Gaming Room

[Review] PREY – ไม่ใช่ภาคต่อ ไม่ใช่ Remake!!!

นี่ไงครับ สกิลอย่างเยอะ

และแล้วก็มาถึงคิวการรีวิวเกมออกใหม่ประจำเดือนพฤษภาคมกันบ้างน่ะครับ ถึงแม้ว่าเมษาฯ หน้าร้อนผ่านไปแล้ว (แต่อากาศก็ยังร้อนอิ๊บอ๋ายเหมือนเดิม) แต่ตลาดเกมส์ใหม่ๆ ก็ยังร้อนระอุเลยทีเดียว ซึ่งดาวเด่นของเดือนนี้ก็คงหนีไม่พ้นเกมดังอย่าง PREY นั่นเอง

เกมเมอร์ฮาร์ดคอร์ทั้งหลายคงจะงงว่า PREY!!!! ภาคต่อเหรอ หรือ Remastered หรือยังไง งง ทำไมใช้ชื่อ PREY เฉยๆ ซึ่ง PREY 2017 นั่นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับ PREY 2006 ทั้งสิ้น เรียกว่าเป็นเกมคนละเกมเลยจะดีกว่า และถ้าหากใครเคยเห็น Trailer PREY 2 สมัยเมื่อ 2-3 ปีก่อนแล้วล่ะก็ ให้ลืมมันไปซะนะครับ เพราะเราจะไม่ได้เห็น Action อะไรแบบนั้นในเกมนี้อย่างแน่นอนใครอยากเห็น Concept ก่อนจะถูกเลื่อน ลองกดดู

เนื้อเรื่องย่อ (มาก)

คุณจะได้รับบทเป็น Dr. Morgan Yu (เลือกเพศได้) ที่ตื่นขึ้นในห้องพักของตัวเองและต้องเดินทางไปทำงานตามปกติกับพี่ชายของเขา Alex Yu หัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาศาตร์ แต่เค้ากลับต้องพบกับความลับ และเรื่องระทึกขวัญชนิดที่ตัวเองคาดไม่ถึง

จะเลือกเอาหล่อ หรือสวยก็แล้วแต่เลยจ้า

“เป็นเกมแรกในรอบ 2-3 ปีที่ทำให้ผมต้องอุทานว่าแบบ เฮ้ย! จริงเหรอวะเนี่ย”

โครงเรื่องและการดำเนินเนื้อเรื่อง 9.0/10

อย่างที่ได้ให้เนื้อเรื่องย่อๆ ไว้ไป (แบบโคตะระย่อ) ด้วยเหตุผลว่าเนื้อเรื่องของเกมนี้นั้นดีมากๆๆๆๆๆ แบบถึงที่สุด เป็นเกมแรกในรอบ 2-3 ปีที่ทำให้ผมต้องอุทานว่าแบบ เฮ้ย! จิงเหรอวะเนี่ย แบบนั้นเลย (เทคโนโลยี LG ในเกม งงอะดิ ไม่เล่นไม่รู้หรอก 555+)  ขอไม่เปิดเผยอะไรดีกว่า เพราะทุกข้อความทุกบทสนทนาคุณจะได้ผมกับสิ่งที่คุณจะต้องแปลกใจอยู่ตลอดเวลา เนื้อเรื่องหลักและเนื้อเรื่องย่อยที่เปิดโอกาสให้เราได้เล่นก็มีความสัมพันธ์กัน เชื่อมโยงให้เข้าใจเนื้อเรื่องเพิ่มขึ้นตลอด ไม่ว่าจะจาก E-mail ของพนักงาน Note ที่แปะไว้หน้าคอม ทุกอย่างมีการบอกรายละเอียดของโลกของ PREY ให้เราได้เสพกันอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่ติดอย่างเดียวว่าทำไมมันไม่ได้เต็ม 10 เนื่องจากก็เพราะว่า เวลาคุณเล่นไปซักพัก กลิ่นของสองเกมนี้จะวิ่งมาเตะหน้าเราอย่างแรงนั่นก็คือ BIOSHOCK และ HALF LIFE ซึ่งก็ไม่แปลกใจเท่าไรเพราะว่า ผู้พัฒนาเกมนี่อย่าง Arkane เคยพัฒนา BIOSHOCK 2 มาก่อนด้วยนั่นเอง จึงเหมือนว่าจะขาดความเป็นต้นฉบับไปนิดนึง

มองผ่านๆนี่ BIOSHOCK รึเปล่า

วิธีการบอกเล่าเรื่องนั่นจะบอกผ่านมุมมองบุคคลที่ 1 ทั้งหมด ซึ่งแน่นอนอินครับ เสียงบทสนทนาต่างๆ ลื่นไหลไม่สะดุด ไม่แข็ง ถ้าหากใครอยากจะอินเกมนี้แบบสุดๆ แล้วล่ะก็ ทักษะภาษาอังกฤษก็คงเข้ามามีบทบาทเยอะเลยเพราะว่า เกมนี้ในบาง Quest ไม่มีจุด Marker ต้องอาศัยเราอ่านเอาเอง ซึ่งถามผมแบบนี้สนุกดี แต่สำหรับคนที่ภาษาไม่ค่อยแข็งแรงอาจจะไม่อินเท่าไร (พึ่งบทสรุปโลด)

ระบบการเล่นและการควบคุม 9.0/10

การควบคุมและการยิงกันในเกมนี้นั้นทำออกมาได้ดี เรียกว่าถ้าใครเคยเล่น BIOSHOCK มาก่อนละก็ตอนมาจับเกม PREY นี้ก็จะได้ฟิวแบบนั้นไปด้วยเลย การเดินกระโดดก็ตามปกติทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้เกมนี้น่าสนใจนั่นก็คือ เราสามารถเลือกวิธีการเล่นเกมนี้ได้ตามใจเรา โดยเน้นไปทางทักษะแบบมนุษย์ (Hacker แบกของหนัก สร้างของ) หรือแบบเอเลี่ยน เราจะเลือกแบบไหนก็เอากันตามแต่ที่ชอบเลย ซึ่งการเลือกอัพพลังต่างๆ มีผลกับเนื้อเรื่องด้วยน่ะครับ

นี่ไงครับ สกิลอย่างเยอะ

สำหรับศัตรูในเกมออกแบบมาได้ดี อาจจะดูไม่ค่อยหลากหลายเท่าไร แต่ความสามารถของแต่ละตัวนั้นแสบทีเดียว ยกตัวอย่างพวก Mimic ที่สามารถแปลกกายเป็นวัตถุในฉากอะไรก็ได้ แถมเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้ด้วย เลยทำให้มีฉากที่สะดุ้งตกใจอยู่บ่อยทีเดียว

“ความสามารถของศัตรูแต่ละตัวนั้นแสบทีเดียว”

AI ศัตรูเกมนี้ไม่ถือว่าฉลาดมากเท่าไร ขอเรียกว่าโกง Stat ดีกว่า เพราะมันมักจะเก่งมากและอึดมาก ซึ่งทำให้เราต้องมีการวางแผนล่วงหน้าก่อนเข้าไปฉะกับมันนิดนึง แต่ AI เองก็ฉลาดพอที่จะไล่หาในจุดที่มันสงสัย ซึ่งบางทีก็ไม่รู้ว่ามันรู้ได้ไงฟะ

สู้ยากนัก อะ เรามีตัวช่วย

ส่วนพวกอาวุธนั้นก็มีมาให้เลือกสรรมากมาย แต่อาจจะไม่ได้เยอะสะใจเหมือนเกมอื่นๆ เค้า แต่ถ้านับกันที่พลังต่างๆด้วยละก็ บางทีก็ลืมปืนกันไปเหมือนกัน เวลาที่สามารถใช้กับเกมนี้จะมีราวๆ 25-30 ชม. (ผมว่าเกินถ้าเล่นตามปกติ หาของทำเควสย่อยอะไรงี้)

Level Design ฉากออกแบบมาได้ดีมาก คือถึงแม้จะเล่นเป็นฉากๆ ไป แต่กลับทำให้ผมรู้สึกว่าเหมือนกำลังเล่นเกม Open World เลยทีเดียว คือออกแบบฉากและรายละเอียดต่างๆ ออกมาได้ดีมาก และเราสามารถย้อนกลับไปฉากเก่าๆ ได้ตลอดเวลา

และเรื่องกราฟฟิคคงไม่ต้องพูดถึงเพราะเกมนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเกมเลยนะครับที่มีกราฟฟิกที่สวยงามมาก ไม่ว่าจะเป็นภาพของ PC PS4 XBOX สวยงามทั้งนั้น bug ที่เป็นทางด้านกราฟฟิก ยังไม่พบแต่อย่างใด

สวยเลยและกราฟฟิกของเกมนี้

เสียง  8.0/10

เสียงทำออกมาได้อลังการดี เพลงที่ใช้ประกอบให้ความรู้สึกและอารมณ์เข้ากับฉากได้ดี แต่…………….. เสียอย่างเดียวคือเรื่องความดัง เดี๋ยวดังเดี๋ยวค่อย บางทีเสียงพูดอยู่ๆ ก็เบาไปซะอย่างงั้น บางทีแอบรำคาญเลย ซึ่งก็แอบเห็น Reviewer ฝรั่งเค้าบ่นเหมือนกัน แต่ต้องบอกก่อนว่าอันนี้มันไม่ได้เป็นตลอดนะครับ เป็นเป็นจุดๆ ไป นอกจากเรื่องความดังแล้ว เสียงส่วนที่เหลือถือว่าดีเลยทีเดียวครับ

สรุป 8.5/10

และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเกมที่ถือได้ว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงอีกครั้งในรอบปีนี้ ด้วยเนื้อเรื่องที่ฉลาดหลักแหลม กราฟฟิกที่สวยงาม การออกแบบดีไซน์ฉากต่างๆ ที่ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม แต่สิ่งที่ยังทำให้เกมนี้ไม่ได้คะแนนสูงไปมากกว่านี้นั่นก็คือ เรื่องเสียงที่เดี๋ยวดังเดี๋ยวเบา (ค่อนข้างน่ารำคาญ) และช่วงหลังของเกมรู้สึกว่าการต่อสู้ออกจำเจไปนิดนึง ถ้าหากว่าทาง Arkane Studio นั้นสามารถนำเสนออะไรที่เป็นต้นฉบับได้มากกว่านี้ก็คงจะได้คะแนนเต็มกันไปเลยละครับ

Facebook Comments