[REVIEW] RAZER BASILISK+BLACKWIDOW+FIREFLY คอมโบแฮปปี้มีล ทลวงกระเป๋าตังค์เกมเมอร์!!

Gaming Gears หรืออุปกรณ์เพื่อการเล่นเกมอย่างเม้าส์, คียบอร์ด หรือแผ่นรองเม้าส์นั้นเรียกว่าเป็นของอย่างแรกๆที่เกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์ควรมีไว้ในครอบครอง และวันนี้เป็นโอกาสดีที่ทาง GAMING ROOM ก็ได้ Gears เหล่านี้มาไว้ในครอบครองแล้ว จึงอยากจะมารีวิวความรู้สึกหลังได้ลองใช้ เม้าส์ RAZER BASILISK, KEYBOARD RAZER BLACKWIDOW(ULTIMATE) และแผ่นรองเม้าส์ RAZER FIREFLY เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกซื้อสำหรับคนที่กำลังไม่แน่ใจว่าจะได้สินค้าเกมมิ่งคุณภาพคุ้มค่าเม็ดเงินที่เสียไปหรือไม่ครับ

RAZER BASILISK – โฉบเฉี่ยวโดนใจ ทนทานทะมัดทะแมง

เม้าส์ตัวนี้รูปทรงเมื่อเทียบกันกับเม้าส์ของ RAZER ตัวอื่นแล้วอาจดูเรียบๆกว่า ทว่าจากการใช้งานของผมกับเกม FPS อย่าง CS:GO/OVERWATCH ที่เม้าส์ตัวนี้สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ พบว่าใช้งานสะดวกมาก ตัวเซ็นเซอร์ค่อนข้างนิ่ง และด้วยขนาดของเม้าส์ที่กระชับมือทำให้สบายมือกับการเล่นเกมนานๆ นอกจากนี้ฟีเจอร์สำคัญของตัว BASILISK คือตัว TRIGGER ข้างเม้าส์ที่เมื่อเรากดค้างจะเป็นการลด Dpi ลงชั่วคราว เหมาะมากสำหรับเวลาเราเล็งปืน SNIPER หรือทำอะไรที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง เมื่อเราปล่อย TRIGGER ค่า Dpi ก็จะกลับมาเหมือนเดิม เหมาะมากสำหรับคนที่ไม่อยากกดปุ่มเปลี่ยน Dpi กลางสนามรบครับ ทั้งนี้สำหรับคนที่ไม่ชอบให้มีอะไรมาเกะกะนิ้วก็ สามารถถอดตัว TRIGGER นี้ได้ง่ายๆเพียงแค่ดึงออกครับ (เพราะยึดด้วยแม่เหล็ก) โดย RAZER ก็ได้แถม Trigger มา 3 แบบด้วยกันคือ แบบยาว, แบบสั้น และแบบเรียบ สำหรับคนไม่อยากติด Trigger ก็ใช้อันเรียบนี้อุดรูเลยครับ

อีกระบบหนึ่งที่เม้าส์ตัวนี้มีก็คือ ตัวลูกกลิ้ง Scroll สามารถปรับความหนืดว่าจะเหนียวเหมือนกาวไปจนถึงลื่นเหมือนรถเบรกแตกก็แล้วแต่ความชอบครับ ทั้งนี้จากการให้ทีมงาน GAMING ROOM หลายๆคนลองใช้พบว่า ลูกลื่นกลางเม้าส์ที่ค่อนข้างมีขนาดใหญ่หลายคนอาจรู้สึกไม่เหมาะมือและตัวผิวของ Scroll ที่ออกแบบมาให้มีความหยาบเวลาสัมผัส ถ้าชอบก็ชอบเลย ไม่ชอบก็อาจมีเคืองๆครับสำหรับตัวลูกกลิ้งนี้

RAZER BASILISK สนนราคาที่ราวๆ 2,000+ บาทครับ

RAZER FIREFLY – ผิวลื่น พื้นที่กว้าง สนามรบของเหล่าเกมเมอร์

มันคือ MOUSEMAT หรือก็แผ่นรองเม้าส์ที่ละครับ ผมเองตอนได้มาก็แปลกใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมแผ่นรองเม้าส์ถึงต้องมี USB ติดมาด้วย แถมด้วยการที่ตัวแผ่นรองเป็นแผ่นแข็ง ไม่แปลกใจเลยว่าตอนแรกผมยังคิดว่าที่เป็น DrawPad สำหรับเม้าส์ปากกาซะงั้น

ซึ่งเอาตรงๆการที่แผ่นรองเม้าส์แข็งนั้นก็อาจเป็นของชอบของเกมเมอร์หลายคน ใครไม่ชอบก็อาจรู้สึกแปลกๆหน่อย ส่วน USB นั้นก็เสียบเพื่อให้มีไฟวิบวับๆเวลาเล่นเป็นกิมมิคสวยๆอย่างหนึ่งครับที่ส่วนตัวผมรู้สึกว่ามันเยอะเกินไปหน่อยสำหรับแผ่นรองเม้าส์ ที่ต้องมีสายนู่นนี่เพิ่มเข้ามาครับ และด้วยความที่ตัว FIREFLY เป็นแผ่นรองเม้าส์ที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ เกมเมอร์ที่มีโต๊ะคอมฯพื้นที่ไม่กว้างมากอาจมีปัญหาในการหามุมวางครับ เลิกคิดได้เลยที่จะวางคีย์บอร์ดทับเพราะด้วยความหนาของ MOUSEMAT ทำให้คีย์บอร์ดเอียงแน่นอน ยิ่งมีสายพ่วงมาอีกยิ่งแล้วใหญ่เลย

RAZER FIREFLY สนนราคาที่ 2,300+ บาท ราคาค่อนข้างสูงสำหรับแผ่นรองเม้าส์ติดหลอดนีออน

RAZER BLACKWIDOW – นุ่มลึกแบบพอดี สูงเหมาะมือไม่ต้องใช้ขาตั้ง

BLACKWIDOW เป็นคีย์บอร์ด MECHANICAL ที่จากการทดสอบเล่นเกมดูแล้วทีมงาน GAMING ROOM ร้อยทั้งร้อยชอบมาก ด้วยความที่ปุ่มกดมีผิวสัมผิสดี, กดง่าย และไม่ลึกมาก การกดแต่ละครั้งดูมีน้ำหนักด้วย RAZER GREEN SWITCH และด้วยการออกแบบที่เรียงความชันของตัวแป้นปุ่มแต่ละแถวมาอย่างดี ทำให้ตลอดการเล่นแทบไม่ต้องพึ่งขาตั้ง(ที่มีให้มา)เลยครับ แต่ถ้าชอบสูงๆกว่านี้จะดึงขาตั้งมาก็ได้ครับ ทั้งนี้ผมพูดถึงคีย์บอร์ด MECHANICAL แน่นอนว่า “เสียง” ย่อมเป็นของตามมา โดยเฉพาะเกมเมอร์ที่เล่นในห้องสาธารณะหรือกลางบ้าน สมาชิกในบ้าน(รวมถึงผู้เล่นเองด้วย) อาจรู้สึกหนวกหูเพราะเสียงการรัวปุ่มครับ จะซื้อตัวนี้หรือคีย์บอร์ด MECHANICAL ใดๆก็ปรึกษาคนรอบตัวและตัวเองก่อนนะครับ ว่ารับมือกับเสียงไหวไหม

อีกเรีื่องที่อยากพูดเกี่ยวกับตัว คีย์บอร์ดนี้คือมันกันน้ำครับ เอาจริงๆเวลาเล่นเกมผมไม่แนะนำอย่างยิ่งให้เอาพวกอาหารหรืออะไรไปกินไปเล่นไป แต่อุบัติเหตุก็มีกันได้ การที่คีย์บอร์ดนี้กันน้ำก็ถือเป็นฟีเจอร์หนึ่งที่ดีครับ นอกจากนั้นระบบแสงไฟอะไรบนตัวบอร์ดก็ยังมีครบสมกับเป็นคียบอร์ดเกมมิ่ง ทั้งนี้ยังขาดปุ่มสำหรับจัด MACRO และปุ่มปรับ VOLUMN หรือปุ่ม Config ต่างๆ ซึ่งแม้ว่าจะทำให้ตัวบอร์ดดูกระทัดรัดขึ้น แต่เกมเมอร์ที่ชอบใช้ปุ่มพวกนี้เป็นประจำอาจรู้สึกลำบากนิดหน่อยครับ

RAZER BLACKWIDOW ULTIMATE สนนราคาที่ 3,400+ บาทครับ

ครบทั้ง 3 ตัวแล้วสำหรับ GAMING GEAR โดย RAZER มีอุปกรณ์ชิ้นไหนโดนตาเกมเมอร์หรือเปล่าครับ? ทั้งนี้ต้องขอเตือนอีกเรื่องหนึ่งคือ “ราคา” ของอุปกรณ์เหล่านี้ที่ค่อนข้างมีราคาสูง ซึ่งก็เป็นไปตามคุณภาพของสินค้าที่ดีตาม แต่ก็ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมบางประเภท และความซีเรียสในการเล่นเกมของเกมเมอร์คนนั้นๆเช่นกัน หากคุณเป็นเกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์หรือชอบเล่นเกมแนว Competitive เป็นชีวิต อุปกรณ์ที่กล่าวมาก็เหมาะกับคุณแต่ถ้าเป็นสไตล์ที่เล่นเกมเพื่อความสนุกหรือเล่นเกมแนวที่ไม่ต้องการฟีเจอร์โหดๆเหล่านี้ หากซื้อมาคุณก็อาจใช้ประสิทธิภาพของอุปกรณ์เหล่านี้ได้ไม่คุ้มเม็ดเงินที่เสียไปครับ

Facebook Comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here