รีวิวประสบการณ์ดู Avengers Endgame แบบไม่สปอย

    Avengers Endgame : เกริ่นกันก่อน ตั้งแต่ Avengers Infinity war จบผมก็ตั้งหน้าตั้งตา รอภาคต่ออย่าง Endgame มาตลอดด้วยความที่เป็นแฟนหนัง Marvel cinematic  หลังจากหนังเปิดให้จองตั๋ว ไม่รอช้าจัด ไปวันที่ 24 รอบสี่ทุ่มสี่สิบ ถึงแม้ว่าค่าตั๋วจะแพงบาดจิตบาดใจ แพงกว่าค่าป๊อบคอร์น กดจองแบบไม่แคร์ สตางค์ในกระเป๋า เหลืออีก 4-5 วันกินมาม่าเพื่อความอยู่รอดก็ได้ (ฮา)

    พอถึงวันที่ 24 เวลาช่วงบ่ายๆผมพยายามจะไม่เข้า Facebook, IG, twitter ใดๆทั้งสิ้นทำตัวอย่างกับเป็น คีอานู รีฟส์ ในบท นีโอ ที่ต้องหลบกระสุน(สปอย) อย่างไงอย่างงั้น แต่ เหนืออฟ้าก็ยังมีฟ้า เมื่อหลบสปอยจากโลกอินเตอร์เน็ตได้แล้ว ต้องมาเจอกับสปอยในโลกความจริง!! ..ัคคคค รู้ไหมครับมันคือที่ไหน…. หน้าโรงหนังนั้นเอง

    Avengers Endgame

    ผมดูโรงที่ 9 น่าจะเป็นโรงที่ฉายรอบดึกสุดแล้วละ เพราะหันไปดูโรงอื่นก็เข้าไปตั้งแต่ ทุ่มกว่าแล้ว หลังจากรอให้เค้ามาเปิดประตูเพื่อที่จะเข้าไปหลบสปอยในห้องมืดๆใหญ่ๆ ประตูโรงข้างๆดั้นเปิดออก ในใจคิด เ..ี้ยแล้ว เห็นคนค่อยเดินทยอยออกมา ในใจก็อย่าพูดอะไรน้า ไหว้ละจะให้ซื้อป๊อบคอร์นให้อีกถังก็จะซื้อ หรือจะให้ไป สับปัสสาวะก็ยอม..

    แต่ผิดคาดฮะ ทุกคนที่เดินออกมาไม่มีใครพูดอะไรเลย เดินออกมาเป็นระเบียบเรียบร้อย ท่ามกลางเสียง Theme หนังจบ ทุกคนดูหน้าสดใส ยิ้มเเย้ม เหมือนหมดคำสงสัยอะไรทั้งสิ้น ในใจก็คิดหนังมันเเย่หรอวะ ทำไมออกมาเงียบกริบขนาดนี้หรือในโรง รมกัญชาคนดูวะ

    ก็ถือว่าโชคดี และไม่เคยคิดว่าจะเจอบรรยากาศนี้ อยากกราบขอบพระคุณ ผู้ชมทุกท่านที่อยู่ โรง 7 รอบ 19.45 ด้วยนะครับ และประตูก็เปิดออก ผมได้พาตัวเองไปนั่งรอในห้องมืดๆรอหนังฉาย ครั้งนี้ผมนั่งแถว A กลางๆประมาณ 13-14 หลังจากดูโฆษณาเสร็จ เพลงสรรเสริญพระบารมี ขึ้น คนเเน่นมากก มีแค่3แถวหน้าเท่านั้นที่ไม่มีนั่ง

    หลังจากหนังจบ ก็พบว่าความรู้สึกแบบถูกเติมเต็มจนอิ่ม ไม่เคยได้สัมผัสแบบนี้ จากหนังเรื่องไหนมาก่อน ไม่มีคำถาม ไม่มีการบ่น สีหน้าทุกคนหลังจากเดินออกจากโรงนั้นเต็มไปด้วยอารมณ์เดียวกับผมตอนนี้ เรื่องราวที่ยาวนานกว่า 11 ปี ถูกร้อยเรียงให้อยู่ภายใน 3 ชม. ได้อย่างดีงาม

    อันนี้ผมยอมรับเลยว่า พี่น้องรุสโซ่ ทีมงาน นักเเสดง ทำหนังเรื่องนี้ออกมาได้ดีมากๆ หนังเรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับฉากที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็น เรื่องราว เเนวคิดแบบใหม่ และอารมณ์ที่หลากของตัวละคร สิ่งที่ผมชอบคือ แต่ละตัวละครก็จะมี แนวทาง ความคิด ของตัวเองหลังจากเกิดเหตุการณ์ ใน Infinity Wars

    ทำให้เราได้เห็นว่า บางที ฮีโร่ ก็ไม่ได้เข้มเเข็งเสมอไปและฮีโร่ ยังมีความเป็นคน อยู่เหมือนกัน ตัวละครในเรื่องมีความสัมพันธ์และผูกพันธ์กันลึกซึ้งมากกว่าที่คุณเห็น นอกจากนั้นเรื่องฉาก Action Marvel เองก็ปล่อยของออกมาแบบเต็มสูบ เซอร์วิสคนดูตลอดเรื่อง บางฉากถึงกับ จิกเบาะ กัดปาก กันเลยทีเดียว ส่วนตัวคิดว่าเหมือนเป็นการปลดปล่อยทุกอย่างที่กัํกไว้ลงในหนังเรื่องนี้ เพื่อเป็นการส่งต่อ phase ใหม่ได้ดี

    ถึงแม้ว่าจะมีสิ่งที่ขัดๆบ้าง (ตรงนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ) นิดหน่อยในช่วง 30 นาทีแรกของหนังที่อาจจะดำเนินเรื่องช้าไปนิด แต่ถึงอย่างนั้นก็มีการแก้ปัญหาได้ดีหนังเลยไม่ดูน่าเบื่อ ส่วนเรื่องตัวละครในภาคนี้ที่มีตัวละครน้อยใหญ่มากกว่า 40 ตัวละคร ทุกตัวละครไม่ดูจืดจางในสายตาของผมเลย ถึงจะมีบทที่น้อยแต่ก็ปรากฏตัวแต่ละครั้งมันมี อิมเเพค จิกเบาะกัดปากมากก

    หากใครที่เป็นแฟน Marvel หรือไม่ได้เป็น ขอให้คุณลองไปดู คุณอาจจะไม่ได้เป็นแฟนที่ชอบหรือติดตามอะไรขนาดนั้นแต่หนังเรื่องนี้ก็คุ้มค่าที่จะดู เเละเป็นหนังที่ดีอีกเรื่องหนึ่งของปีนี้เลย

    เรื่องนี้ให้คะเเนน 9.5 เต็ม 10 เหตุผลที่ให้เยอะขนาดนี้ เพราะมันสามารถเติมเต็มอารมณ์ได้หลากหลาย ทั้ง ตลก เศร้า เซอร์ไพรส์ และอีกมากมาย รวมถึงเราเห็นมิติของตัวละครมากขึ้น เห็นมุมมองความสัมพันธ์ของตัวละคร ทำให้เรารู้สึกว่าตัวละครนั้น เหมือนกับมีชีวิตจริงๆไม่ใช่แค่บทในหนัง


    บทความอื่นที่เกี่ยวกับ Marvel
    [Review] Marvel’s Spider-Man : ไอ้แมงมุมขยุ้มนิวยอร์ค ฝันเป็นจริงของแฟนมาร์เวล
    บทสัมภาษณ์ Tomoaki Ayano หัวเรือใหญ่ Marvel Vs. Capcom :Infinite

    บทความอื่นที่เกี่ยวกับ Marvel

    Facebook Comments