[Review] Dissidia Final Fantasy NT : เกมไฟท์ติ้งที่คุณจะได้สัมผัสเสน่ห์ของ FF แบบรวดเร็วทันใจ!!

คิดว่าหลายคนคงยังไม่มีโอกาสได้สัมผัสเกมไฟท์ติ้งของซีรี่ส์ Final Fantasy อย่าง Dissidia ทั้งที่ส่วนใหญ่เป็นสาวกของ FF เพราะสองภาคแรกของ “Dissidia Final Fantasy” ลงเฉพาะเครื่อง PSP อย่างเดียว แต่ตอนนี้เป็นโอกาสดีครับที่สายคอนโซลจะได้สัมผัสเกมนี้กันบ้าง

ภาคนี้ “Dissidia Final Fantasy NT” เป็นภาคที่ 3 ของซีรี่ย์ Dissidia ซึ่งเคยลงบน Arcade ที่ญี่ปุ่นเมื่อปี 2015 เรามาดูกันครับว่าการพอร์ตเกมบนคอนโซลครั้งแรกของ Dissidia นี้จะเป็นอย่างไร

เนื้อเรื่อง

Dissidia Final Fantasy NT เป็นเรื่องราวการต่อสู้ในมิติ World B ที่เหล่าคาแรคเตอร์จากจักรวาล Final Fantasy ต้องมาต่อสู้กันระหว่าง “เทพีแห่งการปกป้อง Materia” และ “เทพแห่งการทำลายล้าง Spiritus” ซึ่งการต่อสู้ระหว่างแสงสว่างและความมืดครั้งนี้ต่างไปจากทุกครั้ง เพราะความทรงจำของเหล่านักสู้ไม่ได้ถูกลบหายไป ทุกคนยังจำการต่อสู้ที่ผ่านมาได้ทั้งหมด ดังนั้นเป้าหมายของนักสู้ในภาคนี้จึงเป็น “การค้นหาคำตอบ” ที่ว่าเหตุใดเทพสององค์นี้จึงต่อสู้กันครั้งแล้วครั้งเล่าไม่จบสิ้นเสียที

อะไรคือสาเหตุให้เทพทั้งสองสู้รบกันครั้งแล้วครั้งเล่า!?

อาจจะเป็นเรื่องแปลกไปหน่อย (มั้ง) ที่โหมดเนื้อเรื่องของเกมนี้ไม่ได้มีเกมเพลย์อะไรให้เราเล่นแบบเกมไฟท์ติ้งแต่อย่างใด จะเสพเนื้อเรื่องใน Dissidia NT ก็ต้องใช้ไอเทมที่ได้จากการชนะไฟท์ในโหมดอื่นๆมาปลดล็อกคัทซีน ใครอยากเสพเนื้อเรื่องก็ต้องขยันไฟท์บ่อยๆนะ

เกมเพลย์ (8/10)

“Dissidia Final Fantasy NT” เป็นเกมไฟท์ติ้ง 3:3 สไตล์ Action RPG (เสียดายเป็น Single Player) โดยมีรูปแบบให้เล่นอยู่ 2 แบบ คือ Standard Match และ Core Battle หลักๆแล้วสิ่งที่เราต้องทำในเกมนี้คือ “ลงไปไฟท์บนแมตช์ต่างๆ ทั้งโหมดออฟไลน์ (AI) และออนไลน์ (ผู้เล่นปกติ) เพื่ออัพเกรดตัวละครและสะสมเงิน ปลดล็อกท่าโจมตี สกิล คัทซีน และไอเทมจิปาถะต่างๆ (เกมนี้มีระบบสุ่มไอเทมด้วย เห็นแล้วแทบช็อค

ส่วนระบบการต่อสู้ ถือว่ามีความหลากหลายเลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่ตัวละครที่ขนมาตั้งแต่ IXV (รวมภาค Tactics และ Type-0) ภาคละตัวสองตัว รวมๆแล้วก็มิใช่น้อยๆ แน่นอนว่าเหล่าสัตว์อสูรต่างๆมาช่วยต่อสู้ด้วย ส่วนนักสู้ของเราก็จะมีท่าโจมตี สกิลบัฟ และดีบัฟทีมให้ปรับแต่งมากมาย สเตจต่อสู้ต่างๆก็สวยงามตระการตา ทั้งหมดนี้ผมว่าทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างของซีรี่ส์ Final Fantasy ไปด้วยในตัวนะ

รักใครอวยใคร จับมาปั๊มเลเวลกันได้เลยครับ!!
การเลือกอสูรมาซัมมอนก็มีผลกับการเล่นของทีมด้วย

สำหรับใครที่ไม่มีพื้นฐานเกมไฟท์ติ้งมุมกว้างแบบ Gundam Versus อะไรพวกนี้ งานนี้จัดว่าลำบากพอสมควร เพราะไฟท์ติ้งแบบนี้ถือว่าเล่นยากกว่าปกติ เงื่อนไขการต่อสู้ของ Dissidia ก็ออกจะชวนงงๆด้วย ขอแนะนำว่าให้ไปเล่นโหมด Tutorial ให้แม่นๆก่อน อันนี้ผมขอย้ำหนักๆเลยครับ แต่สรุปคร่าวๆได้ดังนี้ครับ

1. คุณต้องโจมตีด้วย “ปุ่ม O” เพื่อสะสมค่า Bravery ไปเรื่อยๆ แล้วใช้ค่า Bravery นี้ไปโจมตีพลังชีวิตศัตรูด้วยท่า HP Attack โดยกด ปุ่ม []” ถ้าลด HP ของอีกฝ่ายได้หมดศัตรูตัวนั้นจะ K.O. (หากระวัง HP เอาไว้ได้ดี คุณจะอยู่ในเกมได้นานมาก แม้จะโดนอัดเละตุ้มเป๊ะแค่ไหนก็ตาม)

4875 คือดาเมจที่เราสะสม Bravery ไว้ แล้วไปใช้ในท่า HP Attack นั่นเอง

2. แต่ละคาแรคเตอร์จะตายแล้วฟื้นขึ้นกี่ครั้งก็ได้ แต่ถ้าฝ่ายไหน K.O. ครบจำนวนที่กำหนดไว้ก่อนถือว่าแพ้ เงื่อนไขก็คล้ายกับ Gundam Versus นี่แหละครับ

3. โหมด Core Battle สามารถ K.O. ได้ไม่จำกัด ขอแค่ตีคริสตัลของอีกฝ่ายให้แตกได้ก่อนก็พอ ป้อมใครเจ๊งก่อนก็แพ้ไป 

อ๋อ!! สิ่งที่ต้องบอกไว้อีกอย่าง คือ เกมนี้เป็น “Single Player” นะครับ เพราะโหมดออฟไลน์จะเล่นได้คนเดียวเท่านั้น ไม่มีการเล่น Co-Op ดวลกันกับเพื่อน อันนี้ถือว่าน่าเสียดายมากครับ ฉะนั้นถ้าอยากจะเล่นกับคนจริงๆคงต้องพึ่งโหมดออนไลน์ โดยคุณจะเล่น Rank Solo ที่สุ่มหาเพื่อนร่วมทีมอีก 2 คนไปลุยกับอีกฝ่าย หรือเล่น Rank Party โดยการเชิญเพื่อนมาร่วมทีมเดียวกับเราก็ได้

การบังคับและมุมกล้อง (7/10)

“การควบคุม เป็นเรื่องที่ผมอยากให้โฟกัสในเกมนี้ครับ อันที่จริงเกมเพลย์ในภาพรวมผมค่อนข้างชอบนะ (ถ้าเข้าใจระบบและฝึกมาอย่างดีแล้ว) แต่ว่าก็มีข้อเสียใหญ่ในเรื่อง การเล็งเป้า ที่ดูยุ่งยากกว่าที่คาดไว้ พอเล็งเป้าได้ไม่ดี จึงไปกระทบถึงเรื่อง “มุมกล้อง” ด้วย ทำเอาระหว่างเล่นก็ชวนหัวร้อนได้บ่อยๆเหมือนกัน

หลายครั้งเลยครับที่กดเปลี่ยนเป้าไม่ได้ ทั้งที่ศัตรูก็อยู่ใกล้ๆกันแค่นี้เอง

ส่วนอีกอย่างที่อยากให้คอไฟท์ติ้งทำความเข้าใจสักหน่อย คือ Dissidia NT เป็นเกมที่ “เน้นหาจังหวะใส่คำสั่งเป็นครั้งๆ ซึ่งต่างจากการรัวปุ่มหรือกดสลับปุ่มไปมาเป็นชุดๆแบบเกมไฟท์ติ้งตามปกตินะ ถ้าคุ้นเคยกับมันไม่ได้ก็อาจจะหมดสนุกเอาง่ายๆ อย่างไรก็ตามเกมนี้เน้นเรื่องการล้มและกระเด็นด้วย คือตีชุดนึงก็ล้ม หวดชุดนึงก็กระเด็น ทำให้มีคุณเวลาเตรียมตัวกดคำสั่งต่อไปพอสมควร ถือว่าชดเชยเรื่องความต่อเนื่องที่ว่ามาได้เป็นอย่างดี

กราฟฟิกและบรรยากาศ (9/10)

กราฟฟิกของเกมนี้ทำได้ดีครับ ภาพก็สวยเสียงก็แจ๋ว เอฟเฟคการต่อสู้สวยงามอลังการมาก โดยเฉพาะเวลาซัมมอนอสูร ทุกอย่างเต็มตาเต็มจอไปหมด ผมว่า “ดีไซน์และงานภาพ” นี่แหละที่จะทำให้คุณหลงใหลซีรี่ส์เกม RPG ในตำนานอย่าง “Final Fantasy” ได้เลยทีเดียว มันดูแฟนตาซีสมชื่อเขาจริงๆครับ!!

สรุป (8/10)

เกมนี้เหมาะกับสาวก Final Fantasy ที่อยากลองเปลี่ยนรสชาติใหม่ๆ รวมไปถึงคนที่ยังไม่เคยสัมผัสเสน่ห์ของตำนาน RPG เกมนี้มาก่อน เพราะตัวละครของ FF นั้นมีเสน่ห์มากจริงๆ แน่นอนรวมไปถึงฉาก แสง สี และเสียงที่ทุกอย่างล้วนแฟนตาซีสวยงามสมชื่อ คิดว่าทำให้คุณอินกับตำนาน RPG เกมนี้ได้ไม่ยากเลย แต่ว่าก็เป็นเกมไฟท์ติ้งที่ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ระบบต่อสู้ อีกทั้งความต่อเนื่องในการกดปุ่มและมุมกล้องก็อาจสร้างปัญหาให้เราอยู่บ้าง


Facebook Comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here