[Review] Need for Speed: Payback – (เกือบจะเป็น) เกมรถแข่งในดวงใจ

กลับมาอีกครั้งกับเกมซีรี่ย์ Need for Speed ที่หลายๆคนรวมทั้งผมที่รอเกมนี้อยู่ ผมเองก็เล่นมาตั้งแต่ภาค Underground และผิดหวังนิดนึงกับภาคที่แล้ว กลับมาภาคนี้ก็เห็นว่ามีหลายๆอย่างที่ทีมงานพัฒนาจากภาคที่แล้วและยังคงข้อดีหลายๆอย่างของเกมในซีรี่ย์นี้อยู่ แต่ถ้าให้ผมพูดตามตรง ก็คงตอบไม่ได้ว่าภาคนี้เป็นเกม NFS ที่ดีที่สุด

drift ยังสนุกเหมือนเดิม

เนื้อเรื่อง

เนื้อเรื่องของเกมนี้อยู่ที่เมืองสมมุติ คล้าย Las Vegas ที่ชื่อว่า Fortune Valley โดยพระเอก Tyler Morgan และเพื่อนอีก 2 คน (Sean McAlister กับ Jessica Miller) ถูกหักหลังในแผนปล้นและทั้ง 3 คนก็ตัดสินใจวางแผนที่จะล้างแค้นและล้มวงการมืดที่อยู่เบื้องหลัง Street Racing ทั้งหมด ในเกมเราสามารถควบคุมตัวละครได้ 3 ตัว โดยแต่ละตัวก็จะมีรูปแบบการแข่งที่สามารถเข้าร่วมได้แตกต่างกันไป ตั้งแต่การแข่ง Off-Road จนถึงการแข่ง Drag ซึ่งถ้าเทียบกับภาคที่แล้ว เนื้อเรื่องค่อนข้างยาวกว่ามาก (เห็นว่าประมาณ 15 ชั่วโมงได้)

มีการพนันด้วยนะ เอาให้เหมือน Street Racing!

เอาจริงสำหรับเกมแข่งรถผมเองก็ไม่ได้คาดหวังเนื่อเรื่องในเกมให้มันเวอร์วังอลังการ แต่มันก็ทำให้เราพอมีจุดมุ่งหมายในการเล่นบ้าง แต่ที่ติดขัดก็คงเป็นเรื่องของบทพูดของตัวละครที่หลายๆครั้งที่ผมรู้สึกเสียอารมณ์บทพูดของของพระเอก Tyler Morgan ที่ฟังดูเสี่ยวๆ กับบุคลิกที่เป็นวัยรุ่นใจร้อนซึ่งมันดูจืดๆ ไม่ได้ความอินเหมือนบทพูดหนังทุนต่ำยังไงไม่รู้

มันจะวัยรุ่นไปไหน?!!!

กราฟฟิคและเสียง SFX

แน่นอนจุดแข็งของเกมนี้ยังอยู่ที่กราฟฟิคที่สวยงาม และทุกครั้งที่เราเล่นทำให้เหมือนเราดูภาพในหนัง Hollywood อยู่ แต่สิ่งที่แตกต่างจากภาคที่แล้วคือ กราฟฟิคภาคนี้มีการเปลี่ยนแนวทางจากที่สีสันฉูดฉาดเหมือน หนัง Too Fast Too Furious ถูกลดความจัดลงมาให้ดูทึมๆขึ้น ผมยังสังเกตว่าทีมงานใส่ใจกับรายละเอียดต่างๆมากขึ้น ตอนที่ผมเล่นครั้งแรกก็แอบมีความคาดหวังว่าจะเป็นแนวทางแบบคราวที่แล้วเหมือนกัน แต่ใช่ว่าแนวทางนี้จะไม่ดี เพราะพอเล่นไปซักพักนึงก็รู้สึกว่าชอบแบบนี้มากกว่า
ส่วนเสียงเครื่องยนต์ก็กระหึ่มสะใจคนชอบรถแข่งอยู่แล้ว อย่างเสียงตอนเปิด Nitrous ก็ยังดูทรงพลังและสนั่นลั่นห้องอยู่เหมือนเดิม

Gameplay

กลับมากลับสิ่งที่คุ้นเคยเพราะการเล่น Need for Speed จะต้องมีฉากซิ่งแหวกด่าน ระเบิดลงตู้มต้ามประหนึ่งกำลังดูหนังที่ Michael Bay กำกับ รถที่ขับก็ยังคงความรู้สึกเดิม ไม่ว่าจะเป็นการขับแข่งกันในเมือง หรือจะเป็นการแข่ง off-road ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนเป็นนักขับ gymkhana ที่สามารถหักดริฟได้แบบไม่สิ้นสุด
นอกจากนี้แล้ว ภาคนี้เพิ่มความหลากหลายขึ้นมาจากภาคก่อนไม่ว่าจะเป็นการทำ Heist หรือการทำสตั้นต่างๆในโหมด Story และการที่ขับหนีตำรวจก็ทำให้สนุกดีและดีกว่าภาคที่แล้วที่ AI ก็พัฒนาให้ฉลาด ดูมีการวางแผนมากขึ้นและให้อารมณ์เหมือนเรากำลังถูกไล่ล่าจริงๆ

แต่สิ่งที่ทำให้ผมเสียความรู้สึกที่สุดคงจะเป็นระหว่างที่เราทำภารกิจต่างๆ พอถึงจุดที่เจ๋งๆ อย่างเช่นกระโดดข้ามสะพาน หรือจะเป็นทำสตั้นโดยขับรถขึ้นรถขนรถ (เหมือน GTA อ่ะคับ) เกมดันตัดเป็น Cutscene ตลอด จนเหมือนรู้สึกว่าเราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินเรื่องซักเท่าไหร่ ส่วนตัวรู้สึกว่าถ้าเกมปล่อยให้ผู้เล่นได้กระทำช่วงสำคัญของเนื้อเรื่องเหล่านี้ อาจจะทำให้เราอินกับเกมมากกว่านี้ได้

สุ่มเปิดการ์ด นี่มันระบบกาชาของเกมฟรี ชัดๆ!!

ด้าน Open World ในภาคนี้แผนที่ใหญ่มาก ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา สภาพแวดล้อมก็หลากหลายที่ให้เราสำรวจ และทีมผู้พัฒนาได้สร้างถนนหรือทางดินต่างๆให้เรารู้สึกว่าอยากจะสำรวจตลอดเวลาด้วย อีกทั้งพวกรั้ว ถังกั้นถนนทั้งหมดในเกมก็สามารถชนได้หมด (ยกเว้นต้นไม้บางต้น) ทำให้เรารู้สึกว่าเกมดูมีความสมจริง ไม่แข็งเป๊กครับแต่ข้อเสียก็คือภารกิจต่างๆน้อยไปสำหรับขนาดของ Open World ที่ใหญ่ขนาดนี้ ทำให้เกิดปัญหาว่าการขับรถไปรับภารกิจต่อไปนั้นมันไกลมาก กว่าจะขับถึงแต่ละทีนี่แทบจะลืมไปแล้วว่าเราจะไปทำภารกิจต่อ (โชคดีมี Fast Travel)

มัน ใหญ่ มาก! (โชคดีมี Fast Travel)

อีกข้อเสียที่อยากจะกล่าวก็คือ หลายๆครั้งที่เราพลาด แทนที่เกมจะปล่อยให้เราแก้ไขเอง (อย่างเช่นขับชนรถที่สวนมา) เกมดันตัดฉากแล้ว Auto-reset ใหม่ทันที (บางครั้งรู้สึกว่าข้อผิดพลาดเราไม่ได้ถึงกับทำให้เราแพ้)

คืออะไร? ต้องมีการ unlock ด้วย! โอ้พระเจ้า!

เกมนี้มีให้เก็บชิ้นส่วนต่างๆของรถ Classic ซึ่งทำให้ผู้เล่นมีอะไรทำมากขึ้น แต่จุดเสียใหญ่ๆเลยของเกมนี้คือเรื่องของการ upgrade รถของเรา ในเมื่อภาคก่อนหน้านี้ทำได้ค่อนข้างดี การที่เสริมแต่งอะไหล่ต่างๆมีผลต่อประสิทธิภาพของรถ กลับโยนทิ้งไปทั้งหมด! ผมอยากตะโกนไปหา Ghost Studio ว่า ทำไม?!!! ภาคนี้โละระบบเก่าออกหมดและการ upgrade รถกลับกลายเป็นการเปิดการ์ด! (เหมือนกาชาที่สามารถใช้เงินจริงซื้อได้ กะว่าจะพอร์ตลงเกมมือถือใช่มั้ย?) ที่เราจะได้หลังจากทำ event สำเร็จแล้ว และยังไม่พอการแต่งรถภายนอกยังถูกล็อคไว้หมด กว่าเราจะสามารถเปลี่ยนกระโปงรถได้ ต้องไป unlock จาก Story Mode ก่อน ใครที่คันไม้คันมืออยากโมรถก็ทำใจเล่นเนื้อเรื่องเพื่อปลดล๊อคกันก่อนนะครับ

สรุป

ถ้าเทียบกับ Need for Speed ที่ออกมาเมื่อปี 2015 ก็อาจจะเห็นได้ว่าทีมพัฒนาพยายามที่จะแก้ปัญหาที่หลายๆคนบ่นเกี่ยวกับเกม ว่าต้องต่อ online ตลอดเวลา หรือทำไมเล่น single player แล้วไม่สามารถกด pause ได้ แต่แทนที่ทีมงานจะพัฒนาสิ่งต่างๆในเกมที่ดีอยู่แล้ว กลับเอาข้อดีๆเหล่านั้นออกไปด้วย เช่นระบบอัพเกรดรถ ที่ภาคที่แล้วเราสามารถติดอะไหล่ต่างๆเพื่อเพิ่มความเร็วของรถ กลายมาเป็นภาคนี้เราต้องมาสุ่มการ์ด (อาจจะเป็น EA ที่พยายามยัดเยียด micro transaction เข้ามาในเกม!!!) ทำให้ผู้เล่นอย่างผมเสียอารมณ์ในการเล่นสุดๆ!

Facebook Comments
REVIEW OVERVIEW
Need for Speed: Payback
6.5
SHARE
Previous article10 Easter Eggs จากเกมดังที่คุณพลาดไม่ได้!!
Next articleTop 5 Mobile Racing games : ท๊อปฮิตเกมแข่งรถ เด็กแว้นโมบายห้ามพลาด!
GlobalRin
ผมรู้ตัวตั้งแต่เด็กแล้วครับว่าสำหรับผม เกมเป็นอะไรมากกว่าเกม มันทำให้ผมมีความสุขและในขณะเดียวกันก็สอนอะไรผมหลายๆอย่าง เช่นนั้นผมอยากบอกเล่าความเป็นตัวผม ความเป็นเกมเมอร์ให้ทุกๆคนครับ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here