับทีมไม่ได้ทุกอย่างก็จบ ดังนั้นเราจะเห็นปิงพระเอกของเรื่องสนทนาด้วยภาษาอังกฤษอยู่เรื่อยๆ ทั้งในสนามและนอกสนาม หรือแม้แต่หลังถอนตัวจากวงการไปแล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะในวงการไหนหากอยากอยู่ในระดับโลกยังไงรู้ภาษาอังกฤษไว้ดีที่สุด

2.ชีวิตนักกีฬาอีสปอร์มันไม่ง่าย!!

หากคิดว่าอีสปอร์ตเป็นแค่ “การแข่งขันเกม” คุณอาจคิดผิด!! เพราะเกมการแข่งขันทุกอย่างเกิดขึ้นจาก “วงการธุรกิจ” ทั้งสิ้น หากคุ้นเคยกับสิ่งที่เรียกว่านักกีฬาแล้ว ผู้เล่นเกมในวงการนี้เองก็ไม่ต่างกัน ทุกคนล้วนต้องมีสัญญาจ้างและมีค่าตอบแทน และแน่นอนที่สุดว่าผู้เล่นที่หมดสภาพแล้วย่อมไม่มีที่อยู่ อย่างเช่นปิงที่เล่นพิเรนทร์หลังจบเกมจนบาดเจ็บ และถูกเลิกจ้างทั้งที่เป็นผู้เล่นตัวหลักของทีม หมดอนาคตไปอย่างน่าสงสาร

3.จำไว้ให้ขึ้นใจ…อีสปอร์ตคือโลกของธุรกิจ!!

อุตสาหกรรมเกมนับวันยิ่งเติบโตขึ้นทุกวัน ทีมอีสปอร์ตเองก็เริ่มผุดขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆด้วย แน่นอนว่าการเฟ้นหาผู้เล่นเก่งๆถือเป็นเรื่องปกติ และการทำทุกอย่างเพื่อให้ธุรกิจเติบโตก็ยิ่งเป็นเรื่องธรรมดา ปิงที่บาดเจ็บถาวรก็ถูกทีมระดับโลกเลิกจ้างไป จนผ่านไป 6 ปี “โย” เพื่อนสนิทฝีมือห่วยของเขาก็สร้าง ทีม GGEZ ขึ้นมาเพื่อสานฝันในวัยเด็กของทั้งคู่ ดังนั้นเราจะได้เห็นความยากลำบากตั้งแต่เริ่มตั้งไข่ทีมอีสปอร์ตไปจนถึงระดับโลกพร้อมๆกับตัวละครในเรื่อง

4.คนเราไม่สายเกินไปที่จะเริ่มต้นใหม่…

ในเรื่องนี้ปิงที่เคยรุ่งเรืองสุดขีดในฐานะโปรระดับโลกกลับต้องเปลี่ยนชีวิตเป็น “พนักงานสนามบิน” ทิ้งศักดิ์ศรีและเงินทองที่เคยมีมา แม้ตอนแรกจะปฏิเสธร่วมทีม GGEZ เพราะด้วยอายุ 26 ซึ่ง (เขาคิดว่า) แก่เกินจะเล่นเกมเป็นอาชีพแล้ว แต่ด้วยจิตวิญญาณเกมเมอร์ที่ยังลุกโชน ทำให้เขาลุกขึ้นมาสร้างตำนานให้ตัวเองอีกครั้ง เรื่องนี้สอนให้รู้ไม่มีอะไรสายไปที่จะเริ่มต้นใหม่ จะอายุเท่าไหร่ก็ยังเล่นเกมได้เฟ้ย!!

5.จะเด็กหรือแก่ก็ไม่เกี่ยว ใครเก่งกว่าคือผู้ชนะ!!

เป็นเรื่องปกติที่ในทีมจะมีคนที่เล่นตำแหน่งเดียวกัน แต่ด้วยทิฐิส่วนตัวคนเราก็มักจะใช้อายุเป็นข้ออ้าง ในเรื่องนี้ “แจ๊บ” ที่เด็กที่สุดในทีม GGEZ ก็ต้องปะฉะดะกับปิงที่อายุห่างกับตัวเองถึง 11 ปี แน่อนว่าศักดิ์ศรีของอดีตโปรระดับโลกอย่างปิง และผู้เล่นแรงค์เบอร์ 1 อย่างแจ๊บล้วนคลุ้งไปด้วยอีโก้ส่วนตัว เอาเป็นว่าอยู่ทีมเดียวกันสามัคคีกันไว้ดีที่สุด

6.“หัวร้อน” และ “ปากเสีย” มันดีกว่าที่คิด!!

“ไม่หัวร้อนก็ไม่ใช่เกมเมอร์” อันนี้ถ้าพูดในมุมคนทั่วไปคงจะมองว่าเล่นเกมจนสติแตก หรือมีปัญหาด้าน EQ แน่ๆ แต่สำหรับเกมเมอร์แล้วอาการหัวอุ่นๆนี้ไม่ได้เป็นข้อเสียซะทีเดียว ไม่ว่าจะการโดนอีกฝั่งเหยียดหยาม การไม่เข้าใจกันของทีม และสถานการณ์ภายในเกม ทั้งหมดล้วนเป็นแรงกระตุ้นชั้นดีที่จะทำให้ผู้เล่นตื่นตัวและแสดงฝีมือออกมาได้มากขึ้น และในเรื่องนี้ก็สื่อความมุมนี้ออกมาได้ดีเลย เล่นเกมแต่ไม่หัวร้อนเลยมันก็ยังไงอยู่…

7.คิลเยอะไม่ได้ทำให้ทีมชนะ (ล่ะมั้ง…)

เรามักจะพูดกันว่า “ภารกิจสำคัญกว่าคิลเยอะ” ในเกมที่เน้นภารกิจทีมอย่างแนว MOBA จากกรณี “แจ๊บ” และ “ปิง” ที่ทั้งคู่แข่งกันว่าใครคู่ควรกับตำแหน่ง Midlane ของทีม แม้ทั้งคู่จะเป็นผู้เล่นระดับสูง ตบอีกฝั่งเละเทะเป็นว่าเล่น แต่นั่นก็ทำให้ทีมเดือดร้อนและเกือบแพ้เกมเพราะไม่ยอมตีป้อมกันสักที แม้จะได้ปิงกู้สถานการณ์ด้วยฝีมือระดับเหนือมนุษย์ แต่สุดท้ายทีมก็ชนะเพราะทำภารกิจของเกมสำเร็จอยู่ดี ดังนั้นจงจำไว้ว่าภารกิจต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ!! (แต่คิลเก่งทีมก็ชนะง่ายขึ้นจริงๆนะ…)

8.อยากปล่อยให้ “ไก่” ลอยนวลอยู่ในทีม!!

การเล่นเป็นทีมแน่นอว่าก็มีทั้งคนเก่งและคนไม่เก่ง แต่ในซีรี่ส์เรื่องนี้มันคงไม่จบแค่นั้น เพราะเพื่อนพระเอกอย่าง “โย” ดันเล่นเกมห่วยซะยิ่งกว่าห่วย แถมยังไม่รู้ตัวคิดว่าตัวเองเทพกว่าคนอื่นอีกต่างหาก ยิ่งดูก็ยิ่งปวดหัวแทน ทุกคนในทีมจึงหาทางเขี่ยเขาออกจากตำแหน่งผู้เล่นไม่เว้นแต่ละวัน และกว่าเจ้าของทีมจอมเซ่อจะรู้ตัวก็เล่นเอาคนดูเหนื่อยไปเลยทีเดียว

9.ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จมาได้ภายใน 2 วัน!?

“ไม่มีอะไรเกินกว่าความพยายาม” จากเรื่องนี้ที่ทีม GGEZ แทบจะหมดหวังกับการไประดับโลกแล้ว แต่ด้วยความพยายามที่จะขับไล่เจ้าของทีมแสนไก่อ่อน (ในฐานะผู้เล่น) อย่างโยออกไป ในที่สุดพวกเขาก็ได้เวลาเฮือกสุดท้ายอีก 2 วันในการไต่แรงค์ ด้วยความเจ้าเล่ห์และความอึดถึก ทำให้ทีมไต่เป็นทีม 4 อันดับแรกภายใน 2 วันแบบเฉียดฉิว ทำไปได้ยังไงเนี่ย…ไปนอนพักบ้างเหอะ!!

10.การพนันคือการเดิมพันที่ไม่น่าเสี่ยงด้วย

การแข่งขันมักจะมาคู่กับการเดิมพันเสมอ ในเรื่องเราจะเห็นทั้งการท้าแข่งด้วยเงินเดิมพันถึงหลักแสนบ้าง หรือท้าแข่งคิลตัวละ 1,000 บาทบ้าง หากดูในซีรี่ส์อาจจะมองว่าเป็นรสชาติให้หนังสนุกขึ้น แต่ถ้ามองในความเป็นจริง การวัดความเจ๋งด้วยเงินมากขนาดนั้นก็แอบจะไม่ตลกสักเท่าไหร่ เพราะเข้าข่าย “การพนัน” ดีๆนี่เอง จะเล่นเกมก็เล่นกันเพื่อความสนุกก็พอแล้ว อย่าเสียเงินเสียทองเพราะความคึกคะนองจะดีกว่า

11.เวลาเรียนต้องเรียน เวลาทำงานต้องทำงาน

ถือเป็นอีกจุดที่เกมเมอร์ทั้งหลายไม่ควรเอาเยี่ยงอย่าง เช่นใน Ep.4 ที่ “แจ๊บ” ท้าแข่งกับ “KingG” ผู้เล่นตัวท็อปจากทีมอันดับ 1 การแข่งครั้งนี้เป็นที่จับตามองอย่างมาก ทำให้เด็กทั้งห้องหยุดเรียนเพื่อนั่งดูสตรีมสดการดวลกันในห้องเรียน ที่แย่ไปหน่อยคือแม้แต่อาจารย์ประจำวิชาก็เอากับเขาด้วย ในเรื่องอาจจะดูขำๆ แต่ถ้าเกิดขึ้นจริงๆกลัวว่าเกมจะโดนสังคมเพ็งเล็งในทางเสียหายอีกแน่ๆ เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของคนเล่นเกม เราก็ต้องรู้จักแยกแยะและแบ่งเวลาให้ดีด้วย

12.“อีสปอร์ต” ตัดสินด้วย “ฝีมือ” ไม่ใช่คะแนนโหวต!!

ถือเป็นมุมมองการนำเสนอที่แปลกมาก เพราะในเรื่องหาทีมเข้าไปแข่งระดับโลกก้วยการโหวตคะแนน ซึ่งคิดยังไงก็ไม่เห็นว่ามันจะเข้าท่าตรงไหน ในเรื่องแม้ว่าทีม GGEZ จะทำทุกวิถีทางที่จะเพิ่มคะแนนโหวตให้ทีมแล้ว แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็เห็นตรงกันว่า “ฝีมือ” คือสิ่งที่จะตัดสินการไประดับโลก จึงนัดกันจัดแข่งเพื่อไม่ให้รู้สึกค้างคาใจ เอาตามความจริงก็ต้องเป็นแบบนั้นสิ…มาวงมาโหวตมันไม่ใช่แล้ว!!

13.เกมเป็นมากกว่าการเล่นสนุก แต่เกมคือความผูกพันของผู้คน

อันที่จริง “GGEZ เกรียนเมพเทพศาสตร์” ก็เป็นเรื่องราวที่ค่อยๆสร้างมิตรภาพภายในทีมมาตั้งแต่แรก แต่ใน Ep.5 หลังจากที่ทีมแตกไปสักพัก “เจมส์” ตัวละครแสนซื่อก็จุดประกายความประทับใจตรงนี้ โดยมี “ร้านชาบูกินกับแก๊ง” เป็นสัญลักษณ์ (โปรโมชั่นร้านให้สิทธิ์ลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มเท่านั้น) ตรงนี้เป็นการตอกย้ำว่าคนที่อยู่ทีมเดียวกัน ยังไงก็ต้องอยู่ทีมเดียวกันและเล่นเกมด้วยกัน เพราะการเล่นเกมกับเพื่อนมันก็สนุกกว่าจริงๆนั่นแหละ

14.คิดจะก้าวหน้า ต้องไม่ทิ้งโอกาสที่เข้ามา

เมื่อทีม GGEZ ไม่ผ่านเข้าสู่สังเวียนระดับโลก ทำให้สมาชิกในทีมกระจัดกระจายไปจากการตัดสินใจของโย แต่เมื่อปิงได้รับโอกาสจาก “จิวยี่” แฟนคลับตัวยงของ Double P ที่ตามรอยเขาจนไต่เต้าสู่ระดับโลกได้ จิวยี่ต้องการเห็นชื่อไอดอลของตัวเองมาผงาดในเวทีโลก จึงทุ่มทุนส่งชื่อปิงไปสู่การแข่ง “Dreamhook” ทัวร์นาเมนท์ที่รวบเหล่าผู้แพ้ที่กระหายสู่เวทีโลก นี่คือโอกาสสุดท้ายของ GGEZ สู่ระดับโลกในปีนี้แล้ว…

แม้ Dreamhook จะเป็นรายการที่ดูหมิ่นเสียศักดิ์ศรีตำนานระดับโลกอย่างปิง แต่สมาชิกส่วนใหญ่ก็ไม่แคร์ ตอบรับคำชวนไปคว้าตั๋วใบสุดท้ายในที่สุด ประเด็นนี้ถือว่าน่าประทับเลยทีเดียว เพราะสื่อให้เห็นถึงความเป็นนน้ำหนึ่งใจเดียวของทีม GGEZ ได้เป็นอย่างดี

15.ทิ้งทิฐิและเสียสละเพื่อชัยชนะของทีม

ในเรื่องนี้ตัวละครปิงกับแจ๊บค่อนข้างจะตีกันบ่อย (บ่อนจนน่ารำคาญ) ด้วยความที่ทั้งคู่ถนัดตำแหน่ง Midlane แถมมีความดันทุรังสูงลิบเหมือนกัน แต่ในช่วงแข่ง Dreamhook ทั้งคู่ก็ล้วนได้รับบทเรียนสำคัญในฐานะเกมเมอร์

ใน Ep.6 แจ๊บที่ถูกย้ายมาเล่นเป็น Support มาตลอดก็รับไม่ได้ แต่เมื่อได้ยินจากปากของโค้ชอย่างโยว่าเพราะเขาเป็นคนมีเซนส์ดีและเล่นในตำแหน่งอื่นได้ ในขณะที่ปิงทำแบบนั้นไม่ได้ เขาจึงยอมรับและช่วยกู้ทีมจนชนะได้ ตรงนี้แสดงให้เห็นว่าบางครั้งความชอบก็ไม่ได้ทำให้ทีมชนะ แต่เป็นการสละตัวเองไปเติมในสิ่งที่ทีมขาดต่างหาก

ส่วน Ep.7 ปิงที่ยังคงยึดติดในฝีมือระดับเทพสมัยเป็น DoubleP เมื่อ 6 ปีก่อนมาตลอดทั้งเรื่อง ในที่สุดความมั่นใจนี้ก็พังลง เพราะเขาบุกเดี่ยวจนทีมแพ้เป็นครั้งแรกในรอบชิง นี่น่าจะเป็นฉากที่โค้ชอย่างโยเปิดอกพูดอย่างชัดเจนกับปิงเกี่ยวกับทิฐิสมัยที่ Double P ยังพีคอยู่ แต่ในที่สุดเขาก็คิดได้ว่าถึงไม่ต้องเป็นคนแบกทีม เขาก็ยังมีเพื่อนร่วมทีมที่ช่วยให้ทีมชนะได้ และการสวมใส่เสื้อทีม GGEZ เป็นครั้งแรกเองก็บ่งบอกด้วยว่าเขาเปลี่ยนได้ไปแล้วจริงๆ

โดยรวมแล้ว “GGEZ เกรียนเมพเทพศาสตร์” เป็นซีรี่ส์สนุกๆที่ไม่ว่าคุณจะเล่นเกมหรือไม่ได้เล่น หรือใช้ชีวิตในแวดวงไหนก็สนุกไปกับเรื่องนี้ได้ เหมือนกับเราดูหนังทำอาหารโดยที่ไม่ต้องทำอาหารเป็น หรือดูหนังที่มีนักธุรกิจหักเหลี่ยมเชือดเชือนกันโดยไม่ต้องมีความรู้อะไร นอกจากความสนุกจากฉากเล่นเกมที่ดุเดือดแล้ว เนื้อเรื่องก็ยังมีมิติและให้แง่คิดอย่างคาดไม่ถึง เพราะตัวละครทุกตัวล้วนมีปมและปัญหาในฐานะ “นักกีฬา” ที่ต้องฝึกซ้อมและแข่งขันร่วมกับเพื่อนร่วมทีม และทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยที่คนดูทำความเข้าใจได้ไม่ยาก

ยิ่งถ้าคุณเป็นเกมเมอร์ด้วยแล้ว…คงจะได้กลับมาพิจารณาตัวเองมากขึ้น เช่น คุณทุ่มเทและเสียสละเพื่อทีมแค่ไหน เล่นเกมแล้วรู้สึกท้อแท้บ้างมั้ย เล่นเกมจนต้องเสียเงินเสียทองไปเท่าไหร่ เคยพูดจาและแสดงความรุนแรงในเกมบ้างหรือเปล่า หรือว่าเคยตั้งความหวังกับอาชีพอีสปอร์ตไว้สูงแค่ไหน เป็นต้น ทั้งหมดนี้คุณน่าจะได้หวนกลับมาคิดมากขึ้นหลังจากได้ดูเรื่องนี้

ไม่ว่าจะเป็นละคร ซี่รี่ส์ หรือภาพยนตร์ ทั้งหมดล้วนสอดแทรกข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวงการต่างๆให้ผู้ชมได้เรียนรู้เป็นประสบการณ์ ส่วนวงการเกมเองก็เติบโตมากขึ้นเรื่อยๆจนภายใน “วงการอีสปอร์ต” มีข้อมูลมากพอที่จะสร้างละครเพื่อบอกเล่าวงการเกมได้อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว แน่นอนว่าซีรี่ส์อีสปอร์ตเรื่องนี้ได้สะท้อนความคิดอะไรหลายๆอย่างให้เราได้ชม เช่น มุมมองธุรกิจ ชีวิตของนักกีฬาและทีมอีสปอร์ต มิตรภาพระหว่างเกมเมอร์ด้วยกันเอง รวมไปถึงแง่มุมลบๆที่สังคมไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างด้วย

ดังนั้น “GGEZ เกรียนเมพเทพศาสตร์” ถือได้ว่าเป็นซีรี่ส์สะท้อนวงการกีฬาอีกเรื่องหนึ่ง นี่ไม่ใช่ซีรี่ส์ที่เข้าถึงยากอย่างที่คุณเข้าใจ ขอแค่ลองเปิดใจแล้วลองดูก่อน เมื่อดูละครแล้วลองย้อนมองกลับมาดูตัวเอง คุณจะพบสาระและความบันเทิงจาก “ซีรี่ส์อีสปอร์ตเรื่องแรกของไทย” เรื่องนี้อย่างแน่นอน

Facebook Comments