[Review] Crash Bandicoot กลับมาอีกครั้งกับประสบการณ์หัวร้อนเมื่อครั้งวัยเยาว์

เมื่อพูดถึงชื่อ Crash Bandicoot ตอนแรกอาจจะยังงงๆ แต่พอขยายความไปถึงเกมหนู (บางคนอาจจะคิดว่าเหมือนหมาจิ้งจอกมากกว่า) วิ่งๆ ปั่นๆ ก็จะต้องร้องอ๋อกันทุกคนแน่นอนโดยเฉพาะเด็กในยุค 90s ซึ่งจากเกม PS1 ในวันนั้นได้ Remaster มาลง PS4 ในวันนี้ โดยเกมจะรวมทั้ง 3 ภาคไว้ด้วยกัน ได้แก่

Crash Bandicoot
Crash Bandicoot: Cortex Strikes Back
Crash Bandicoot: Warped

ส่วนจะเป็นยังไงบ้าง Gaming Room มีรีวิวมาฝาก

เนื้อเรื่อง

จะเป็นสไตล์ตามแบบฉบับยุคเก่าที่เราคุ้นเคยกันดีคือ Crash หนู Bandicoot ที่ถูก Doctor Neo Cortex จับมาทดลอง ซึ่งบังเอิญว่าเขาสามารถหนีออกมาได้ ทว่า…แฟนสาวอย่าง Tawna ที่เป็นหนู Bandicoot ยังคงถูกจับอยู่เพื่อใช้ในการทดลองเช่นเดียวกัน เขาจึงจำเป็นต้องเข้าช่วยเหลือ จากนั้นการผจญภัยและการต่อสู้ของเขากับ Doctor Neo Cortex จึงเริ่มต้นขึ้น

เอาจริงๆ แล้วคือตอนเด็กๆ ไม่ได้สนใจเนื้อเรื่องด้วยซ้ำ เพราะเกมนี้เนื้อเรื่องเหมือนจะไม่ใช่ส่วนสำคัญสักเท่าไหร่ แต่พอโตมาถึงได้รู้ว่าไอ้เจ้าตัวละครที่ชอบทำหน้าบ้า เหมือนจะกวนตีนใส่เราตลอดเวลามันมีอดีตที่หน้าเศร้าถึงขนาดเป็นหนูทดลองเชียว

ระบบการเล่น

ส่วนเรื่องของความยากนั้น…

จำได้ว่าตอนเด็กๆ ที่เคยเล่นเกมนี้ (ซึ่งตอนนั้นยังเด็กมาก) และความทรงจำเดียวที่จำได้เกี่ยวกับเกมนี้นอกจากตัวละครที่หน้าตาเหมือนหมาจิ้งจอกมากกว่าหนูมาวิ่งๆ หมุนๆ ตัวนั้น เรื่องเดียวที่จำได้คือ ‘แม่งยากมาก’ เมื่อเห็นกลับมารีมาสเตอร์อีกครั้ง เราก็ต้องมาท้าทายตัวเองเสียหน่อยว่าทักษะการเล่นพัฒนาไปถึงไหนแล้ว… แต่สรุปคือ ‘แม่งยังยากเหมือนเดิม’

ด้วยความที่เกมนี้เป็นเกมที่มีรูปแบบเรียบง่าย แต่สามารถใช้ทรัพยกรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้คุ้มค่ามาก ทำให้เกมที่เหมือนจะมองเผินๆ แล้วไม่มีอะไร กลับทำให้เราจำต้องเล่นซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่ที่เดิมพร้อมกับการสบถสารพัดคำหยาบคายอย่างหัวเสีย แถมยังแอบทึ้งหัวตัวเองเป็นบางทีเมื่อเริ่มหงุดหงิดจนทำให้ต้องตายตรงที่ไม่สมควรตาย

แต่เมื่อคุณเริ่มมีการเรียนรู้จากการตายซ้ำตายซาก หรือจังหวะของคุณเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น (และคุณเริ่มใจเย็นลง) คุณจะรู้สึกสนุกไปกับเกมมากขึ้น

ฉากนี้…เคยเล่นแล้วอ้วกแตกฉันใด ตอนนี้เล่นก็ยังอ้วกแตกฉันนั้น

ภาพและเสียง

โดยรวมแล้วเป็นการทำรีมาสเตอร์ที่ทำให้ภาพและเสียงลื่นหูลื่นตามากขึ้น แต่ก็ยังคงให้ประสบการณ์ตามแบบฉบับ Crash Bandicoot ไว้ได้อย่างดี คือเล่นแล้วนึกถึงตอนเด็กๆ เลยว่าอย่างนั้นเถอะ

แต่บางทีก็แอบคิดนะว่าไหนๆ ก็จะทำเกมยากขนาดนี้แล้วช่วยทำ Bonus Track ให้หน่อยได้ไหม แบบตายครบกี่รอบจะเปลี่ยนเพลงให้แบบนี้ คือบางทีก็เล่นอยู่ที่เดิมซ้ำ จนเริ่มรำคาญเพลง [คงเป็นเพราะตอนนั้นคงเริ่มหัวร้อนแล้วด้วย อะไรๆ ก็ดูขัดอกขัดใจไปหมด]

ข้อเสีย

ส่วนตัวแล้วคิดว่าเกมนี้โหลดนานมาก นานเกินความจำเป็นสำหรับเกมรูปแบบนี้ จะเปลี่ยนฉากแต่ละทีก็นาน… เวลา Game Over แล้วจะเริ่มใหม่ก็นาน… คือตอนนั้นแบบ ‘เฮ้ย เร็วๆหน่อยได้ป่ะ’ กำลังรีบ อยากจะผ่านไปให้ได้เร็วๆ โหลดนานจนรู้สึกเหมือนโดนแกล้งอ่ะ คนกำลังร้อน นี่ก็โหลดเฉื่อยจริง

อีกจุดหนึ่งที่คิดว่าเป็นข้อเสียคือการควบคุมจอยที่ไม่ลื่นไหลเท่าใดนัก คือให้ความรู้สึกถึงการควบคุมแบบเกมเก่าๆ เลย มันเป็นอีกจุดที่คนเล่นเกมใหม่ๆ แล้วกลับไปเจออะไรแบบนี้ ก็จะแบบ…จำเป็นต้องทำกันขนาดนี้เลยเหรอ ต้องให้ชีวิตยากขนาดไหนถึงจะพอใจกัน

เกมนี้เหมาะกับใครบ้าง?

ถ้าคุณต้องการที่จะระลึกถึงวัยเยาว์ หรือเป็นคนประเภทมีความอดทนสูง ชอบท้าทายตัวเองด้วยเกมที่ยากๆ ชอบรู้สึกถึงชัยชนะหลังจากผ่านความพยายามครั้งแล้วครั้งเล่า ชอบโมเมนต์การผ่านด่านขั้นสุด เช่นว่าขึ้นไปกระโดดฉลองบนโซฟา แล้วแบบขอซาวด์ We Are The Champions ประกอบหน่อย เกมนี้จะเหมาะกับคุณมากๆ

แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องการกราฟิกสวยขั้นเทพ หรือคนที่มีความอดทนต่ำ ยิ่งเป็นมือใหม่ที่ความอดทนต่ำด้วยแล้วเกมนี้อาจจะไม่ตอบโจทย์นัก เพราะตอนที่นั่งเล่นอยู่มีน้องมาขอเล่นบ้าง ด้วยความที่ดูเหมือนจะง่ายและน่าจะสนุกนั้นแหละ เล่นได้แปบเดียวก็วางจอยแล้วเดินหนีไปเฉยเลย

สรุป

ถึงแม้ตัวเกมจะค่อนข้างยากจนถึงยากมาก และกราฟิกไม่ได้สวยงามเหมือนเกมสมัยนี้ แต่ก็ถือว่าให้ประสบการณ์การเล่นที่ท้าทาย ทำให้ระลึกถึงวัยเด็ก ความหัวร้อนจนแทบจะปาจอยทิ้งเมื่อตอนก่อนเก่า (ซึ่งตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่ เป็นการย้อนวัยที่สมจริงมั่กๆ ) ได้เป็นอย่างดี ยิ่งถ้าคุณเป็นคนที่ชอบอะไรแบบนี้ด้วยแล้ว การซื้อเกมนี้จะคุ้มมากๆ เพราะคุณจะได้เล่นจนอิ่มเชียวละ

Facebook Comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here