[Review] The Crew 2 : มหกรรมแรลลี่ยำใหญ่รถ เรือ เครื่องบินซิ่งข้ามอเมริกา

The Crew ภาคแรกเรารับบทเป็นคนขับรถจับฉ่าย ในพล๊อตเรื่องหักเหลี่ยมล่าล้างแค้นตามสไตล์หนังทริลเลอร์อเมริกัน ทว่าด้วยเสียงพากษ์กับการวางเนื้อเรื่องที่ “ยังอ่อน” อยู่ทำให้ The Crew ภาคแรกนั้นไม่สดใหม่และสนุกเท่าที่ควร มาใน The Crew 2 เกมได้ปรับปรุงในหลายๆเรื่องทั้งเกมเพลย์และการดำเนินเรื่อง ซึ่งผลลัพธ์นั้นก็ถือว่าพัฒนาไปทางที่ดีทีเดียว

“เราเลือกจะขับรถ, ขับเรือ, ขับเครืองบิน, มอเตอร์ไซค์วิบากหรือแม้แต่รถกระบะก็ยังได้”

เปลี่ยนเป็นแรลลี่แทนภาคนี้

Story

The Crew 2 เรารับบทเป็นนักแข่งพาหนะในงานแข่งแรลลี่ระดับประเทศ ที่นักแข่งเท้าไฟจากทั่วอเมริกาจะมาแข่งขันชิงความเป็นหนึ่งและชื่อเสียงกันในสมรภูมิความเร็วทั่วประเทศ ที่ผมบอกว่าเราขับ “พาหนะ” แทนที่นักแข่งรถนั้นเพราะในภาคนี้เราไม่ได้แค่ซิ่งรถอย่างเดียว แต่สามารถขับทุกอย่างที่กินน้ำมันเป็นอาหารตั้งแต่ การแข่งเรือยนต์, เครื่องบินใบพัด, รถแข่ง, มอเตอร์ไซค์ หรือแม้แต่รถปิ๊กอัพ ที่เราสามารถเลือกสับเปลี่ยนไปเล่นพาหนะไหนก็ได้ตามความชอบของเราในสนามแข่งที่กระจายไปทั่วอเมริกา ตั้งแต่ลานแข่งรถหมู่บ้าน, ป่าเขา, ถนนในเมือง ไปจนถึงริมหาดแปซิฟิคก็มีให้เราได้เล่นกัน ยิ่งเมืองใหญ่ๆหรือสถานที่สำคัญๆ, Landmark ดังๆ ก็มีการสร้างมาอย่างงดงามทำให้เรารู้สึกว่าแต่ละมลรัฐที่เราไปแข่งนั้นมีความแตกต่างทางภูมิศาสตร์ครับ

ชนแตกไม่กลัว ผู้จัดงานจ่ายให้

Gameplay

การควบคุมพาหนะใน The Crew 2 หากเทียบกับเกมแข่งรถอื่นๆแล้วมีความเป็นอาเขตและค่อนข้าง Casual กว่า พาหนะแต่ละอย่างจะมีการควบคุมที่แตกต่างกันเล็กน้อย เช่น เครื่องบินจะมีหักเลี้ยวซ้าย-ขวาโดยการกดปุ่ม R1 L1, เรือจะมีการดันปุ่ม Analog ซ้ายไปด้านหลังเพื่อเพิ่มความเร็วนอกเหนือจากการกด Nitrus และ Accelerate (R2) ส่วนรถยนต์ก็จะมีปุ่ม Handbrake ทำนองนี้ครับ

มีพาหนะให้เลือกหลากหลาย

ในเกมนี้ภารกิจหลักๆก็คือการแข่งกับนักแข่งคนอื่นๆและชิงอันดับที่หนึ่งในการแข่งนั้นมาให้ได้ เมื่อแข่งจบเราจะได้ EXP ในรูปแบบของ Follower หรือผู้ติดตามเราในการถ่ายทอดสดการแข่งแรลลี่ทั่วประเทศนี้ ซึ่งยิ่งผู้ติดตามเยอะเราก็จะสามารถปลดล๊อคสนามแข่งหรือพาหนะใหม่ๆได้ กับเงินที่ก็ตรงตามตัวคือเอาไว้ซื้ออุปกรณ์มาโมฯพาหนะโปรดของเรา อีกเรื่องหนึ่งคือหากเราแข่งได้อันดันต้นๆเมื่อจบด่านเราจะได้รับ “กล่องของขวัญ” ก็คือกล่องกาชานี่ละครับสุ่มรับไอเทมต่างๆในเกมขึ้นกับความหายากของกล่องที่เราได้มา

“สถานที่แข่งจะกระจายไปทั่วประเทศ ที่ภูมิศาสตร์แตกต่างกันไป”

แผนที่สถานแข่งภาคนี้

Openworld Racing

ตัวเกมยังคงมีความเป็น Open World ตามสไตล์เกมค่าย Ubisoft เมื่อเราแข่งจบเราจะเข้าสู่โหมด Free-roam ที่ให้เราขับรถ, ติดปีก, ซิ่งเรือชมวิวตะลอนไปทั่วอเมริกาตามสบาย โดยภารกิจและงานแข่งจะกระจายตามแผนที่ที่เราจะขับไปหรือจะกด Fast Travel จากแผนที่ลักษณะคล้ายๆ Google Map นี้ก็ได้ ภารกิจในเกมจะเชื่อมกับกลุ่ม “Faction” ในเกม 3 กลุ่มหลักๆที่ก็เน้นพาหนะที่ใช้แข่งกับมีเนื้อเรื่องที่แตกต่างกัน แต่หลักๆก็คือพล๊อตเรื่องนักแข่งไร้นามมาแข่งเพื่อสร้างชื่ออะไรทำนองนี้ครับ จะเรียกว่าเรียบง่ายก็ได้ แต่ผมคิดว่ามันก็เข้ากับธีมแรลลี่ของเกมภาคนี้ดี นอกเหนือจากนั้นเพลงประกอบที่เปิดระหว่างเราขับรถหรือแข่งนั้นก็ทำออกมาได้ดี สามารถปรับไปปรับมาได้เรื่อยๆ ซึ่งก็ฟังเพลินๆครับ

ขับเรือ(ซิ่ง)เป็นอะไรที่แปลกใหม่ดี

Conclusion

“เกม Racing เล่นเพลินๆเหมาะสำหรับคนอยากลองอะไรใหม่ๆ”

โดยสรุป The Crew 2 คือเกมที่เล่นเพลินได้สนุกอาจมีติดเรื่องที่เกมบังคับต่ออินเตอร์เน็ตตลอดเวลาที่อาจลำบากเล็กน้อย นี่คือหนึ่งเกมที่เล่นได้ไม่ยาก เข้าใจง่าย และเหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่ชอบเล่นเกมแนวแข่งรถอยู่แล้ว หรือแม้แต่คนที่ไม่เคยเล่นเกมแนวนี้แล้วอยากลองหาเกมแข่งรถที่ให้อะไรมากกว่าขับรถมาลองเล่นดูครับ

Facebook Comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here