“Middle Earth” จักรวาลแห่งแหวนครองพิภพที่ต้องรู้ก่อนลุย “Middle Earth : Shadow of War”

สวัสดีครับมิตรรักแฟน Gaming Room ทุกท่าน ช่วงนี้คอเกม Adventure อาจจะถูกใจเป็นพิเศษ เพราะมีเกมแนวนี้ออกมาหลายเกมเลย ตั้งแต่ Assassin’s Creed Origins หรือ Middle Earth : Shadow of War ซึ่งวางตลาดมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่วันนี้ผมจะมาพูดถึงเกมหลังกัน เพราะส่วนตัวผมเป็นแฟนมหากาพย์ภาพยนตร์อย่าง The Lord of the Rings คนหนึ่งเหมือนกัน

“Middle Earth : Shadow of War” หลายคนอาจจะเล่นไปแล้ว แต่หลายคนอาจจะยังไม่เล่น (ผมก็หนึ่งในนั้น) อาจจะด้วยหลายๆสาเหตุ เช่น ไม่ชอบเกมภาคแรก ไม่เคยอ่านนิยายหรือดูหนังเรื่อง The Lord of the Rings มาก่อนก็เลยคิดว่าเล่นเกมนี้ไม่อินแน่ๆ หรือจะรอให้เกมลดราคาก่อนแล้วค่อยสอย (แบบผมนี่แหละ พอดีเป็นสายประหยัด ชอบซื้อเกมลดราคา 555+)

The Lord of the Rings ผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่คอนิยายและภาพยนตร์ต้องสัมผัสสักครั้งในชีวิต!!

ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตามที่คุณยังไม่เล่น Middle Earth : Shadow of War วันนี้ผมจะมาบอกเล่าเรื่องราวของจักรวาล Middle Earth และเกมภาคแรกอย่าง “Shadow of Mordor” แบบย่อๆ เผื่อใครไม่เคยอ่านนิยาย ไม่เคยดูหนัง หรือแม้แต่ยังไม่เคยเล่นเกมก็ให้รู้เรื่องราวแบบละเอียดของจักรวาลแห่งสงครามที่ “J.R.R. Tolkien” เจ้าของบทประพันธ์ผู้รังสรรค์งานชิ้นนี้ขึ้นมาได้อย่างน่ามหัศจรรย์ นี่อาจจะช่วยให้ตัดสินใจให้คุณหยิบ Shadow of War มาลองเล่นกันดูก็ได้นะ

J.J.K. Tolkien (1892-1973) นักประพันธ์ชาวอังกฤษผู้เขียน The Lord of the Rings

สำหรับใครที่ยังไม่ทราบว่า Middle Earth เกี่ยวข้องยังไงกับมหากาพย์ภาพยนตร์อย่าง Lord of the Ring ต้องขอเกริ่นสั้นๆเลยว่า “Middle Earth” เป็นเนื้อเรื่องส่วนหนึ่งในนิยาย “The Lord of the Ring” และนำเนื้อเรื่องส่วนนั้นมาขยายในรูปแบบวิดีโอเกมนั่นเอง (ขยายซะได้เกมมา 2 ภาคเลยนะ)

ที่สำคัญกว่านั้นคือ Middle Earth คือไทม์ไลน์ที่อยู่ระหว่าง “The Hobbit” ตำนานแรกสุดกับ “The Lord of the Rings” ปัจฉิมบทของตำนานแหวนครองพิภพ ซึ่งเป็นการแต่งเนื้อเรื่องขึ้นมาใหม่โดยทีมงานผู้สร้างเกม เนื้อเรื่องจะเกี่ยวข้องกันเช่นไร มันจะสนุกและตื่นเต้นขนาดไหน เชิญติดตามได้เลยครับ

Middle Earth : Shadow of Mordor (2014)

จุดกำเนิดของเรื่องราว Middle Earth 

“สามวงแรก มอบให้แก่ราชาแห่งเอลฟ์ ผู้อาศัยใต้ท้องนภา
เจ็ดวงถัดมา มอบให้แด่คนแคระ ในห้องโถงแห่งศิลา
เก้าวงสำหรับมนุษย์ ผู้ถูกสาปให้ต้องม้วยมรณา
และหนึ่งวงสำหรับจอมราชา ผู้สถิตอยู่บนบัลลังก์อันมืดมิด”

“หนึ่งวงเพื่อครอบครองทุกวง หนึ่งวงเพื่อค้นหาทุกวง
หนึ่งวงเพื่อรวบรวมทุกวง เพื่อพันธนาการไว้ในความมืดมิด ”

“และหนึ่งวงนี้ ที่นำมหันตภัยร้ายมาสู่ทุกเผ่าพันธุ์…”

“แหวนเอกธำมรงค์” (The Lord of the Ring) เครื่องประดับชิ้นเล็กๆที่เป็นต้นกำเนิดของเรื่องราวทั้งหมด

เรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้น ณ ดินแดนที่เรียกว่า “มิดเดิ้ลเอิร์ธ” (Middle Earth) ดินแดนที่เป็นที่อยู่อาศัยของหลากหลายเผ่าพันธุ์ เช่น มนุษย์ คนแคระ เอลฟ์ และฮอบบิท แต่กลับมีราชาแห่งความมืดตนหนึ่งที่ต้องการจะอยู่เหนือทุกเผ่าพันธุ์ และครอบครองทุกชีวิตบนดินแดนแห่งนี้ ราชาแห่งความมืดตนนี้ที่มีชื่อว่า “จอมมารเซารอน” (Sauron)

“จอมมารเซารอน” กับแหวนคู่ใจ

เซารอนเริ่มแผนการร้ายของเขาด้วยการออกอุบายมอบ “แหวน” ให้แก่ผู้นำของแต่ละเผ่าพันธุ์ สามวงแก่เผ่าพันธุ์เอลฟ์ เจ็ดวงสำหรับคนแคระ และอีกเก้าวงสำหรับมนุษย์ แต่เซารอนกลับแอบหลอมแหวนอีกวงขึ้นมาอย่างลับๆ แหวนที่มีชื่อว่า “เอกธำมรงค์” (The Lord of the Rings) แหวนที่มีพลังในการดูดกลืนพลังชีวิตและพลังอำนาจของผู้ถือแหวนวงอื่นๆมาไว้ในครอบครองได้ เมื่อเซารอนดำเนินการตามแผนการได้แล้ว เขาจึงสร้างกองทัพออร์คขึ้นมาเพื่อรุกรานมนุษย์ กองกำลังแห่งมิดเดิ้ลเอิร์ธจึงผนึกกำลังกันเพื่อต่อต้านเซารอน แต่ด้วยอำนาจของแหวนเอกธำมรงค์ ทำให้กองทัพพันธมิตรถูกตีแตกเป็นเสี่ยงๆ ไม่อาจต้านทานพลังของจอมมารตนนี้เอาไว้ได้

ในขณะที่สถานการณ์กำลังวิกฤตนั้น “เจ้าชายอิซิลดูร์” (Isildur) ผู้นำของเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้ตัดนิ้วของเซารอน ทำให้แหวนเอกธำมรงค์หลุดออกจากการครอบครองของเขา เมื่อจอมมารไร้พลังอำนาจของแหวน เซารอนจึงมีพลังไม่เพียงพอที่จะคงสภาพอยู่ได้ เขาจึงกลายเป็นดวงวิญญาณเร่ร่อน และรอคอยวันแก้แค้นต่อไป

ส่วนแหวนเอกธำมรงค์ที่ตกอยู่ในมือของผู้ชนะอย่างเจ้าชายอิซิลดูร์ แทนที่จะทำลายมันทิ้ง เขากลับตกอยู่ในอำนาจมืดของแหวน และเลือกที่จะเป็นผู้ครอบครองแหวนคนต่อไป แต่ด้วยความชั่วร้ายของแหวนเอกธำมรงค์ มันหาได้ยอมรับให้เจ้าชายอิซิลดูร์ให้เป็นผู้ครอบครองของมันไม่ มันกลับดึงดูดภัยร้ายให้เข้ามาหาตัวเจ้าชายจนถูกสังหารโดยกลุ่มโจรป่า ทำให้แหวนได้หายสาบสูญไปในที่สุด…

“กอลลัม” ผู้ลุ่มหลงในแหวนครองพิภพสุดล้ำลึก

ผ่านไปนับร้อยนับพันปี “แหวนเอกธำรงค์” ถูกค้นพบและถือครองโดยเจ้าของอีกหลายคน แต่มันกลับไม่ยินดีที่จะถูกครอบครองโดยคนเหล่านั้น หนึ่งในนั้นคือกอลลัม” (Gollum) ผู้หลงมัวเมาอยู่ในอำนาจแหวนจนโงหัวไม่ขึ้น ได้แต่พร่ำรำพึงรำพันว่าของรักของข้าวลีเด็ดที่หลายคนคุ้นหูกันอย่างดี (ต่อให้ไม่รู้จัก The Lord of the Ring ก็อาจจะเคยได้ยินวลีนี้)

“กอลลัม” หนึ่งในดาราเด่นของตำนานแหวนครองพิภพ

อำนาจมืดของแหวนได้แปรเปลี่ยนร่างกายมนุษย์ของมันให้เป็นดั่งปิศาจหน้าตาน่าเกลียด มันได้แต่เฝ้ากบดานอยู่ในถ้ำมืดๆ อยู่แบบหลบๆซ่อนๆ กลัวว่าใครจะมาขโมย “ของรัก” ไปจากมัน…

และแล้ววันที่กอลลัมกลัวก็มาถึง เมื่อฮอบบิทตนนึ่งนามว่าบิลโบ แบกกินส์หลงเข้ามาเจอกอลลัม และออกอุบายหลบหนีพร้อมทั้งขโมยแหวนเอกธำมรงค์ของรักของมันไปด้วย ตอนนี้ผู้ครอบครองแหวนคนสุดท้ายคือบิลโบ แบกกินส์ แต่เบื้องลึกแล้วแหวนวงนี้ก็ยังคงเฝ้ารอเวลาต่อไป

รอเวลาที่จะกลับไปหาเจ้านายของมัน จอมมารเซารอนนั่นเอง…

2,000 กว่าปีผ่านไป แต่มหันตภัยร้ายยังคงอยู่…

หลังจากที่รอดพ้นจากมหันตภัยร้ายจากเงื้อมมือของเซารอนมาได้ เผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ไม่ต้องการจะเจอเหตุการณ์แบบนั้นอีก จึงได้สร้างป้อมปราการไว้รอบๆเมือง “มอร์ดอร์” (Mordor) อาณาจักรของราชาแห่งความมืด เพื่อเฝ้าระวังภัยร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เหตุการณ์ดำเนินอย่างปกติสุขมาตลอด 2,500 ปี ยาวนานจนสิ่งมีชีวิตบนมิดเดิ้ลเอิร์ธได้ลืมเลือนถึงตัวตนของ “จอมมารเซารอน” ไปจนหมดสิ้นแล้ว แต่มันกลับค่อยๆฟื้นฟูพลังอย่างลับๆมาโดยตลอด

” ทาเลี่ยน” บุรุษผู้ยืนหยัดต่อต้านกองทัพออร์คจนหยดสุดท้าย

การจะฟื้นฟูพลังอำนาจกลับคืนมาเต็มรูปแบบได้นั้น เซารอนต้องพึ่งพลังของ “แหวนเอกธำมรงค์” เขาจึงส่งลูกสมุนมือขวาของมันนามว่า “Black Hand” นำกองทัพออร์คออกตามหาแหวนคู่ใจที่สาบสูญไปในมิดเดิลเอิร์ธ และปราการด่านแรกที่ต้องรับมือกับกองทัพออร์คนั้นก็คือ “ป้อมปราการแห่งกอนดอร์” โดยกองทัพออร์คที่บุกมานั้นมีจำนวนมหาศาล ทำให้ไม่อาจจะต้านทานไว้อยู่ แต่มีเพียงบุรุษคนเดียวเท่านั้นที่ยืนหยัดสู้กับกองทัพออร์คจนถึงนาทีสุดท้าย บุรุษที่มีนามว่า “ทาเลียน” (Talion)

สามหนุ่มสามมุมแห่งมอร์ดอร์ สมุนของจอมมารเชารอน

แต่แล้วทาเลียนก็พลาดท่าถูกจับตัวพร้อมกับภรรยาและลูก โดยกองกำลังออร์คที่นำโดย Tower of Sauron, Black Captain และ Black Hand แต่แทนที่พวกมันจะสังหารพวกเขาให้จบๆไป พวกมันกลับทำพิธีบูชายัญทั้งสามคนเพื่อเรียกวิญญาณเอลฟ์ตนนึงออกมา แต่แทนที่เอลฟ์ตนนั้นจะออกมาเป็นพวกของเซารอน เขากลับเลือกที่จะมาสิงร่างทาเลียนเพื่อมอบพลังในการล้างแค้นให้กับครอบครัวของเขา เอลฟ์ตนนี้มีชื่อว่า “เคเลบริมบอร์” (Celebrimbor) 

“เคเลบริมบอร์” วิญญาณเอลฟ์ผู้ร่วมชะตากรรมกับทาเลียน

ด้วยพลังอำนาจของเคเลบริมบอร์ ตอนนี้ทาเลียนนั้นอยู่ในสภาพ “ครึ่งคนครึ่งวิญญาณ” สามารถต่อสู้ด้วยพลังของมนุษย์ และใช้พลังพิเศษของเอลฟ์ช่วยในการต่อสู้ ทั้งสองจึงกลายเป็นพันธมิตรจำเป็นเพื่อออกไล่ล่าเหล่าสมุนของเซารอน รวมไปถึง Black Hand เพื่อแก้แค้นให้กับครอบครัวของทาเลียน และเพื่อหยุดคำสาปที่กักขังเคเลบริมบอร์เอาไว้อีกด้วย…

จุดเริ่มต้นที่แท้จริงของ “แหวนครองพิภพ”

หลังจากที่ทั้งสองออกไล่ล่าและสังหารออร์คเพื่อตามหาหัวหน้าของมัน ทั้งคู่กลับมาพบกับ กอลลัม” อดีตผู้ครอบครองแหวนเอกธำมรงค์ กอลลัมสร้างความประหลาดใจให้กับเคเลบริมบอร์ มันมองเห็นตนเองที่เป็นวิญญาณ อีกทั้งยังนำทางไปหาสมบัติของเขาสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วย ซึ่งกอลลัมนั่นแหละเป็นคนเก็บเอาไปซ่อนไว้ เมื่อทาเลียนได้สัมผัสกับสมบัติแต่ละชิ้นนั้น ภาพความทรงจำในสมัยที่เคเลบริมบอร์มีชีวิตได้ปรากฎขึ้นมาในหัว

และแล้วความจริงก็ปรากฏ “เคเลบริมบอร์” ในอดีตเป็นช่างฝีมือที่มีชื่อเสียงแห่งเผ่าพันธุ์เอลฟ์ จอมมารเซารอน” จึงเลือกให้เขาเป็นผู้หลอมแหวนทุกวงที่จะมอบให้แก่เผ่าเอลฟ์ คนแคระ และออร์ค โดยเซารอนได้ปลอมตัวเป็นชายหนุ่มรูปงาม “อันนันตาร์” (Annitar) เพื่อหลอกให้เคเลบริมบอร์ทำตามแผนของมัน เคเลบริมบอร์หลงกลมัน มันจึงหลอม “แหวนเอกธำมรงค์” ด้วยตัวเอง เพื่อใช้ควบคุมแหวนวงอื่นๆตามแผนการได้สำเร็จ

เคเลบริมบอร์ (ขวา) โดนเชารอนหลอกให้สร้างแหวนเอกธำมรงค์

เมื่อเซารอนหลอมแหวนเอกธำมรงค์สำเสร็จ มันก็ส่งกองกำลังมากำจัดหลักฐานทิ้งไปซะ แต่เคเลบริมบอร์นั้นเก่งเกินกว่าที่ลำพังกองกำลังออร์คจะโค่นได้ เซารอนจึงต้องลงมือเก็บเขาด้วยตนเอง ด้วยฝีมือของมันบวกกับพลังอำนาจของแหวน ทำให้เคเลบริมบอร์เสียท่าและถูกจับไปที่มอร์ดอร์เพื่อให้ขัดเกลาแหวนให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น 

เคเลบริมบอร์ที่โดนอำนาจแหวนล่อลวงจึงยอมทำแต่โดยดี แต่นี่กลับเป็นเพียง “แผนการ” เท่านั้น เคเลบริมบอร์เปลี่ยนให้แหวนยอมอยู่ภายใต้การครอบครอง หลังจากที่ตกแต่งแหวนเอกธำมรงค์เสร็จแล้ว เขาอาศัยจังหวะที่เซารอนกำลังชื่นชมผลงานชิ้นเอก ฉกแหวนมาสวมไว้ซะเอง และใช้พลังของแหวนหลบหนีออกจากมอร์ดอร์ได้

รู้นะเฟ้ยว่าแกคิดจะจิ๊กของของฉันไป!!

เมื่อได้รับรู้ความจริงแล้วว่าทำไมเหล่าสมุนของเซารอนต้องการเรียกตัวเคเลบริมบอร์กลับมาสู่โลกนี้ แต่ปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นที่ทุกคนอยากรู้ก็คือตอนนี้แหวนเอกธำมรงค์อยู่ที่ไหน!? โดยเฉพาะ “กอลลัม” ที่ต้องการจะได้ของรักของหวง (ที่คิดว่าเป็นของตัวเอง) กลับคืนมาซะเหลือเกิน แต่เมื่อความทรงจำส่วนนี้ยังไม่พบ ทำให้กอลลัมโกรธหนักมาก งอนหนีหายไปจากทาเลียนกับเคเลบริมบอร์

ความจริงอันเจ็บปวด จุดจบของเคเลบริมบอร์

“ทาเลียน” และ “เคเลบริมบอร์” ออกตามล่าลูกสมุนมือขวาของเซารอน จนมาเจอเข้ากับ “Black Hand” ที่ Black Gate ซึ่งเป็นที่ที่เคเลบริมบอร์และครอบครัวถูกสังหาร มันใช้พลังบางอย่างเพื่อเปิดเผยความทรงจำจากอดีตช่วงสุดท้ายก่อนที่เคเลบริมบอร์จะถูกสังหาร โดยเป็นช่วงที่หลังจากหนีออกมาจากมอร์ดอร์แล้ว ฝั่งเคเลบริมบอร์รวบรวมกองกำลังเพื่อต่อสู้กับจอมมารเซารอน พร้อมทั้งช่วยลูกและภรรยาของเขาออกมา ด้วยพลังของแหวนทำให้เซารอนไม่สามารถต่อกรกับเคเลบริมบอร์ได้

ขณะที่กำลังจะจัดการเซารอนได้อยู่แล้วนั้น อำนาจของเซารอนที่อยู่ในแหวนเอกธำมรงค์ก็แข็งแกร่งขึ้น แหวนสลัดตัวเองออกจากนิ้วไปอยู่กับจอมมารเซารอน เหตุการณ์ทั้งหมดจึงกลับตาลปัตร เคเลบริมบอร์พ่ายแพ้เซารอนที่ครอบครองแหวนมาได้ เขาจึงถูกจับมาที่มอร์ดอร์อีกครั้ง เชารอนเผยความจริงว่ามันหลอกให้เขาสร้างแหวน และในที่สุดเคเลบริมบอร์ก็ถูกมันสังหารจนตายตามภรรยาและลูกไป

เผชิญหน้าศึกสุดท้าย โค่นจอมมารแห่งแหวนครองพิภพ!!

เมื่อภาพความทรงจำจบลง…Black Hand ตรงเข้ามาเพื่อจะจู่โจมทาเลียน แต่เขากลับใช้ดาบปาดคอของตนเองเพื่อบูชายัญเรียกจอมมารเซารอนและเคเลบริมบอร์ให้เข้ามาสิงร่างของเขา ทาเลียนที่ไม่มีความช่วยเหลือจากเคเลบริมบอร์แล้วจึงต้องต่อสู้กับจอมมารที่ร้ายกาจที่สุดเพียงลำพัง แต่ในขณะที่ทาเลียนกำลังจะเพลี่ยงพล้ำ เคเลบริมบอร์ใช้พลังเฮือกสุดท้ายในการเข้ายึดครองร่างของจอมมารเซารอน เพื่อเปิดโอกาสให้ทาเลี่ยนสังหารเซารอน เพื่อแก้แค้นให้กับครอบครัวทั้งสองคนด้วย

ศึกสุดท้ายที่มีจักรวาลมิดเดิลเอิร์ธเป็นเดิมพัน!!

แม้เซารอนจะพ่ายแพ้ แต่ร่างไร้วิญญาณที่อยู่ตรงหน้าของทั้งสองคนนั้น คือ “Black Hand” ที่บูชายัญตัวเองเพื่อเรียกวิญญาณของเซารอนเข้ามาสิงร่าง วิญญาณของจอมมารที่ชั่วร้ายที่สุดจึงยังไม่ถูกกำจัด มันยังคงเฝ้ารอที่จะกลับมาแก้แค้น และเฝ้ารอเวลาที่จะยึดครองมิดเดิลเอิร์ธอยู่ไปอีกนานแสนาน

ทางด้านทาเลี่ยนเองก็รู้ว่าลำพังพลังของพวกเขาไม่อาจจะปราบเซารอนได้แน่ เขาจึงมองหาวิธีใหม่…มองหาขุมพลังใหม่ นั่นก็คือแหวนวงใหม่ นั่นเอง…

บกันไปแล้วนะครับ สำหรับเรื่องราวความเป็นมาของ “จักรวาล Middle Earth” ว่าระหว่างตัวหนัง The Lord of the Rings กับตัวเกม Middle Earth มันเกี่ยวข้องกันยังไง แค่ได้ยินชื่อ “จอมมารซารอน” กับ “แหวน” ก็คงเข้าใจได้แล้วว่าทั้งหมดเป็นเนื้อเรื่องส่วนที่สำคัญไม่น้อยเลยทีเดียว แต่นี่เป็นเพียงเนื้อเรื่องของเกม Shadow of Mordor ภาคแรกของจักรวาล Middle Earth เท่านั้น…

ส่วนเนื้อเรื่องต่อจากนี้ ผมแนะนำว่าเพื่อนๆลองไปสัมผัสจากในเกมเอาจะดีกว่า ผมว่าจะได้อรรถรสและอารมณ์ร่วมที่มากขึ้นกว่าอ่านสปอยล์ตามเว็บ เผื่อเล่นภาคแรกแล้วสนุก อินจัด และอยากรู้ว่าจะเป็นยังไงต่อ ก็แวะไปกด Shadow of War มาหวดกันให้มันส์มือไปเลย แต่สายเสพเกมถูกแบบผม ขอรอให้มันลดราคามาซักนิดนึงก่อนละกันครับ อิอิ~

Facebook Comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here