กลับมาอีกครั้ง กับสกู๊ปพิเศษ วิวัฒนาการของ Logo เกม Final Fantasy ตอนที่ 2   หากผู้อ่านท่านใด สนใจอยากอ่านตอนที่ 1 สามารถเข้าไปอ่านตาม ที่นี่ ได้เลยจ้า

ในตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับ Amano Yoshitaka นักออกแบบตัวละคร และวาดภาพประกอบ คู่บุญของ Square (Squaresoft) ไปแล้ว   และเรายังพาคุณย้อนกลับไปดูวิวัฒนาการของ Logo ในสามไตรภาคแรกอีกด้วย   ในตอนที่ 2 นี้เราจะพาคุณไปดู ที่มาของ Logo ในสองไตรภาคล่าสุดกัน


Final Fantasy X

เริ่มต้นกับ ภาคแรกบน PS2 ของซีรี่ย์นี้   ในสมัยนั้น ก็นับว่าสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนๆซีรี่ย์มากพอดู  เนื่องจากงานภาพ ได้พัตนาอย่างก้าวกระโดดจาก PS1  ช่วยทำให้การนำเสนอโลก Fantasy ทำได้สมจริง และน่าตื่นตาตื่นใจมากขึ้นไปอีก   นับว่าเป็นการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของ Final Fantasy อย่างแท้จริง

การออกแบบ Logo ใช้สัญลักษณ์เป็นเหตุการณ์ในเกมที่ทำให้หลายคนน้ำตาซึม   นั่นคือเป็นฉาก Yuna นางเอกของเรา กำลังรำส่งวิญญาณ   โดยเลือกใช้สีหลายสี สะท้อนปรากฏการณ์ที่จะมีพลังงานสีรุ้งเกิดขึ้น เวลามีใครตายในเกม (Pyrefly)  ลองมองทางขวาล่างดีๆ จะเห็นลายเซ็นของ Amano ติดมาด้วย

กว่าจะพัตนามาเป้นแบบปัจจุบัน ไม่ใช่ง่ายๆเลยนะ… สุดยอดเลย

ฉากรำส่งวิญญาณของ Yuna (ขอขอบคุณ คุณ ShunEliteHunters สำหรับ Video มา ณ ที่นี้)


Final Fantasy X-2

เนื่องจากภาคนี้ประสบความสำเร็จพอสมควร   จึงได้มีการออกภาคเสริม ที่เป็นเนื้อเรื่องใหม่มาภายหลังด้วย   และนี่ก็ก็ถือเป็นแนวคิดใหม่ ในการทำเกมซีรี่ย์นี้   ส่วนเกมที่ออกมานั้น ก็ทำเอาหลายๆคนตกใจ+ดีใจ กันยกใหญ่… ก็เพราะว่าจุดขายของภาคนี้มันอยู่ที่… 3 สาวไอดอล Yuna , Rikku และ Paine นี่ไงล่ะจ๊ะ !


การออกแบบ Logo นั้น ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร… จะขายไอดอล ก็ต้องเป็นรูปไอดอลสิ !   คู่สีถึงแม้จะเป็นหลายสีเช่นเดิม แต่ก็หวานแหวว-สดใส กว่าภาคก่อนหน้านี้เยอะเลย


Final Fantasy XI

ด้วยความที่เทคโนโลยีด้านอินเตอร์เน็ตได้ถูกพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด เกมออนไลน์จึงกลายเป็นอะไรที่ใครๆเริ่มหันมาสนใจเล่นกัน   และแน่นอน มีหรือที่เกมหัวก้าวหน้าอย่าง Final Fantasy จะไม่ออกมาออนไลน์กับเค้าด้วย   Final Fantasy XI จึงเรียกได้ว่าเป็นการพลิกโฉมของเกมซีรี่ย์นี้ ครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับการออกแบบนั้น   เพื่อให้ Logo แสดงออก และพูดในสิ่งที่ต้องการประกาศกร้าวมากที่สุด   นั่นก็คือการประกาศอย่างยิ่งใหญ่ว่า ภาคนี้ได้เข้าสู่ระบบออนไลน์แล้วจ้า…   Amano จึงต้องพยายามยัดเนื้อหาจำนวนมากเข้าไปใน Logo เล็กๆนี้ให้ได้   สัญลักษณ์ประจำภาคนี้ จะเป็นภาพนักรบทั้ง 5 เผ่าพันธุ์ ซึ่งก็คือตัวละครที่เราสามารถเลือกเล่นในเกมได้นั่นเอง   นอกจากนั้น เพื่อความอลังการ Amano เลยแถมภาพกองทัพให้อีกทั่วทั้ง Logo   บ่งบอกถึงความกว้างใหญ่ของโลกอินเตอร์เนต และเนื้อเรื่อง มหาสงครามคริสตัล   …ยังไม่พอยังแถมคำว่า Online เข้าไปอีกเพื่อเป็นการเน้นย้ำ   ก็เรียกได้ว่าเป็น Logo ที่ดูแล้วจับฉ่ายมากที่สุดของทุกๆภาค

ภาพวาด สุดละเอียดละออ ของคุณ Amano
เผ่าพันธุ์ต่างๆที่สามารถจะเลือกเล่นได้… Amano ใส่รายละเอียดลงไปในภาพเยอะมาก แม้จะเป็นภาพเล็กๆ…

คุณ Amano เคยให้สัมภาษณ์ด้วยว่า   การวาดภาพ Logo ของภาคนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก และท้าทายอย่างมาก   เค้าต้องนั่งวาดภาพนี้ลงบนกระดาษขนาดใหญ่ เพื่อจะได้ สามารถเก็บรายละเอียดเล็กๆน้อยๆได้ครบถ้วน   ถึงกับเคยบ่นออกมาว่า การวาดภาพ Logo ของภาคนี้มันออกจะน่าเบื่อไปสักหน่อยนะ (คงต้องทำตามโจทย์เยอะมั๊ง)


Final Fantasy XII

หลังจากได้ทดลองระบบออนไลน์ไปเรียบร้อยแล้ว Final Fantasy ได้กลับมาเป็นเกมผจญภัยแบบเล่นได้คนเดียวแบบเดิมอีกครั้ง กับ Final Fantasy XII ภาคนี้ถูกพัฒนาโดยทีมงานเดียวกันกับ Final Fantasy Tactics   และยังมีเนื้อเรื่องบางส่วนเชื่อมโยงกับ Final Fantasy Tactics อีกด้วย   สำหรับผู้ที่สนใจ เร็วๆนี้จะมีภาค Remake ออกมาใหม่บน PS4 ก็ลองติดตามกันดูได้ (ไม่ใช่ Remaster นะ  ดังนั้นต้องมีอะไรไม่เหมือนเดิมแน่นอน !)

สำหรับการออกแบบนั้น คราวนี้ออกมาในการจัดองค์ประกอบแบบแนวตั้ง แทนที่จะเป็นแนวนอนแบบภาคก่อนๆ   โดยมีสัญลักษณ์ประจำภาคก็ไม่ใช่ตัวเอก หรือตัวร้ายอะไร   แต่เป็นตัวละครสำคัญตัวนึง ชื่อว่า Gabranth (Noah)

ถ้าสังเกตุดีๆจะพบว่า ลายเส้นของ Amano ใน Logo ภาคนี้   จะดูแตกต่างออกไปจากภาคอื่นๆ นั่นคือดูเหมือนการเสก็ตหยาบๆมากกว่า   เรื่องนี้มีที่มา อันเนื่องจากที่ตั้งสตูดิโอทำงานของ Amano นั้นอยู่ค่อนข้างไกลจากสำนักงานของ Square   ในระหว่างที่ Square กำลังจะส่งตัวแทนมารับงานออกแบบฉบับเดิมของเค้าไปนั้น   ไม่ทราบว่าเกิดเฮี้ยนอะไรขึ้นมา แต่ลูกพี่เค้าก็ดันเกิดปิ๊งไอเดียใหม่ขึ้นมากระทันหัน   จึงได้ใช้เวลาที่รอ Square เดินทางเข้ามาเสก็ตรูปขึ้นมาใหม่อย่างหยาบๆด้วยพู่กัน   และในที่สุดทาง Square ก็เลือกใช้ Logo ที่เสก็ตขึ้นมาหยาบๆเพียงไม่กี่นาทีในวันนั้นนั่นเอง (แหม่… ทำไม่ทันสินะ…)   ถ้าสังเกตุดีๆ เราจะเห็นลายเซ็นของ Amano ที่มุมซ้ายล่างด้วยล่ะ

ถ้าสังเกตุดีๆ จะเห็นได้ว่าเป็นเส้นเสก็ตแบบหยาบๆด้วยพู่กัน ต่างจากภาคอื่นๆ

ภาคนี้มี ภาคต่อลงบน NDS ด้วย   ชื่อภาคว่า Revenant Wings โดน Logo นั้นก็เป็นรูปยาน Galbana ในเรื่องนี่แหละ   สำหรับ Logo นี้ ไม่ได้ออกแบบโดย Amano นะ

ภาพ Logo เปรียบเทียบกับยานจริงๆ

Final Fantasy XIII

และแล้ว โลกของ Video Game Console ก็ได้เคลื่อนมาสู่ generation ที่ 7…   Final Fantasy XIII ได้วางจำหน่ายบนเครื่อง PS3 และ Xbox   และนี่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของซีรี่ย์นี้   นั่นก็คือเป็นภาคที่มีคนบ่นว่าเกลียดมากที่สุดภาคนึง (ฮา)   และยังไงก็ตาม เรื่องราวของ Logo ก็ยังคงดำเนินต่อไป

จะด้วยความเก๋า หรือเหตุใดไม่ทราบ… สัญลักษณ์ในภาคนี้ คุณ Amano ได้นำเอาเหตุการณ์สำคัญ(มาก)ในตอนจบ มาใช้ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่แสนประทับใจของตัวละครหลักอย่าง Fang และ Vanille  โดยที่ #โนสนโนแคร์ ว่าจะสปอยล์หรือไม่

สำหรับคนที่ยังไม่ได้เล่น หรือเล่นไม่จบก็อย่าเพิ่งตกใจ เราจะไม่เล่ารายละเอียดสำคัญที่ว่านั้น   แต่มีเรื่องน่าสนใจสำหรับภาคนี้เล็กน้อย   นั่นคือการทำงานออกแบบ Logo ในภาคนี้ เกิดขึ้นก่อนที่จะเริ่มออกแบบตัวละคร, สิ่งของ และ ฉากต่างๆในเกม   ซึ่งก็น่าสนใจตรงที่ว่า การออกแบบสิ่งของต่างๆที่เกิดขึ้นภายหลังนั้น ได้ยึดเอารูปแบบจากลายเส้นของ Amano มาใช้อย่างเคร่งครัด   ดังที่เห็นในฉากสำคัญตอนท้ายว่า มันออกมาย้วย-ขยุกขยุย เหมือนลายเส้น Amano แค่ไหน

ภาคนี้เป็นภาคแรกที่มีการเพิ่มขอบสีให้กับตัวหนังสือ   และคู่สีที่เลือกมาใช้ก็หวานซะขนาดนั้น… เป็นพลังแห่งเพศหญิงจริงๆ !

ความย้วยขนาดนี้… ไม่บอกก็รู้ว่าเอามาจากลายเส้นของเฮีย Amano ของเรานั่นเอง

สำหรับใครที่ไม่กลัวสปอยล์ ก็กดดูวีดีโอตอนจบ ด้านล่างนี้ได้เลย (ขอขอบคุณ คุณ ZybakTV สำหรับ Video มา ณ ที่นี้)


Final Fantasy XIII-2

และอย่างที่ทุกท่านทราบดีว่า   เนื่องจากภาค 13 โดนวิจารณ์สับเละจากทุกสำนัก  ร้อนไปถึงทางทีมงาน Square Enix ต้องรีบออกภาคต่อ มาแก้มืออีกครั้ง ซึ่งก็ได้รับการตอบรับดีขึ้นนิดนึง และนี่ก็คือ Final Fantasy XIII-2


Logo ภาคนี้ก็ตรงไปตรงมา  เป็นรูปของ Lightning เจ๊เครียดของเรา และ Caius Ballad คู่ปรับของเจ๊แกนั่นเอง   ซึ่งเนื้อเรื่องหลักๆก็จะโฟกัสไปที่ 2 คนนี้นั่นแหละ  คู่สีที่เลือกใช้เป็นสีชมพู และ ม่วง ตามสีผมของแต่ละคน   โดยที่เราจะเห็นลายเซ็นของ Amano อยู่ที่ด้านล่าง-ขวา ด้วยนะ

เสก็ตแรกของ Amano ขยุกขยุยตามไสตล์เค้าล่ะ

อนึ่ง ก่อนหน้าที่จะมาเป็น Logo ที่เราเห็นนี้  ทาง Square เคยใช้ Logo อีกแบบในการโปรโมทด้วย ตามรูปด้านล่างเลย

ภาพสำหรับโปรโมท คนละเรื่องกับฉบับจริงเลยล่ะ

Final Fantasy XIII : Lightning Returns

Logo หยั่งกะ Transformer

ไม่รู้ทำไม… ทั้งๆที่เป็นภาคนี้ ดูเหมือนจะเป็นภาคที่คนไม่ชอบเยอะมาก   แต่ก็ยังอุตส่าห์จะมีภาคต่ออันที่สองออกมาอีก และนี่คือ Final Fantasy XIII : Lightning Returns

การออกแบบ Logo ก็จะหลุดออกไปจากภาคอื่นๆเลย ภาคนี้ทางทีมงานได้ให้คำอธิบายว่า ต้องการให้ Logo สื่อถึง Final Fantasy ยุคใหม่  ภาคนี้ไม่ใช่ฝีมือคุณ Amano นะ


Final Fantasy XIV

ทางทีม Sqaure กลับมาทำซีรี่ย์นี้ ในระบบออนไลน์อีกครั้ง กับภาคที่ 14 (ฟู้ว… เราเดินทางมาไกลมากนะ…) ซึ่งเกมที่ออกมานั้น ก็ไม่ถูกใจแฟนๆเป็นอย่างมาก และโดนวิจารณ์สับเละอีกเช่นเคย จนทีมงานถึงขั้นต้องล้างบาป โละ Server เก่า   และกลับมาเริ่มต้นกับภาคใหม่ ที่ชื่อว่า Final Fantasy XIV : A Realm Reborn

กลับมาคราวนี้ ไฉไลกว่าเดิม…

และในการกลับมาคราวนี้ ทาง Square Enix ก็ล้างบาปได้สำเร็จ   เนื่องจากได้รับการตอบรับที่ดีมาก และมีการออก Patch ภาคเสริมออกมาอีกมากมายภายหลัง  นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกจริงๆ

สำหรับการออกแบบ Logo นั้น   สัญลักษณ์ประจำภาคออกแบบมาให้เป็นรูปนักรบจำนวน 14 คน เพื่อให้ตรงกับชื่อภาคอย่างจงใจ   อีกทั้งยังสื่อถึงการเล่นแบบ Online ที่จะต้องร่วมมือกับผู้เล่นคนอื่นๆอีกจำนวนมากด้วย   และในภาค “A Realm Reborn” ที่ออกมาใหม่นั้น ก็ยังคงสัญลักษณ์เดิมไว้ เพียงแต่เปลี่ยนสี และเพิ่มชื่อภาคใหม่เข้าไป   โดยที่ชื่อภาคนั้น ยังสอดแทรกรูป Meteor ที่เป็นส่วนสำคัญของเนื้อเรื่องในภาคนี้ด้วย

ภายหลังทาง Square ได้ตัดคำว่า A Realm Reborn ทิ้งแบบเนียนๆ ประหนึ่งว่าอยากจะลบ ความผิดภาคในภาคเดิมออกไป เหมือนไม่เคยเกิดภาคก่อนขึ้น (ฮา) Logo จึงออกมาเป็นแบบที่เห็นด้านล่างนี้แทน

อยู่ดีๆก็เปลี่ยนเป็นแบบนี้ดื้อๆเลยนะ เนียนเลย…
สารพัด Patch ที่ดูแล้วจะห่างไกลจาก Logo แบบเดิมเข้าไปทุกทีๆ

 


Final Fantasy XV

และในที่สุด… เราก็ได้เดินทางมาจนถึงภาคล่าสุดของซีรี่ย์นี้   เป็นภาคที่ hype กันมาไม่รู้กี่ปี   บางคนรอตั้งกะเริ่มเข้ามหาลัย ยังมีลูกแล้วก็ยังไม่ได้เล่น   หลายคนหลงซื้อ PS3 รออีกตา Noctis มาตั้งแต่ Trailer แรก จนต้องมาซื้อ PS4 อีกรอบ… ยังไงก็ตาม ในที่สุดเราก็ได้เล่นซะทีนะกับ Final Fantasy XV

Logo คราวนี้ออกแบบมาเป็นสีเข้มผิดจากภาคอื่นๆ ดูซีเรียส จริงจัง   สัญลักษณ์ประจำภาคนี้ เป็นเหตุการณ์ในตอนจบของเรื่องอีกเช่นเคย…   โอเคๆ ! เราสัญญาว่าเราจะระวัง ไม่สปอยล์อะไรคุณทั้งสิ้น   สิ่งที่เราพยามจะเล่าให้ฟังก็คือ ในตอนแรกผู้เล่นอาจจะเดาไม่ออกเลยว่า รูปสัญลักษณ์จะประจำภาคนี้มันจะสื่อความหมายอะไร (ก็อาจจะเดาได้ว่าเป็น Lunafreya เพราะมันมีคาแร็คเตอร์ผู้หญิงไม่กี่คนหรอก) จนกระทั่งคุณเล่นไปจนถึงฉากจบคุณจะถึงบางอ้อว่ามันคืออะไร

ซึ่งในภายหลัง เกมก็จะมี gimmick เล็กๆ ที่ทำเอาแฟนๆฟินกันไป   นั่นคือ Logo จะเปลี่ยนไปเป็นรูป***แทน จนคุณจะต้องอุทานออกมาว่า… อ๋อออออ งี้นี่เองงงงงง…   …เอาเป็นว่า ไปเล่นกันเอาเองละกันนะ ไม่เล่าดีกว่า อิๆ…   ส่วนใครไม่กลัวสปอยล์ ก็ไปดูภาพที่ว่านี้ ที่นี่ เลย


และทั้งหมดก็คือ วิวัฒนาการของ Logo ตั้งแต่ภาคแรก จนถึงภาคปัจจุบัน   นับว่าเป็นเรื่องที่น่าทึ่งเหมือนกันนะ ว่าใน Logo ที่ดูภายนอกเกือบจะเหมือนๆกันไปหมดทุกภาค บางทีก็สอดแทรกที่มาที่ไป หรือรายละเอียดต่างๆไว้อยู่มากมาย   เห็นอย่างนี้ถึงแม้ว่า จะรัก หรือเกลียด ซีรี่ย์นี้แค่ไหน ก็คงต้องยอมรับกับความพิถีพิถันของทีมงานออกแบบเค้าจริงๆ

สารพัดภาคเสริม เล่าได้เป็นวันๆ…

เราเองทราบดีว่า นอกจากภาคหลักแล้ว ยังมี Logo ภาคเสริมอื่นๆอีกมากมาย ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ซึ่งไม่อาจกล่าวถึงได้หมดทุกภาค ในบทความนี้   เอาเป็นว่าหากมีโอกาสในภายภาคหน้า เราจะเอาภาคที่เหลือ มาวิเคราห์เจาะลึกให้ผู้อ่านได้อ่านกันอีกแน่นอน

สุดท้ายก่อนจากกัน หวังว่าผู้อ่านทุกที่น่ารักท่าน จะสนุกกับเกร็ดเล็กๆน้อยๆนี้   ถ้าใครอยากจะแชร์ความเห็นเกี่ยวกับ การออกแบบ Logo หรือเกี่ยวกับเกม Final Fantasy ก็สามารถทิ้งข้อความไว้ได้ทั้งใน Website และใน Facebook เลยจ้า

Facebook Comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here