“PUBG VS Fortnite” หากต้องเล่นสักเกม…คุณจะเลือกเกมไหน!?

“PUBG” กับ “Fortnite” ถือว่าเป็นเกม Battle Royale ที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดที่สุดในตอนนี้ แม้ว่าพื้นฐานของ Fortnite นั้นจะมาจาก PUBG อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะว่า PUBG นั้นเปิดให้เล่นก่อน และประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม

ด้วยเกมเพลย์หลักๆ คือ มีแผนที่กว้างๆที่รองรับผู้เล่นสูงสุด 100 คน ดิ่งลงมาจากฟ้าแล้วต่อสู้กันแบบ “ตายแล้วจบเกมทันที” เพื่อหาผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว นี่ได้กลายเป็น “รูปแบบมาตรฐาน” ของเกม Battle Royale ไปแล้ว แต่ว่าเมื่อมองถึงรายละเอียดอีกหลายๆอย่าง ทั้งสองเกมนี้ถือว่าแตกต่างกันอย่างมาก ถ้าคุณยังลังเลว่าจะเล่นเกมไหน ตัดสินใจหลังจากอ่านจบแล้วก็ได้ครับ

เกมเพลย์ (Gameplay)

อย่างที่เกริ่นไปแล้วครับว่าพื้นฐานเกมเพลย์ของทั้งคู่นั้นเหมือนกัน แต่สิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างจริงๆในเรื่องนี้จะเป็น “บรรยากาศโดยรวมในเกม” ครับ 

PUBG เป็นเกมที่คุมรูปแบบของเกมให้สมจริงและจริงจัง (มาก) ในทุกปัจจัย ทั้งด้านกราฟฟิกที่คมชัดเสมือนของจริง “แผนที่” ที่ออกแบบให้อิงจากสภาพของโลกจริงๆ รวมไปถึง “อาวุธ” ที่บรรจงสร้างให้มีปัจจัยตรงกับอาวุธจริงให้มากที่สุด ทั้งการดีดตัวของปืนเมื่อยิง การกระจาย ความเร็ว และการตกของกระสุน ทำให้ปืนใช้งานยากและต้องงัดฝีมือในการเล่นสูง ทั้งหมดนี้ล้วนสร้างเกมเพลย์ให้มีความกดดัน ตึงเครียด และท้าทายกว่าเกมยิงทั่วๆไป

ในขณะที่ Fortnite นั้นตรงข้ามกับ PUBG แบบคนละขั้ว!! เริ่มตั้งแต่คาแรคเตอร์และกราฟฟิกเกมที่ดูสดใสมุ้งมิ้ง อาวุธที่ลดความสมจริงลงมากทำให้ใช้ง่าย และไอเทมในเกมที่มีลูกเล่นหลากหลาย แถมยังสร้างทั้งสีสันและความขบขันในเกมได้เป็นอย่างมาก โดยรวมแล้วเป็นเกมที่เล่นง่ายและกดดันน้อยกว่าพอสมควร ที่สำคัญสุดๆเลยคือเกมนี้มีไอเทมคอย “อำนวยความสะดวก” อยู่เยอะ เช่น “Launch Pad” ที่พูดเลยว่านี่มันของวิเศษโดราเอมอนชัดๆ!! สร้างได้ตั้งแต่ชิ้นเล็กๆอย่างแผ่นไม้ธรรมดาๆ ไปจนถึงประตู สะพานข้ามฝั่ง หรือจะใหญ่ยักษ์ขนาดป้อมหรือปราสาทก็ยังได้ ซึ่งนี่ก็วัดผลแพ้ชนะในเกมนี้กันมานักต่อนักแล้ว!!

เลือก = อันนี้ตอบยากมาก เพราะดีไปคนละแบบ แต่ส่วนตัวชอบเกมที่ไม่อิงจากอาวุธหรือไอเทมแบบสมจริงสมจังมากนัก ชอบสไตล์อนิเมชั่นอะไรทำนองนี้มากกว่า ขอเลือก Fortnite” ล่ะกันครับ

โหมดเกม (Modes)

โหมดเกมพื้นฐานแล้วทั้งสองเกมมีเหมือนกัน คือ Solo (เดี่ยว), Duo (ทีม 2 คน) และ Squad (ทีม 4 คน) แต่สิ่งที่แตกต่างกันจริงๆคือ “อีเวนท์” ที่มีความน่าสนใจไปคนละแบบ เพื่อให้ผู้เล่นได้เปลี่ยนบรรยากาศจาก Battle Royale แบบดั้งเดิม

PUBG จะมีอีเวนท์ให้เล่นโดยเลือกเล่นได้ที่ “โหมดอีเวนท์” หลักๆจะเป็นการเพิ่มไอเทมที่มีลูกเล่นน่าสนใจ เช่น Flare Gun และ Tequila Sunrise หรือจะเป็นโหมด Deathmatch มันๆอย่าง War Mode ซึ่งแต่ละอีเวนท์จะเล่นได้ 3-4 วันในช่วงสุดสัปดาห์ หรือจะเปลี่ยนมุมภาพไปเล่นแบบ FPF ก็ได้เช่นกัน

ส่วน Fortnite จะเด่นไปที่จำนวนผู้เล่นและทีมในแมพ เช่น 50 VS 50 (โหมด 2 ทีมทีมละ 50 คน) และ Team of 20 (โหมด 5 ทีมทีมละ 20 คน) คน หรือจะเป็นโหมดอื่นๆ เช่น โหมดสไนเปอร์ โหมดระเบิด และโหมด Blitz เป็นต้น และล่าสุดที่เรียกได้ว่าอินเทรนด์เลย คือ โหมด “Infinity Gauntlet” ที่ผู้เล่นจะกลายเป็นวายร้ายระดับจักรวาล Thanos ให้คนอื่นถลุงเล่น บอกเลยว่า PUBG ไม่แหวกไปแนวนี้แน่ๆ!!

เลือก = ต่อเนื่องจากเรื่องเกมเพลย์เลยครับว่า Fortnite” เพราะถ้าใจชอบแนวขำๆฮาๆ เน้นอะไรพิสดารหลุดโลกยังไงก็ต้องเกมนี้ ที่สำคัญคือโหมดเกมในอีเวนท์ของเกมนี้ก็ดูหลากหลายและน่าเล่นกว่า PUBG 

แผนที่ (Map)

แม้ตลอดปี 2017 หรือช่วง Early Access ของ PUBG จะมีแมพให้เล่นแค่แมพเดียว (แต่ก็มากพอที่เกมจะดังเป็นพลุแตกได้) พอเข้าสู่การเป็น Full Game แล้ว เรื่องของแมพต่างๆก็ได้เพิ่มเข้ามาเป็นระยะๆ เริ่มตั้งแต่ Miramar ที่ทีมงานพัฒนาไว้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว รวมไปถึงแมพ 4×4 อย่าง Savage ที่หลายๆคนได้เล่นกันไปแล้ว และน่าจะลงในเซิฟเวอร์จริงเร็วๆนี้ ทำให้ PUBG ถือเป็นเกม Battle Royale ที่มีแมพให้เล่นเยอะกว่าเกมอื่นๆไปแล้ว

ในขณะที่ Fortnite นั้นยังอยู่ในช่วง Beta แน่นอนว่าแมพจึงมีแค่แมพเดียว แถมยังมีขนาดเพียง 4×4 กม. เท่ากับ Savage ของ PUBG ทำให้ปัจจัยหลายๆอย่างในการเล่นต่างจาก PUBG เช่น การไม่มีรถขับ หรือเจอศัตรูได้บ่อยๆ เป็นต้น

เลือก = กนี้ขอให้ทาง “PUBG” แบบ 100% ครับ ส่วนตัวสงสัยมาตลอดว่าทำไมเกม Battle Royale ถึงไม่มีแมพให้เลือกเล่นเยอะๆตั้งแต่แรก ผมว่านี่ไม่ใช้เรื่องที่มีการกำหนดแบบตายตัวว่าจะต้องมีขนาด 8×8 หรือ 4×4 กม. อะไรขนาดนั้น จะแคบกว่านี้ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร สรุปคือมีแมพให้เลือกนั่นแหละดีที่สุด

ยานพาหนะ (Vehicles)

ในแมพกว้างๆของเกม Battle Royale นั้น ยานพาหนะถือว่ามีความจำเป็นสูง ให้พูดถึงฝั่ง PUBG ถือว่าถ้าหาเจอจะดีมาก เพราะการเดินทางในเกมคงนี้ไม่มีอะไรสะดวกไปกว่านี้แล้ว แถมยังมียานพาหนะให้เห็นมากหน้าหลายตา ทั้งรถเก๋ง รถจี๊ป มอเตอร์ไซค์ และเรือ ช็อตฮาๆระหว่างขับรถก็มีอยู่บ่อยๆ ถือเป็นอีกสีสันที่จะมองข้ามไม่ได้ของเกมนี้เลย

แต่ในขณะเดียวกัน Fortnite ไม่มียานพาหนะ หรือจะพูดว่าไม่จำเป็นต้องมีเลยก็ได้ เพราะเรามีไอเทมวิเศษอย่าง “Launch Pad” ที่เสกไม้สารพัดประโยชน์ได้ เพื่อใช้เดินทางในจุดที่ยากๆเช่น ไปที่สูงหรือข้ามฝั่ง ซึ่งหากเป็น PUBG ก็คงเป็นปัญหาใหญ่เอาเรื่อง แต่เกมนี้กลายเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยมาก กดแป๊บๆก็ถึงที่หมายแล้ว จะสะดวกไปไหนเนี่ย…

เลือก = ใน Fortnite อาจจะมี Launch Pad ที่ทำให้เราเคลื่อนตัวได้สะดวกสบาย (เหลือเกิน) แต่ผมกลับคิดว่านี่ทำให้เสน่ห์ของ Battle Royale ลดลงอย่างมาก ผมคิดว่าการดิ้นร้นแบบตายเอาดาบหน้าของ PUBG น่าจะตอบโจทย์นิยามของเกมแนวนี้ได้ดีกว่า คือนั่งรถมันน่าตื่นเต้นกว่าเยอะ สรุปยกนี้ให้ “PUBG” ชนะแบบขาดลอยครับ!!

สเปคและการแสดงผลเกม (Specifications & Performances)

สเปคเครื่องยังเป็นเรื่องที่หลายๆคนลังเลในการเล่น Battle Royale บน PC และเรื่องนี้น่าจะเป็นตัวตัดสินที่สำคัญที่สุดเลยก็ได้ว่าจะควรเลือกเกมไหน

แม้ช่วง Early Access เหมือน Performance ของ PUBG จะดูสูบเลือดเนื้อ PC ของเราซะเหลือเกิน แต่เมื่อเข้าสู่ Full Game แล้วสถานการณ์ก็ดีขึ้นอย่างชัดเจน แต่ก็ต้องยอมรับว่าเกมนี้ยังต้องการสเปคที่สูงกว่าเกมอื่นๆอยู่ดี ขั้นต่ำอยู่ที่ Intel Core i3-4340 และ Nvidia GeForce GTX 660 2GB (นี่แค่ขั้นต่ำ) ถ้าจริงจังก็เตรียมควักเงินอัพเกรด PC ใหม่ได้เลย

ส่วน Fortnite ด้วยงานภาพที่สร้างมาแบบอนิเมชั่นน่ารักชวนขบขัน ทำให้กินสเปคเรื่องน้อยกว่า PUBG ที่ดูคมชัดและดูสมจริงสมจัง แต่ด้วยสเปคเครื่องที่ต้องการ Intel HD 4000 กับ Core i3 2.4 Ghz และตัวเกมยังเป็น Beta อยู่ ทำให้การแสดงผลในเกมอาจยังไม่เสถียรนัก แต่ก็น่าจะเหมาะกับคนที่มีเครื่องเดิมอยู่ หรือว่ายังไม่พร้อมอัพเกรดเครื่องไปถึงขั้นจะเล่น PUBG ก็ได้

เลือก = ผมว่าถ้าคิดจะอัพเกรด PC ก็น่าจะจัดใหญ่ไฟกระพริบไปเลย ซึ่งเกมที่สเปคสูงมาก PUBG ก็น่าจะเป็นมาตรฐานของสเปค PC ในตอนนี้แล้วเช่นกัน พูดขนาดนี้แน่นอนครับว่า “PUBG”

ค่าใช้จ่ายในการเล่น (Expense in Game)

มาถึงเรื่องเงินๆทองๆกันบ้าง หลายคนคงกังวลว่าจะต้องเสียเงินไปกับเกม Battle Royale มากขนาดไหน แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยว่าทั้งสองเกมไม่ใช่ Pay to Win แต่อย่างใด งานนี้ชนะได้ต้องฝีมือและดวงล้วนๆ

PUBG แม้จะเป็นเกมเสียเงินซื้อบน Steam (ประมาณ 560 บาท) แต่ก็ยังมี Crates หรือกล่องเพื่อสุ่มไอเทมอยู่!! อย่างไรก็ตามเรายังสามารถซื้อไอเทมในสโตร์ได้ด้วย เงิน BP ที่สำคัญคือคุณจะไม่ได้เสียเงินซื้อเกมแบบเปล่าๆ!! เพราะสามารถนำ Crates หรือไอเทมที่เปิดได้ไปขายใน “ตลาด Steam” ได้ บอกเลยว่าคืนทุนได้สบาย

ส่วน Fortnite นั้นเป็น เกมฟรี (Free to Play) แต่ก็มีระบบสโตร์ให้ช็อปปิ้ง ทั้งสกินตัวละคร สกินขวาน เครื่องร่อน และอีโมทอีกเพียบ ถึงจะไม่มีระบบ Microtransaction ให้เรากินเกลือจนช้ำใจ แต่มองดีๆก็เป็นข้อเสียที่เราต้องเสียเงินซื้อไอเทมบางชิ้นที่มีราคาสูงถึง 20 เหรียญสหรัฐฯโดยไม่มี “การสุ่มฟรี” อยากได้ต้องกดซื้อสถานเดียว ชักรู้สึกว่า Microtransaction นี่ก็ไม่ได้เลวร้ายขึ้นมาแล้วสิ

เลือก = ถ้านับปัจจัยเรื่อง Microtansaction ด้วยแ ส่วนตัวผมคิดว่าเลือกยาก เพราะใจนึงก็ไม่อยากเจอเกลือ สู้ควักสดจ่ายเองหยิบชิ้นที่อยากได้ไปเลยจะดีกว่า แต่สุดท้านก็ยังเทใจให้ “PUBG” มากกว่า เพราะทั้งกล่องทั้งไอเทมต่างก็โอกาสถอนทุนคืนมาได้บ้าง ในขณะที่ Fortnite ทำไม่ได้ จ่ายแล้วคือจ่ายเลยไม่มีคืนทุน

สรุปแล้ว “PUBG กับ Fortnite” จะเล่นเกมไหนดี!?

เมื่อจะเล่นเกมแนวเดียวกันถ้าเกิดเป็นเกมแนวเดียวกัน ส่วนตัวผมคิดว่าพิจารณาได้จากหลายปัจจัย ถ้าถามผมล่ะก็ผมคงแนะนำได้ตามนี้ครับ

1. กราฟฟิกและสไตล์ภาพ

ถึงจะเป็นเกมแนวเดียวกัน แต่งานภาพน่าจะเป็นตัวตัดสินใจที่สำคัญที่สุดสำหรับหลายๆคนเลย ระหว่าง PUBG กับ Fortnite ในเรื่องนี้คือต่างกันคนละขั้ว เกมนึงก็สมจริงและจริงจังน่าลุ้นระทึก อีกเกมก็ดูเบาๆไม่กดดันผู้เล่นมาก พูดตรงๆคือเลือกยากครับ ต่างคนต่างชอบไปเลยจะดีกว่าเรื่องนี้

2. เกมเพลย์

อย่างที่กล่าวไปแล้วครับว่าสองเกมนี้พื้นฐานเหมือนกัน (จริงๆก็เป็นแบบนี้ทุกเกม) ที่เหลือจะเป็นรายละเอียดปลีกย่อยว่าเราจะชอบหรือไม่ชอบอะไรมากกว่า อย่าง PUBG ด้วยความที่เป็นแรงบันดาลให้ Battle Royale เกมอื่นๆในตอนนี้ ทำให้กลายเป็น “มาตรฐาน” ของเกมแนวนี้ไป ในขณะที่ Fortnite เป็นการต่อยอดเกมให้เป็นฉบับของตัวเอง เช่น Launch Pad ที่ยังไงๆ PUBG ก็ไม่มีทางสร้างขึ้นมาใช้จริงแน่ๆ ผมว่าเสียอรรถรสเกมแน่นอนครับ

ถ้าคุณชอบ Battle Royale สไตล์ดั้งเดิม และเกมเพลย์สมจริงสมจังก็ต้อง PUBG แต่ถ้าชอบแบบประยุกต์ เล่นง่ายเสพง่าย มีลูกเล่นเยอะๆ เล่นแล้วเบาสมองกว่าก็แนะนำ Fortnite ครับ

3. สเปคเครื่องและค่าใช้จ่าย

คิดว่าเป็นอีกปัจจัยที่หลายๆคนหนักใจ ขอพูดเรื่อง “สเปคคอม” ก่อนละกัน สำหรับใครเล่นร้านเน็ตอยู่แล้วก็ไม่ต้องซีเรียส เพราะ PC สมัยนี้เล่นทั้งสองเกมได้แบบสบายๆ แต่ใครที่มี PC ของตัวเองอาจจะลังเลไม่น้อย เพราะเห็นมาหลายคนเลยครับที่ยอมอัพเกรด PC ใหม่ (หรือซื้อเครื่องใหม่) เพื่อจับเกม PUBG โดยเฉพาะ ก็อยากให้คิดดีๆครับว่าทุนของคุณถึงขั้นที่จะทำแบบนั้นจริงๆหรือเปล่า

ส่วน “ค่าใช้จ่าย” นั้นทั้งสองเกมมีข้อดีข้อเสียที่ชัดเจนอยู่ อย่าง PUBG เราต้องซื้อเกมบน Steam และยังมี Microtransaction อยู่ แต่ก็ชดเชยด้วยการสะสม Crates หรือนำไอเทมที่เปิดได้ไปขายทอดตลาดได้ ส่วน Fortnite แม้จะเป็น Free to Play และไม่มีการสุ่มไอเทม แต่ถ้าคุณจะซื้อสกินหรือคอนเทนท์ในเกมก็ต้องยอมจ่ายเงินจริงแต่โดยดี ลองชั่งใจดูครับว่าตัวคุณรับกับรูปแบบของเกมไหนได้มากกว่ากัน

สุดท้ายผมคงให้คำตอบไม่ได้ว่าระหว่าง “PUBG” กับ “Fortnite” เกมไหนดีกว่ากัน แต่หวังว่าอ่านจบแล้วทุกคนจะตัดสินใจได้ว่าจะเล่นเกมไหน ส่วนตัวที่ผมหวังไว้คืออยากให้ทุกคนมาสัมผัสเกมแนว “Battle Royale” ว่ามันสนุกและมีเสน่ห์ยังไงถึงได้เป็นแนวเกมที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นแนวเกมที่มีการแข่งขันสูงมากในเวลานี้

Facebook Comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here