FINAL FANTASY XV เป็นเกม RPG ที่เราเชื่อว่าหลายๆคนรอคอย ทั้งในตำนานที่กล่าวว่า เป็นเกมที่พัฒนามาเกือบๆสิบปี หรือกระแสบิ้วที่มีมาตั้งแต่ภาพยนตร์ Kingsglaive แม้กระทั่งในงาน E3 ตั้งแต่ปี 2013 ก็มีตัวอย่างออกมายั่วเหล่าสาวก FINAL มาโดยตลอด และแล้ววันที่ทุกคนรอคอยก็มาสิ้นสุดลงในวันที่ 29 พฤษจิกายน ที่ผ่านมา เมื่อ Square Enix ได้กำหนดอย่างเป็นทางการ เป็นครั้งสุดท้ายในการวางจำหน่าย

final-fantasy-xv_cover_2016

หลังจากที่ FFXV ออกมา กระแสที่มีในตอนนี้มีหลากหลายทั้งที่ ชอบ/ไม่ชอบ/ไม่ชอบแล้วเปลี่ยนเป็นชอบ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ ขอออกตัวไว้ก่อนว่า ทางผู้เขียนไม่ได้เล่น Final Fantasy มาครบตลอดทุกภาค เล่นตั้งแต่ FFVI ถึง FFX (รวมทั้ง X-2) ซึ่งผมถือว่าเป็น ผู้เล่น Final Fantasy ในยุครอยต่อของผู้เล่นสมัยเก่าและสมัยใหม่(ค่อนข้างไปทางใหม่) ดังนั้นก่อนเล่น ผมจึงเปิดใจกว้างๆ คอยรอรับว่าจะเสพการเล่น FFXV นี้อย่างไรให้สนุก ให้สมกับที่รอคอยมานาน จริงๆเรียกได้ว่ามีการเตรียมตัวไว้พร้อม ทั้งดู Kingsglaive ทั้งเล่น PLATINUM DEMO ขาดเพียงอนิเมชั่นซีรี่ย์ Brotherhood ที่เล่าถึงเรื่องราวของตัวละครหลักก่อนเรื่องราวในเกม เพราะสำหรับผม ความสนุกของ FF เนื้อเรื่องนั้นถือเป็นแก่นสำคัญที่สุดของเกมก็ว่าได้

Story 9/10

สำหรับเหล่าสาวก Final Fantasy เชื่อว่า FFXV นี้อาจจะใช้การเปิดเรื่องราวที่งงงวยไปหน่อย โดยเปิดให้ Noctis (น๊อค, น๊อคทิส) และผองเพื่อนอีก 3 หน่อคือ Gladiolus (กราดิโอ) , Ignis (อิกนิส) และ Prompto (พรอมโต้) เข้าสู่ระบบการเล่นแบบกึ่ง Open World ที่มีเควสต่างๆให้เราทำมากมาย เนื่องจาก Cut scene ตอนต้นเกมที่เริ่มว่ากษัตริย์ Regis Lucis Caelum (เรจีส ลูซิส เคลัม) แห่งอาณาจักร Lucis พ่อของเขาได้ส่งลูกชายออกนอกเมืองหลวง เพื่อไปเตรียมตัวเข้างานแต่งงานกับ Lunafreya (ลูน่าเฟรย์) แห่งเมือง Tenebrae (เทเนแบร) ที่อยู่ใต้การปกครองของอาณาจักร Niflheim (นิฟล์เฮม) เป็นข้อตกลงในสนธิสัญญาสงบศึกของทั้ง 2 อาณาจักร

final_fantasy_xv_key_art_characters_in_battle

ซึ่งตอนเล่น ผมเองก็เกิดอาการมึนงงประมาณว่า ทำไม Noctis ถึงไม่รีบไปเข้าพิธีแต่งงานโดยไวตามคำสั่งของกษัตริย์ (ทั้งที่ Lunafreya สวยขั้นนางฟ้า) แต่ให้เราไปทำเควสย่อย ตามคำขอร้องของ NPC ตามเมืองต่างๆ ทำให้เกิดความรู้สึกขัดใจอยู่ตลอด เหมือนโดนทำให้เขวออกจากภารกิจหลักไปเรื่อยๆ จนบางครั้งถึงขั้นลืมว่า “นี่เรากำลังจะไปไหนอยู่” ทั้งมีการตั้งแคมป์ ทำอาหาร จนคนที่นั่งดูข้างๆตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมเกมฟรุ้งฟริ้งจัง ไหนว่าเกมแนว Action RPG โดยเกมจะดำเนินไปตามลักษณะนี้ในครึ่งแรกประมาณ 8 Chapters (ทั้งหมด 15 Chapters)

screen-shot-2016-12-15-at-01-37-15

แต่พอเข้าครึ่งหลัง เนื้อเรื่องจะค่อยๆเข้มข้นขึ้น เข้มข้นขึ้น เรียกว่าแทบไม่ได้หยุดพักหายใจกันเลยทีเดียว อารมณ์เอื่อยๆในครึ่งแรกหายไปหมดเหมือนคนละเกม มีการพลิกบทต่างๆมากมาย ทั้งเปลี่ยนรูปลักษณ์คาแรกเตอร์ตัวละคร ทั้งความ Drama ที่เกิดขึ้นในเนื้อเรื่องครึ่งหลังตามสไตล์ของคุณฮาจิเมะ ทาบาตะ ผู้กำกับ FFXV เหมือนได้เสพการ์ตูน Animation ญี่ปุ่นที่คิดว่าจะใสๆน่ารักตอนแรก แต่กลับ Dark Drama ในตอนหลัง ซึ่งทั้งหมดนั้นต้องลองเล่นให้จบครับ ในส่วนตัวคิดว่าอย่าเพิ่งไปสนใจกับเควสย่อยมากนักในครึ่งแรก เพราะเราสามารถย้อนกลับมาทำได้ทั้งที่เล่นจบแล้ว จะทำให้เราเสพเนื้อเรื่องของ FFXV นี้สนุกขึ้นได้อย่างแน่นอน

Graphic 8.5/10

590082

สมกับที่รอคอยจาก PS3 มาลงบน Platform PS4 เรื่องงานภาพ งานสถาปัตยกรรม หรืองาน Terrain ในโลกของ FFXV ทำได้สวยงามตามสไตล์ Fantasy based on Reality (โลกแฟนตาซีอิงความเป็นจริง) อย่างฉากในเมือง ก็จะได้อิทธิพลมาจากเมืองจริงๆของโลกเราเช่น เมือง Altissia จำลองมาจาก เวนิช อิตาลี , เมือง Insomnia จำลองมาจาก โตเกียว ญี่ปุ่น เป็นต้น หรือกระทั่งรถคู่ใจที่ใช้ขับขี่ตลอดเวลาอย่าง Regalia ก็ได้ Audi มาออกแบบให้ ส่วนฉากการต่อสู้ทำกราฟฟิคได้ตื่นตาน่าประทับใจ ยิ่งตอนที่ Summon สัตว์อสูร (ในภาคนี้เรียกว่า Astral) ออกมา ทำได้อลังการงานสร้างครับ ส่วนตัวผมรู้สึกติดขัดนิดนึงเวลาเดินในเมือง หรือเดินในป่าที่ต้นไม้เยอะๆ รู้สึกถึงความไม่ลื่นไหลของภาพ อาจจะเพราะเฟรมเรทของเกมที่ 30 FPS หรือเพราะไม่ได้เล่นบน PS4 Pro ก็เป็นได้

venice

final_fantasy_xv_party_in_regalia_2015

ส่วนที่น่าติในงานกราฟฟิคของเกมนี้คือ การแสดงสีหน้าของตัวละครที่ดูแข็งโป๊ก เหมือนลืมพัฒนาจาก PS3 ยังไงยังอย่างงั้น ถ้าเทียบกับเกมอื่นๆบน PS4  ยิ่งถ้าได้ดู Kingsglaive แล้วผมมีความคาดหวังในส่วนนี้อยู่สูงพอสมควร

Gameplay 8/10

ระบบการเล่นนี้เราๆรู้กันตั้งแต่ต้นแล้วว่าจะเป็นระบบแบบ Action RPG แบบจัดเต็ม (คล้ายๆระบบต่อสู้ในเกม Kingdom Hearts เพราะมาจากค่ายเดียวกัน) ที่เราจะเป็นคนสวมบทบาทเป็น Noctis เพียงคนเดียว ในขณะที่แก๊งค์เพื่อนๆ จะเข้าร่วมต่อสู้ โดยที่เราไม่ได้บังคับว่าให้ทำอะไร ยังไง แต่เราก็สามารถปรับเปลี่ยนให้พวกเขาได้ในระดับหนึ่ง เช่น อาวุธ ชุด เครื่องประดับ และคำสั่งที่ใช้ต่อสู้ร่วมกันเมื่อใช้เกจ Tech bar

maxresdefault-3

แต่ระบบการเล่นแบบ Action RPG ของ FFXV ยังมีการเอาใจเหล่าสาวกยุคเก่าอย่างการใช้ระบบ Wait mode ที่จะหยุดเวลาระหว่างการต่อสู้เพื่อให้เราคิดวางแผนว่าจะใช้อาวุธอะไร เวทย์มนตร์อะไร คล้ายๆกับระบบ Turn Base ของการต่อสู้ภาคก่อนๆ ซึ่งระหว่างที่อยู่ในโหมดนี้เราจะวิเคราะห์ศัตรูได้จากความสามารถ Libra แต่ส่วนตัวคิดว่าการใช้โหมดนี้ยังติดๆขัดๆอยู่ เช่นว่า ถ้าเราหยุดเดินเมื่อไหร่ ก็จะเข้าโหมดนี้ทันที เหมือนว่าพอเราวิเคราะห์เสร็จ วางแผน แล้วค่อยไปปิดโหมดนี้ที่เมนู Pause อีกที เป็นต้น ถ้ามีการเปิด-ปิดโหมดนี้ด้วยวิธีที่ง่ายกว่านี้คิดว่าการเล่นน่าจะลื่นไหลขึ้นมาก และการเลือกใช้เวทย์ที่พอใช้หมด แล้วต้องเข้าไปติดตั้งใหม่ก็ดูทำให้การต่อสู้ด้วยเวทย์ไม่ลื่นนัก แนวว่าจะอัดด้วยเวทย์รัวๆอย่างบางภาคก็ทำไม่ได้ สุดท้ายต้องใช้อาวุธสับจนกว่าศัตรูจะละเอียด (แต่เหมือนว่าเกมก็เน้นให้ใช้อาวุธอยู่แล้วด้วย)

ffxvcold

แต่ทั้งนี้ก็เป็นประสบการณ์ใหม่ในการเล่น Action RPG ของ FFXV ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเลยทีเดียว เพราะไม่ใช่แค่ว่าเราวาร์ปเข้าไปอัด และสับรัวๆ วาร์ปออก วนลูปเรื่อยๆยังงั้น ซึ่งจริงๆเราต้องดูระหว่างการต่อสู้ตลอดว่าศัตรูกำลังทำอะไร ต้องบล๊อค ต้องหลบ ต้องไปฮีลเพื่อน หรือพยายามหลบเข้าไปอัดจุดบอดของศัตรูเพื่อใช้ Teamwork กับเพื่อนๆ เป็นต้น สร้างความหลากหลายในการต่อสู้ เพราะเราต้องคิด ตัดสินใจตลอด ว่าต้องทำยังไงให้รอดแบบสวยๆ (จริงๆใช้ไอเทมอัดฉีดได้ตลอด)

Sound & Music 8.5/10

final_fantasy_xv_music_chronology_by_nurrayart-daakcii

เสียงเพลงนับเป็นส่วนที่สำคัญมากในทุกๆภาคของเกมซีรี่ย์ FF โดยภาคนี้ได้ตำนานนักประพันธ์เพลงประกอบคือ คุณ Yoko Shimomura ที่มีผลงานการประพันธ์เพลงเกมดังมากมายหลายสิบเกม ช่วยสร้างสรรค์เพลง FFXV ได้น่าประทับใจ และมีมนต์ขลังได้อย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะเสียงเพลง Background ฉากสุดท้ายก่อนเข้าสู้กับ Last Boss ช่วยบิ้วอารมณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม. แต่คิดว่ายังขาดเพลงที่ฟังแล้วรู้สึก ”ติดหู” ตลอดกาลอย่างเพลง Eyes on me ของภาค FFVIII หรือเพลง Suteki Da ne ของภาค FFX เป็นต้น

Conclusion 8.5/10

ffxv_0330__22

สำหรับเกมที่มีข่าวหลายหลายทั้งดีและไม่ดีของ FFXV นี้ เช่นเรื่อง แฟนตาซีบอยแบนด์ บอยแบนด์รถเข็น ระบบการต่อสู้ที่เปลี่ยนไปสิ้นเชิง เนื้อเรื่องในเกมที่น้อยเกินไป ระบบเลเวลอัพ การตั้งแคมป์ ฯลฯ แต่ยังไงเชื่อว่าถ้าเป็น Fan FF อยู่แล้วคิดว่าอย่างไรก็ตามควรที่จะซื้อมาบริโภคแน่นอน (อย่างผมที่พอเล่นแล้วก็จะหาข้อดี หาเหตุผลมารองรับตลอด ออกแนวอวย) ส่วน First Timer คิดว่าน่าจะไม่ผิดหวังกับเกมภาพสวยๆ ระบบต่อสู้ภาพหวือหวา ใช้เวลาเล่นจริงจนจบไม่เกิน 40 ชม. แต่อาจจะติดขัดเรื่องเนื้อเรื่องถ้าไม่ได้ทำการบ้านมาก่อน แต่ถ้าคุณได้ลองเสพแบบจริงจัง ติดตามเนื้อเรื่อง Drama เปิดใจกว้างๆกับเกมนี้ ก็พูดได้เต็มที่ว่า ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกของ FINAL FANTASY ครับ

หากใครยังตัดสินใจไม่ได้ ขอให้ดู Trailer ด้านล่างครับ จาก E3 2016 ออกแนว dubstep

ทาง Square Enix ออกมาประกาศว่าจะมี DLC เพิ่มเติมในเร็วๆนี้ ก็คงต้องรอฟังข่าวกันต่อไปครับ

ขอขอบคุณ Sony Entertainment ที่ส่ง Review Code มาให้ทางทีมงาน Gaming Room ครับ

Facebook Comments
REVIEW OVERVIEW
Final Fantasy XV
8.5
SHARE
Previous articleOverwatch เข้าหน้า Christmas เพิ่มเติมมากมาย!!
Next article[New Release] เกมออกเดือนธันวาคม 2016 – ส่งท้ายปีแบบจัดเต็ม
Ouranoutan
สมัยเด็กๆ เห็นพี่น้องทะเลาะกันแย่งเล่น Famicom แม่เราก็โยนทิ้งไปหลายที ก็ไม่เข้าใจว่าทำไม..........แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วครับ