[Review PS4] DYNASTY WARRIOR 9 : สามก๊ก OPENWORLD ที่พัฒนาถอยหลังลงคลอง!!

ซีรีย์ DYNASTY WARRIOR หรือที่คนไทยรู้จักกันในนาม “สามก๊กพันศพ” โดย TECMO KOEI นั้นมีประวัติยาวนานมากตั้งแต่ผมยังเป็นเกมเมอร์ตัวเล็กๆอยู่ และเป็นที่รู้กันว่าเกมซีรีย์นี้ไม่ค่อยมีพัฒนาการในด้านตัวเกมมากเท่าไรนัก เพิ่มๆลดๆ ระบบนู้นนี้ไปเรื่อย จนกระทั่งมาภาคนี้ที่ KOEI โปรโมทว่าเป็นครั้งแรกที่ DYNASTY WARRIOR จะก้าวสู่เกม OPENWORLD วันนี้ทางผู้เขียนในฐานะที่เป็นแฟนเกมนี้ตั้งแต่เด็กๆ จะมาบอกเล่าความรู้สึกหลังจากที่ได้เล่นเกมนี้ไปสักพักครับ

PLOT

ขอเริ่มด้วยเนื้อเรื่องของเกมนี้ก่อน ซึ่งเอาจริงๆหากเกมเมอร์เคยเล่นภาคก่อนๆมาก็น่าจะจับทางได้อยู่แล้ว กับเนื้อเรื่องเดิมเอามาเล่าใหม่ อย่างด่านเปิดตัวด่านแรกในเกมก็หนีไม่พ้น ภารกิจกำจัดโจรโพกผ้าเหลือง ที่มีกันทุกภาค ตามมาด้วยเนื้อเรื่องตามประวัติศาสตร์สามก๊กในเหตุการณ์สำคัญต่างๆ เช่น ปราบตั๋งโต๊ะ, เผชิญหน้ากับลิโป้, ฉากเตียวหุยคุมสะพานในตำนานศึก Chang Ban และอื่นๆอีกมากมายที่เอาจริงๆก็ไม่ได้มีอะไรใหม่ๆสักเท่าไร โดยเฉพาะฉากที่ Zhao Yun(จูล่ง) อุ้มอาเต้าลูกเล่าปี่ผ่ากระบวนค่าย 8 ทิศของโจโฉ ซึ่งเป็นฉากโครตอีปิคในประวัติศาสตร์สามก๊กที่ผมอยากเห็นมาปรากฎใน DYNASTY WARRIOR ภาคนี้มาก ก็ถูกทดแทนด้วยภารกิจง่อยๆอันหนึ่งไม่ได้ทำให้คนเล่นรู้สึกอินไปเลยแต่อย่างใด

ทีมผู้ร้าย..เอ้ย! ทีม JIN ก็ยังมากันครบ เพิ่มเติมหน้าใหม่อีกบางคน

สิ่งที่ใหม่ด้านเนื้อเรื่องคือตัวละครแต่ละตัวในเกมจะมีการเพิ่ม STORY MODE ของตัวเอง มีการเพิ่มปูมหลัง, ฉากพิเศษเล็กๆน้อยๆ และตัวละครหลายตัวที่ภาคก่อนๆเป็นเพียงตัวประกอบมีแค่บทพูด มาภาคนี้ก็มีการยกความสำคัญของตัวละครนั้นๆเพิ่มเข้ามา อีกอย่างหนึ่งคือภาคนี้ค่อนข้างเน้นที่ความสมจริงในเชิงประวัติศาสตร์มาก โหมด HYPOTHETICAL หรือประวัติศาสตร์สมมุติ ที่ผู้เขียนคิดว่าเป็นอะไรที่ทำให้เกมดูมีมิติ ในภาค DYNAST WARRIOR 9 นี้โหมดนี้ก็ถูกตัดออกไป ตัวละครรุ่นแรกอย่างเล่าปี่, เตียวหุย, กวนอู หรือโจโฉนั้นจะไม่ปรากฎในเนื้อเรื่องด่านหลังๆที่เป็นยุคของตัวละครรุ่นที่สอง ซึ่งส่วนตัวทางผู้เขียนก็เข้าใจว่าทางผู้พัฒนาอยากให้ประวัติศาสตร์สมจริงที่สุด แต่โหมด HYPOTHETICAL ก็เป็นโหมดหนึ่งที่ผู้เขียนชอบมากและคิดว่าเป็นโหมดที่ทำให้เกมดูมีมิติมากขึ้น, ผู้เล่นมีอิสระในการเล่นฝ่ายที่เราอวยให้ชนะสงครามสามก๊ก มีฉากจบเฉพาะตัวของฝ่ายๆนั้น การที่ตัดระบบนี้ไปจึงเป็นเรื่องน่าเสียดายครับ

GAMEPLAY

มาถึงเสาหลักอย่างระบบเกมในภาคนี้กันบ้าง ต้องบอกเลยว่าเอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่ทำให้เกมซีรีย์ DYNASTY WARRIOR ยังคงอยู่ในตลาดเกมได้ ก็คือระบบ COMBAT ในเกมที่มีความลื่นไหล รัวปุ่มกด MUSOU ซัดศัตรูให้ลอยกลางอากาศที่แทบจะเป็นจุดขายและข้อดีใหญ่อย่างเดียวก็เกมซีรีย์นี้เลยก็ว่าได้ และหนึ่งในระบบที่ผู้เขียนลุ้นว่าจะมีการพัฒนามากที่สุดในภาคนี้ก็หนีไม่พ้นระบบ COMBAT อีกนี่ละครับ

น่าเสียดายที่ระบบต่อสู้ในภาค DYNASTY WARRIOR 9 นี้ดูจะเป็นการพัฒนาถอยหลังจากภาคก่อนๆ แม้จะมีการเพิ่มระบบ SPECIAL ATTACK ที่เราสามารถกดปุ่ม R1 ตามด้วยปุ่มโจมตี 4 ปุ่มใดๆเพื่อทำการใช้ท่าพิเศษซึ่งถือว่าเป็นของใหม่และใช้งานได้เป็นอย่างดี หรือแม้แต่การทำ COUNTER/FINISHER ที่คล้ายๆการกด QUICK TIME EVENT แต่มาตกม้าตายที่ความหนืดของการต่อสู้ที่ผมรู้สึกได้ชัดเจนเลยว่า “อืด” และดูแข็งมากเมื่อเทียบกับ COMBAT ในภาคก่อนๆ อีกทั้งอาวุธในเกมกลับถูกลดทอนลงให้เหลือเพียงไม่กี่ชนิด ไม่มีอีกแล้วอาวุธแปลกๆประจำตัวละครในภาคก่อนๆอย่าง พัดยิงเลเซอร์, พู่กันยักษ์, พิน, หน้าไม้คู่, กระบอง TONFA, ชุดดาบลอยได้ ฯลฯ ถูกทดแทนด้วยอาวุธจืดๆธรรมดาอย่าง ดาบ, ง้าว, หอก, ลูกตุ้มๆๆๆ ที่เมื่อตัวละครนำมาใช้งานก็มี ANIMATION ท่าทางไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไร ทำให้เราไม่รู้สึกถึงความแตกต่างเวลาใช้ตัวละครใหม่เช่นภาคก่อนๆ แต่รู้สึกเหมือนกำลังเล่นตัวละครเดิม แต่เปลี่ยนโมเดลแค่นั้นครับ

มีเหมือนไม่มี แทบไม่เคยใช้

การยิงธนูในภาคนี้ก็กลับมาอีกครั้ง แต่ก็รู้สึกว่าไร้ประโยชน์ หากคิดว่าระบบยิงธนูเกมนี้จะเหมือนกับเกมอย่าง HORIZON หรือ ZELDA ล่ะก็คิดผิดครับ เมื่อเราใช้ธนูเราจะขยับได้ 4 ทิศเหมือนปู เล็งเป้าด้วย ANALOG ขวาที่ก็เล็งยากซะเหลือเกินเพราะ การเคลื่อนไหวของเป้าเล็งแข็งกระด้างมาก แถมก็ไม่ได้สร้างความเสียหายเยอะขนาดนั้น วิ่งไปเอาอาวุธหวดยังไวกว่า แถมหากจะใช้ล่าสัตว์ก็เจอปัญหาเดิม ระบบยิงธนูจึงเหมือนถูกใส่มาเพื่อจุดประสงค์ว่า “ขอให้มี” แค่นั้น วิ่งไปฟันง่ายกว่าครับไม่เป็นภาระลูกหลาน

วิ่งชนนู่น ติดนี่เป็นอาจิณ…

ระบบขี่ม้าในเกมที่แทบเรียกว่าไม่เปลี่ยนเลยจากภาคก่อนๆ และก็ยังคงแข็งกระด้างเช่นเดิม หลายต่อหลายครั้งที่ผมรู้สึกว่าการกระโดดขึ้นขี่ม้าเป็นอะไรที่ยากลำบากมาก เพราะต้องเดินไปประชิดม้า ก่อนยืนนิ่งๆแล้วกดปุ่ม X เพื่อขึ้นขี่ แม้เกมจะมีเพิ่ม ระบบ Auto-Run เข้ามาแต่ก็นำทางได้ห่วยแตกมาก หลายต่อหลายครั้งผมปล่อยให้ม้าวิ่งเอง ก็มักจะไป ชนกำแพงหรือรั้วแล้วก็วิ่งอยู่กับที่ จนสุดท้ายผมก็ต้องมาบังคับเองครับ

ระบบภารกิจเสริมในเกมยังคงมีอยู่โดยมีจะ 2 แบบคือภารกิจแบบที่เราต้องเดินไปรับกับ NPC กับภารกิจตามแผนที่ที่เมื่อเราทำสำเร็จจะได้ค่าตอบแทนเป็นค่าประสบการณ์ไว้อัพเลเวล, เงิน หรือไอเทมอื่นๆคล้ายกับเกม RPG ครับ ประเด็นคือ ภารกิจค่อนข้างจะไม่หลากหลายเอาซะเลย ออกแนวไปกำจัดตัวนู้น, ทำลายตรงนี้, ไปเก็บของให้หน่อย, ไปช่วยคนนี้สู้ศัตรูที ทำนองนี้วงลูปๆไปเรื่อยๆครับ หาความแปลกใหม่ไม่ค่อยเจอ หลังๆผู้เขียนเองก็เบื่อที่จะทำปล่อยมันผ่านๆไป ยกเว้นบางภารกิจที่มันเดินผ่านจริงๆก็อาจจะแวะไปสักหน่อย

เก็บเงินซื้อดีกว่าครับ สบายใจ ประหยัดเวลา

อีกเรื่องหนึ่งคือระบบ QUALITY OF LIFE หรือพวกกิจกรรมเสริมในเกมเช่น การตกปลา, ล่าสัตว์, CRAFT ของ ฯลฯ สิ่งต่างๆเหล่านี้ไม่ได้มีความสนุกอยู่แต่อย่างใด โดยเฉพาะการคราฟของที่ตัวเกมโปรโมทหนักหนาว่าเป็นระบบสำคัญในเกม เราก็สามารถเล่นจนไปถึงท้ายๆเกมหรือแม้แต่จบเกมโดยไม่ต้องแตะระบบพวกนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ส่วนตัวผมรู้สึกว่าเวลาเราสร้างระบบอะไรในเกม มันควรจะต้องมีแรงดึงดูดอะไรบางอย่างให้เรารู้สึกสนุกไปกับมัน เช่น ระบบคราฟของในมอนฮันฯ ที่มีความซับซ้อนแต่ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าแก่ผู้เล่น ในเกม DYNASTY WARRIOR 9 นี้ระบบพวกนี้เหมือนเป็นการ “สร้างงาน” ใช่เหตุให้แก่ผู้เล่นมากกว่า และด้วยความราบเรียบของระบบเหล่านี้ ทำให้บางทีผมยังคิดว่าเหมือนจงใจ “สักแต่ว่าใส่มาให้มันดูเยอะๆ ไม่ให้เกมโล่งเกินไป” แค่นั้นเองครับ

OPENWORLD

โล่งโจ้งมาก

DYNASTY WARRIOR 9 โปรโมทว่าเป็นภาคแรกของซีรีย์ที่ทำแผนที่เปิดกว้างแบบเกม OPENWORLD และก็กว้างจริงๆครับ กว้างแบบโล่งโจ้งเลย คือแผนที่โดย 90% ประกอบไปด้วยทุ่งโล่งๆ มีต้นไม้ มีของให้เก็บเป็นจุดๆ, มีสัตว์ป่าให้ยิงเล่นเป็นช่วงๆ แล้วก็แค่นั้นครับ นอกเหนือจากกลุ่มก้อนของศัตรูที่จะอยู่ตามจุดต่างๆแล้ว พื้นที่ในเกมเหมือนถูกออกแบบมาให้เราวิ่งชมวิวซะมากกว่า.. ในภาคก่อนๆจริงอยู่ว่าเราสามารถวิ่งโร่ไปหาบอสได้ก็จริงอยู่ แต่มักจะมีอุปสรรคมากกว่านี้ เช่นต้องเปิดประตูปราสาทก่อน หรือแม้แต่วางศัตรูไว้ตามเส้นทางให้เราฟันฝ่าไปเพื่อไปถึงบอสในฉาก แต่มันก็ไร้ประโยชน์เพราะด้วยความที่เป็นแผนที่เปิดกว้างแบบ OPENWORLD ผู้เล่นสามารถวิ่งตัดผ่านศัตรูเหล่านี้ไปได้และวิ่งยาวๆเข้าปราสาทบอสได้เลย

ไอเทมโครต OP ทำเกมเสียบาล้านซ์เลยอันนี้!

ความจำเป็นการเปิดประตูปราสาทก็ง่อยไปด้วย เพราะภาคนี้เรามี GRAPPLING HOOK หรือตะขอที่ให้เราปีนป่ายไต่กำแพงได้เหมือนนินจาที่ เหมือนผู้พัฒนาไม่เข้าใจว่าควรจะกำหนดขอบเขตการใช้การได้แค่ไหน เพราะทุกที่ที่เป็นตึก,กำแพงสูงเราสามารถปีนขึ้นไปได้หมด ตลอดการเล่นของผมจึงเป็นรูปแบบของการควบม้าในทุ่งโล่งๆราว 5 นาทีก่อนลงไปตบกับศัตรูประมาณ 1 นาทีและควบม้าผ่านทุ่งหญ้าโล่งๆอีก 5 นาทีไปที่ปราสาทของบอสในฉาก ไต่กำแพงด้วย GRAPPLING HOOK ก่อนตบบอสในฉากตายเพื่อจบด่าน ลูปๆไปเรื่อยๆครับ

CHARACTERS

Lu Lingqi ภาคนี้ออกแบบน่ารักดี เสียดายเหนี่อยใจเลิกก่อนเล่นถึง…

อีกหนึ่งจุดขายของซีรีย์ DYNASTY ก็คือตัวละครที่มีให้เลือกเล่นเยอะมากๆ โดยภาคนี้ก็มีการเพิ่มตัวละครใหม่ๆเข้ามาจากตัวละครเดิมๆที่ยังปรากฎตัวให้เห็นกันอยู่ เรื่อง MODEL ตัวละครถือว่าทำออกมาดูดี มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวละครสูงมาก เรียกได้ว่าตัวละครร้อยตัว ดูดีร้อยคน ยกเว้นเรื่องเดียวก็คือ ANIMATION การเคลื่อนไหวต่างๆของตัวละครที่ดูแข็งกระด้างมาก การเดิน, วิ่ง, พูดคุยกับ NPC, ไต่กำแพง ทุกอย่างดูไม่มีความสมูทแต่อย่างใด แถมจุดตายอีกเรื่องหนึ่งก็หนีไม่พ้นเสียงพากษ์ตัวละคร โดยเฉพาะพากษ์อังกฤษที่เปลี่ยนคนพากษ์ใหม่แทบยกแผง พากษ์ดีเป็นส่วนน้อย พากษ์ห่วยเป็นส่วนมาก ผมเล่นๆไปบางทีก็รู้สึกพิลึกในเสียงพากษ์จนสุดท้ายก็ต้องปรับเป็นเสียงภาษาญี่ปุ่นแทน เพราะตัวละครบางตัวเสียงพากษ์นี่สุดๆไปเลย…

CONCLUSION

DYNASTY WARRIOR 9 มีไอเดียที่ดีในการที่จะนำเกมไปสู่ความเป็น OPENWORLD แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับเป็นโลกเกมที่โล่งๆ ไร้ชีวิตชีวา ประกอบกับความพยายามที่จะทำเกมให้สมจริงกับกลายเป็นการตัดเอกลักษณ์บางอย่างของเกมซีรีย์นี้ออกไป ระบบ COMBAT ที่เพิ่มอย่างตัดอีกอย่าง, บัคในเกมเจอเรื่อยๆ, ระบบเกมอื่นๆสักแต่ว่าใส่มา แต่ใช้งานจริงไร้ประโยชน์ และตัวเกมโดยภาครวมที่ดูยังต้องการการขัดเกลามากกว่านี้ ข้อเสียเหล่านี้มีมากและกลบข้อดีของเกม ในฐานะที่เป็นแฟนเกมมูโซผมคงไม่แนะนำเกมนี้กับทั้งเกมเมอร์ขาเก่าและขาจรในราคาเต็มแน่นอน หากอยากเล่นมูโซดีๆในเครื่อง PS4 ผมแนะนำว่ากลับไปเล่นภาค DYNASTY WARRIOR 8 หรือไม่ก็ผ่านๆไปเลยครับ เก็บเงินไว้ซื้อเกมดีๆอื่นดีกว่า

Facebook Comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here