[REVIEW]STIFLED ไม่อยากตาย…อย่าหยุดพูด!!!

สำหรับเกมเมอร์สาย HORROR ที่มีเครื่อง VR คงอยากสัมผัสเกมผีที่มีอะไรใหม่ๆมากกว่าแค่ JUMPSCARE ถือว่าเป็นจังหวะเหมาะเลย เพราะวันนี้ผมอยากจะมาแนะนำเกมผี VR เล็กๆแต่น่าสนใจอย่าง STIFLED ครับ

PLOT

พล๊อตเรื่องของเกมจะเริ่มจากเราในฐานะว่าที่คุณพ่อมือใหม่ กับครอบครัวแสนสุขที่ภรรยาของเรากำลังจะมีลูกในไม่ช้านี้ แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่เราประสบอุบัติเหตุใกล้ๆกับริมป่าที่มืดมิด เราก็จำเป็นต้องเดินเป็นคนตาบอดใช้ความสามารถ ECHOLOCATION ดำทางไปจนเจอถ้ำแห่งหนึ่ง และที่นั่นเราก็ต้องเผชิญหน้ากับบางสิ่งที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืด พร้อมทั้งหาทางเอาตัวรอดไปให้ได้

GAMEPLAY

STIFLED จะมีลักษณะเป็นเกมผีแนววิ่งไล่จับแบบเดียวกับเกมอย่าง OUTLAST ครับ ตัวละครของเราไม่มีทักษะในการต่อสู้แม้แต่นิดเดียว ผีเข้าถึงตัวเมื่อไรคือกลับจุดเซฟทันที ในเกมเราจึงมีเพียงก้อนหินและสิ่งของริมทางที่ให้เราหยิบฉวยเพื่อโยนหลอกล่อผีและ “สร้างคลื่นสะท้อน” ครับ

ไฮไลต์อย่างหนึ่งของเกม STFILED คือเราจะต้องเล่นซ่อนหากับพวกผีนี้ในแวดล้อมที่มืดสนิท มีเพียงการใช้คลื่นสะท้อนหรือ ECHOLOCATION ที่พวกสัตว์หากินกลางคืนจำพวกค้างคาว หรือที่เรามักเห็นคนตาบอดทำเสียงเคาะลิ้นคลิกๆระหว่างกำลังเดินก็นั่นละครับ การสะท้อนของเสียงนั้นสามารถทำได้ 3 วิธีใหญ่ๆคือการพูดผ่านไมค์ ที่ยิ่งดังเสียงยิ่งไปไกลและสะท้อนกลับมาดังให้เราสามารถเห็นโครงสร้างของพื้นที่รอบๆตัวเราได้ไกลขึ้น, ให้การหยิบของข้างทางแล้วขว้างออกไป ถ้าโดนพวกวัตถุจำพวกโลหะหรือตกลงน้ำก็จะยิ่งดังครับ และวิธีสุดท้ายสำหรับคนขี้เกียจพูดตลอดเกมก็คือการกดปุ่ม R2 ที่ถ้ากดค้างนานก็ยิ่งดัง แต่ใช่ว่าสร้างเสียงดังๆแล้วจะดี เพราะนั่นหมายถึงว่าเหล่าผีก็จะได้ยินเรา และวิ่งไล่กวดเช่นกัน แต่ถ้าไม่สร้างเสียงเลย ก็หลงทางในวงกตกับจอดำๆนั่นแหละครับ

เหล่าผีในเกมก็มีความหลากหลาย และต้องมีวิธีการจัดการกับมันแตกต่างออกไป หากใครเล่นเดโมคงเคยเห็นผีตัวแรกที่มีลักษณะเป็นทารกยักษ์ ผีตัวนี้จะง่ายหน่อยตรงที่จะเดินไปๆมาๆในระยะแคบๆและไม่ค่อยจะขยันหาเราเท่าไรนัก สามารถล่อได้ด้วยการเขวี้ยงของไปทางตรงข้ามกับที่เราจะเดินไป ล่อมันให้ไปห่างๆได้ แต่ผีตัวต่อๆไปนั้นจะยากและซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ล่องหนได้ จนถึงผีที่วิ่งอยู่ในน้ำเป็นชาละวัน ขาลงน้ำเมื่อไรตายเมื่อนั้น ที่เราก็ต้องลองปรับตัวครับ

ความยาวในการเล่นนั้นค่อนข้างขึ้นอยู่กับความใจกล้าของผู้เล่นเป็นหลัก หากคนใจแข็งกล้าเดินไวๆก็สามารถผ่านด่านไปได้ไว แต่ถ้าใครเป็นแบบผมที่คลานต่ำตลอดการเล่น ก็จะผ่านด่านได้ช้าหน่อย โดยคร่าวๆ STIFLED มีระยะการเล่นสั้นที่ราวๆ 3-5 ชั่วโมงครับ

ATMOSPHERE

ด้วยความที่เกมนั้นสภาพรอบตัวเรามืดสนิท ดังนั้นบอกกันตรงๆเลยคือ “ผมไม่รู้ครับ” ว่ารอบตัวผมนั้นเป็นยังไง ยกเว้นบางฉากที่เป็นการเล่าเรื่องที่ดำเนินในฉากสว่าง ตลอดการเล่นซ่อนหากับผีนั้นความมืดและลายเส้นขาวดำ จึงเป็นภาพที่เกมเมอร์จะเห็นตลอดทั้งเกมนี้ครับ ทั้งที่ตัวลายเส้นที่มาจากการสะท้อนของเสียงก็มี DETAIL ที่ละเอียดในระดับหนึ่งช่วยให้เรารู้ว่าอะไรคืออะไรครับ

HORROR LEVEL

สำหรับเกมนี้ส่วนที่น่ากลัวที่สุดสำหรับผมคือ “ความมืด” มากกว่าตัวผีเอง ส่วนหนึ่งก็มาจากว่าหากเราไม่สร้างเสียงก็มองไม่เห็น สร้างเบาไปก็เห็นไกลไม่ถึงมือเอื้อม สร้างดังไปผีก็หาเจอ ความมืดในเกมนี้คือสิ่งที่ท้าทาย และทำให้ผมกดดันเป็นอย่างมากครับ อีกเรื่องหนึ่งก็คือ “ความเงียบ” ในเกมที่บางจังหวะก็เงียบมากจนผมก็ขนลุกอย่างไม่มีสาเหตุอยู่บ่อยๆครับ

ทั้งนี้ตัวผีนั้นดีไซน์ไม่ได้น่ากลัว น่าสยองอะไรมาก อาจเพราะด้วยความที่ตลอดเกมเราจะเห็นเป็นลายเส้นแดงๆ เลยรู้สึกไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไร แม้ฉากถูกกวดจะสร้างความระทึกได้บ้าง แต่จะอยู่ในอารมณ์ลนมากกว่าความกลัวครับ

CONCLUSION

STIFLED คือเกมผีที่มีไอเดียเกมเพลย์แปลกใหม่ที่ผมพึ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก เกมผีก่อนหน้านี้ผมเล่นโดยอาศัย “สายตา” มากเกินไป การที่เกมนี้ขโมยสายตาไปจากผู้เล่น แล้วบังคับให้เราเล่นเหมือนคนตาบอดอาศัยเพียง “เสียง” ตลอดทั้งเกมนั้น ช่วยสร้างความกดดัน และความหลอนอย่างที่ผมไม่เคยรู้สึกมาก่อนครับ

Facebook Comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here