ก่อนหน้านี้เราเคยพูดถึง For Honor ตั้งแต่ก่อนตัวเกมจะออกซะอีก โดยดูจากกระแสของเกม ทั้งในบ้านเรา และกระทู้เกมเมอร์เมืองนอก เราคิดว่านี่เป็นหนึ่งในเกมที่น่าสนใจและเพื่อนๆ ก็ต้องตื่นเต้นกันแน่ แต่พอเอาเข้าจริงๆ กระแสกลับเงียบชอบกลแฮะ เราก็เลยไปเจาะลึกมาให้ เพราะเข้าใจว่าหลายๆ คนอาจจะยังไม่ตัดสินใจซื้อ ถ้ามีรีวิวออกมาอาจจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะครับ

เผชิญหน้ากับศัตรู

Gameplay

บอกก่อนซักหน่อยสำหรับคนที่อาจจะเคยได้ยินชื่อเกมนี้เป็นครั้งแรก For Honor เป็นเกมแนว Third Person Action โดยเน้นการต่อสู้ประเภท Hack and Slash เนื้อเรื่องเริ่มต้นจากการต่อสู้ของเผ่านักรบ 3 เผ่า อันประกอบไปด้วย อัศวินผู้ทรงเกียรติ ไวกิ้งผู้ดุดัน และซามูไรผู้เยือกเย็น โดยแต่ละเผ่าก็จะมี Unit ย่อยลงไปให้เลือกเล่นอีก

Raider ของ Viking

โดยที่ตัวละครแต่ละตัวก็มีเส้นเรื่องของตัวเอง ทำให้มีหลายเรื่องราวให้ติดตาม และยังทำให้การเล่นมีความหลากหลาย เราสามารถเลือกได้ตามความถนัด และความชอบส่วนตัว โดยแต่ละตัวก็จะมีเอกลักษณ์ประจำตัวและความสามารถแตกต่างกันไป

Conqueror ของ Knight

จากที่เล่นมาหลายตัวจะพบว่าแต่ละตัวมีความแตกต่างกันพอสมควรอยู่ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนชุดๆ เฉยเท่านั้น อันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับสไตล์ของแต่ละคนเลยว่าชอบเล่นแบบไหน เพราะคุณสามารถเลือกได้ทั้งสายถึก เน้นดาหน้าบุก ทำดาเมจโหดๆ หรือสายลอบฆ่า เน้นตีแล้ววิ่งๆ อันนี้เป็นแค่สายหลักๆ เท่านั้น อย่างที่บอกว่าถ้าได้ใช้เวลาฝึกฝนล่ะก็ คุณสามารถแตกสายไปได้อีกเยอะเลย รวมไปถึงการจำ Moveset ของแต่ละ Unit เพื่อทำแอคชั่นโหดๆ คอมโบมันส์ๆ

For Honor
อันนี้ตัวประจำของผม จิ้มแล้ววิ่งๆ Nobushi ของ Samurai

แต่นี่แหละครับคือจุดที่อยากจะพูดถึง จากการลองเล่นด้วยตัวเองแล้ว ไอ้การกดคอมโบให้โหดๆ แบบที่คนทำเกม For Honor ตั้งใจสร้างขึ้นมาในระบบที่เรียกว่า Art of Battle หรือก็คือการที่ตัวละครแต่ละแบบจะมี Moveset แตกต่างกันออกไปตามลักษณะของตัวเองนั้นน่ะ เป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากๆ Complexity สูงสุดๆ ในการเล่นจริง ถ้าการสู้แบบ Duel อาจจะพอสุ่มกดทัน แต่ถ้าเล่นเป็นโหมด Dominion ล่ะก็ ทั้งมิตรและศัตรูวิ่งกันให้พล่านไปหมด วุ่นวายมากๆ จะกดท่าสักท่า บางทีโดนจ้วงลงไปกองก่อนแล้ว เท่าที่ผมสังเกตเห็นในโหมด Multiplayer ถ้าไม่ใช่คนเล่นโหดๆ พวกเลเวลสูงๆ ล่ะก็ ทุกคนออกแนวฟันดะเหมือนกันหมด แถมไม่ค่อยมีประสิทธิภาพอีกด้วย ดังนั้น ถ้าดูจากสไตล์เกมที่ดูเน้นการเล่นแบบออนไลน์มากๆ ทำให้พอนึกออกเลยว่าผู้เล่นประมาณ 50% ที่คิดว่าจะเข้ามาฟันๆ เอามันให้จบๆ ไปเป็นตาๆ หนึ่งคงจะเบื่อมากๆ เพราะเล่นไม่ทันพวกเก่งๆ เลเวลสูงๆ และถ้าอยากเล่นให้เก่งจริงๆ ก็ต้องใช้เวลาฝึกประมาณหนึ่งเลยล่ะครับ

ตะลุมบอนกันประมาณนี้เลย

Game Mode

โหมดการเล่นใน For Honor ในโหมด Multiplayer มีหลากหลายทีเดียว คร่าวๆ ก็ตามนี้ครับ

Dominion: คือโหมดการเล่นแบบ 4×4 ซึ่งผู้เล่นจะต้องเข้ายึดพื้นที่ทั้งหมดของสนามรบให้ได้ คะแนนจะคิดจากการยึดพื้นที่ เมื่อคะแนนถึง 1,000 เมื่อไหร่ก็ต้องไล่ฆ่าศัตรูให้หมดเพื่อเป็นการจบเกม ความสนุกของโหมดนี้คือการร่วมมือกันสู้และชิงไหวชิงพริบในการยึดพื้นที่ แต่ถ้าเจอทีมไม่ค่อยเก่งหรือฝั่งตรงข้ามเขามาเป็นทีมเดียวกันตลอดก็จะจบเกมไวไปหน่อย

ฆ่าศัตรูได้ในโหมด Dominion เก๊กกันเล็กน้อย

Brawl: เป็นการต่อสู้แบบ 2v2 ซึ่งจะต้องร่วมมือกันกำจัดศัตรูให้ได้เพื่อที่จะชนะ

Duel: ตรงตัวนะครับ ก็คือการสู้ตัวๆ กับศัตรูนั่นเอง โหมดนี้ดูเหมือนจะเอาไว้ใช้ลองฝีมือกันมากกว่า

Skirmish: เป็นการแบบ 4v4 แต่ต่างจาก Dominion ตรงที่คิดคะแนนด้วยการฆ่าแทน ทำให้เหมือนฝึกการร่วม
กันต่อสู้และโชว์ฝีมือมากกว่าการวางแท็คติก

Elimination: เป็นการเล่นแบบ 4v4 ที่ไม่มีการคิดคะแนน เน้นการฆ่าเท่านั้น ทีมที่มีนักรบเหลือรอดคือผู้ชนะ

Blood Bath: โหมดการเล่น 4v4 ที่ผู้เล่นจะมี Cool Down ความสามารถที่ 0% เกจพลัง Revenge เพิ่มเร็วขึ้น 75% และมี Stamina ไม่จำกัด รวมไปถึงพลังชีวิตเพิ่มขึ้น 200% ทีมที่ฆ่าได้มากสุดภายใน 3 นาทีจะเป็นผู้ชนะ

ส่วนใหญ่จะออกแนวนี้เสียมากกว่า

โดยการเล่นแบบ Multiplayer ทั้งหมดจะส่งผลกับโหมดการเล่นที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งก็คือ The Faction War โดยคะแนนที่เราได้หรือเสียจากการเล่นจะถูกนำมาคำนวนใน Faction War ซึ่งจะเป็นการคะแนนของผู้เล่นที่เลือกเผ่าเอาไว้ (ไม่ใช่นักรบที่เลือกในแต่ละแมทช์) คะแนนเหล่านี้จะถูกนำมาใช้เพื่อยึดครองพื้นที่ แต่ละการยึดครรองจะอัพเดททุกๆ 6 ชั่วโมง การแข่งหนึ่ง 1 รอบกินเวลาประมาณสัปดาห์หนึ่ง และการแข่งทั้งซีซั่นจะกินเวลาประมาณ 10 รอบ (ประมาณ 2-3 เดือน) โดยการแย่งชิงพื้นที่จะส่งผลกับทั้งคะแนน สภาพภูมิประเทศ และผู้ที่เล่นที่เลือกช่วยนักรบเผ่าที่กำลังยึดครองจะได้คะแนนพิเศษเพิ่มอีกด้วย

Fraction War สุดยิ่งใหญ่

จากที่เห็นก็คงพอมองออกว่าโหมดการเล่นของ For Honor นั้นถูกออกแบบมาเพื่อสร้าง Online Community ซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ต้องสารภาพว่าโดยส่วนตัวแล้ว ผมสนุกกับโหมด Story มากกว่า เพราะชอบเนื้อเรื่องที่ถือว่าผ่านการคิดมาพอสมควร และการต่อสู้ก็ไม่ปะทะดุเดือดเหมือนอย่างในโหมด Online เท่าไหร่ (คือสู้คนอื่นเขาไม่ได้นั่นเอง ฮ่า)

ตายแล้วตายอีกแบบนี้ (ฮา)

ถ้าใครชอบเหมือนผม อาจต้องทำใจนิดนึงว่าจะไม่ได้ความสนุกของเกมอย่างเต็มที่ เพราะต้องยอมรับว่าอรรถรสของเกม 70% อยู่ที่การสู้กับคนด้วยกันเองมากกว่าการเล่นตามเนื้อเรื่อง

การต่อสู้ของ Story Mode เข้มข้นเหมือนกัน

Server

เท่าที่ฟังดู คงนึกกันออกว่าระบบที่จะออกมารองรับนั้นต้องยิ่งใหญ่อลังการมากๆ เรื่องภาพและมุมกล้องผมไม่ค่อยมีปัญหาสักเท่าไหร่ ทำได้สวยน่าตื่นตาตื่นใจดี แต่ที่ขัดใจจริงๆ และมีกระแสพอสมควรก็คือความนิ่งของ Server ของ Ubisoft ที่ดูเหมือนจะยังไม่นิ่งสักเท่าไหร่ พอพูดได้ว่าเป็นมือใหม่เกมแบบนี้ แต่ถ้าอยากจะปล่อยเกมที่มีสเกลใหญ่ขนาดนี้มา ก็น่าจะมีการวางแผนสักหน่อยไหม?

เหมาะกับใคร

บอกเลยว่าไม่เหมาะกับคนที่มีเวลาเล่นเกมวันละชั่วโมง และอยากฟันๆ แก้เครียด เพราะกลัวว่าจะทำให้หัวร้อนกว่าเดิมน่ะ ฮา แต่ถ้าชอบกราฟฟิคงามๆ ชอบเรื่องราวเกี่ยวกับเผ่านักรบ ค่อยๆ ติดตาม ใช้เวลาและทุ่มเทกับมันก็ซื้อมาเล่นได้ไม่มีปัญหาแน่นอนครับ

ขนาดใน Story Mode จะเรียนรู้ Moveset แต่ละอย่างยังต้องใช้เวลาเลยครับ

บทสรุป

โดยรวมแล้ว For Honor เป็นเกมที่สนุกมากๆ เกมหนึ่งเลยทีเดียว แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนผิดหวังกันไปก็อาจจะเป็นเพราะมันถูกคาดหวังอย่างสูงตั้งแต่ก่อนจะเปิดตัวแล้ว พอเปิดตัวมาทำได้กลางๆ พอสอบผ่าน ไม่ได้ร้องว้าวขนาดนั้นก็อาจจะทำให้แฟนๆ ที่รออยู่เฟลกันนิดหน่อย อย่างที่บอกว่า ถ้าจะเล่นให้สนุกต้องใช้เวลากับมันเยอะๆ ประมาณหนึ่ง ไม่ใช่เกมที่ผ่านมาผ่านไป หรือฝึกระหว่างเล่นได้ (จริงๆ ก็ทำได้นะ แต่จะทนเซ็งตอนโดนฆ่าบ่อยๆ ได้หรือเปล่า) ตอนนี้ที่เมืองนอกก็มียอดผู้เล่นลดฮวบลงจากยอดวันเปิดตัวที่เกือบ 5 หมื่นคน เหลือไม่ถึง 2 หมื่นต่อวัน ซึ่งผู้เล่นขนาดนี้ประมาณนี้ก็ไม่ได้แย่เลย เพียงแต่มันน้อยกว่าที่คาดกันไว้เท่านั้นเอง อีกอย่างที่ต้องชื่นชมก็คือ Community ของผู้เล่นนั้นน่ารักมาก แทบไม่มีเกรียนเหมือนเกมใหญ่เกมอื่นๆ ซึ่งก็ถือว่าน่าพอใจระดับหนึ่งแล้วล่ะครับ ที่เหลือก็คงต้องเป็นกำลังใจให้ Ubisoft ค่อยๆ พัฒนาไปแล้วกัน เราเอาใจช่วยอยู่

Viking เป็นกำลังใจให้นะจ๊ะ
Facebook Comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here