เกร็ดความรู้เกม Part 2 : NICOLA TESLA เจ้าพ่อเทคโนฯไฟฟ้าคู่วงการเกม

“นิโคล่า เทสล่า” ชื่อนี้ถ้าพูดไปเชื่อว่าหลายคนโดยเฉพาะเด็กสายวิทย์ หรือแม้แต่เกมเมอร์คงรู้จักเป็นอย่างดี เพราะชายคนนี้คือบุคคลที่ถูกขนานนามว่า “บิดาแห่งไฟฟ้า” ผู้มีบุญคุณต่อเราๆในยุคศตวรรษที่ 21 เป็นอย่างมาก ทั้งในวงการวิทยาศาสตร์, การทหาร และวงการเกม…เกี่ยวกันได้ยังไงเราไปดูกันเลยครับ

นิโคล่า เทสล่าเป็นชาวอเมริกัน-เซอเบีย เกิดในช่วงปี 1856 และเสียชีวิตในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปี 1943 ด้วยโรคชรา เทสล่าได้รับการขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะผู้ปราดเปรื่อง, นักประดิษฐ์, นักฟิสิกข์, นักคิดหัวก้าวหน้า ผลงานหลักๆของเขาจะเน้นที่ “พลังงานไฟฟ้า” เป็นหลัก และเทสล่าก็คือคนแรกๆที่มีส่วนในการพัฒนาไฟฟ้าแบบ ALTERNATING CURRENT(AC) หรือไฟฟ้ากระแสสลับที่เราใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหลายทั้งปวงในปัจจุบัน ปัจจุบันเทคโนโลยีเทสล่ามักจะใช้เพื่อความเพลินเพลินและเพื่อการเรียนรู้มากกว่า PLASMA GLOBE ของเล่นวิทยาศาสตร์สุดป๊อปปูล่า (ความจริงเทสล่าต้องการทำเป็นเครื่องปั่นไฟ) ที่เราชอบแย่งกันเอามือไปแตะเวลาไปศูนย์วิทยาศาสตร์ท้องฟ้าจำลอง หรืออย่างการนำมาใช้เพื่อการแสดงเช่นวิดีโอนี้ครับ

เทสล่ามักถูกยกขึ้นเป็นตัวละครแบ๊คกราวหรือแม้แต่ตัวละครบทสำคัญๆในเกมหลายต่อหลายเกม ตัวอย่างที่เห็นง่ายที่สุดก็คงจะเป็นเกม COMMAND AND CONQUER : RED ALERT ที่ฝ่ายโซเวียตเน้นใช้เทคโนโลยีไฟฟ้าอย่าง TESLA TANK, TESLA TROOPER หรือหอช๊อตไฟที่น่าจดจำอย่าง TESLA COIL ก็มีแรงบันดาลใจมาจาก TESLA COIL ที่นิโคล่า เทสล่าเคยสร้างไว้จริงๆ เทคโนโลยีเหล่านี้ก็ช่วยให้ฝ่ายโซเวียตสามารถไถหว่าน ไล่กระทืบยึดดินแดนทวีปยุโรปจนเกือบจะทั้งทวีปในพริบตา หากแต่ถูกหยุดยั้งด้วยสิ่งประดิษฐ์ของไอน์ไตน์ในเกมอย่าง PRISM TOWER หรือ PRISM TANK ที่มาช่วยคานกระดานไว้ได้ ทั้งนี้ผลงานสิ่งประดิษฐ์ของเทสล่ายังคงมีปรากฎในเกมอื่นๆในรูปแบบของอาวุธปืนเช่นปืนไฟฟ้าในเกม THE ORDER 1886 หรือในเกม BIOSHOCK INFINITE นั้นตัวสาว ELIZABETH บางทีก็เปิดประตูมิติวาร์ปเอา TESLA COIL (ที่ไม่รู้วาร์ปมาโลกมิติของ RED ALERT หรือเปล่า) มาช๊อตศัตรูรอบๆ แม้กระทั่งเกมสตีมพังค์สร้างเมืองที่ผมเล่นล่าสุดอย่าง FROSTPUNK ก็มีปรากฎเมืองชื่อ TESLA CITY ที่เป็นเมืองสร้างล้อมรอบเสา TESLA COIL ขนาดยักษ์ที่ปล่อยม่านพลังงานไฟฟ้าปกคลุมรอบเมือง ป้องกันเมืองจากอากาศที่หนาวน้ำแข็งเกาะ รวมไปถึงยังเป็นปราการป้องกันทำการช๊อตไฟแรงสูงใส่ผู้บุกรุกด้วย

รถถังช๊อตไฟที่หลายๆคนคุ้นเคย

ไม่ใช่แค่ผลงานของเทสล่าจะถูกนำมาใช้ในเกมอย่างเดียว ตัวเขาเองก็ถูกนำมาพูดถึงหลายครั้งอย่างเกม ASSASSINS CREED ที่ชอบจับเอาหน้าประวัติศาสตร์มาอิงเชื่อมกับเหตุการณ์ในเกมก็มโนให้นิโคล่า เทสล่าเป็นนักวิทยาศาสตร์สังกัดฝ่าย ASSASSIN ต่อสู้ขัดแข้งขากับ “โทมัส เอดิสัน” นักวิทยาศาตร์ที่เกิดในยุคเดียวกันแต่อยู่กับฝ่าย TEMPLAR แถมยังเลยเถิดไปถึงเหตุการณ์ที่เทสล่าใช้หอไฟฟ้า WARDENCLYFFE TOWER ยิงอนุภาค PARTICLE ข้ามโลกเพื่อไปทำลายฐานวิจัยลับของ TEMPLAR ภายใต้แกนนำของเอดิสันเกิดเป็นหลุมอุตกาบาต TUNGUSKA ขนาดมหึมานั่นเอง (สุดยอด คิดได้ไง!)

ภาพเสา Wardenclyffe ในเกมแอสครีดยิงเลเซอร์ได้!!

ประเด็นคือเทสล่ากับเอดิสันนั้นตามประวัติศาสตร์จริงๆแล้วก็เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เกิดในยุคเดียวกัน และก็เคยทำงานร่วมกันด้วยอยู่ช่วงหนึ่ง ทว่าทั้งสองคนนี้กลับแตกต่างกันเหมือนสองด้านของเหรียญ ในขณะที่เอดิสันประสบความสำเร็จในการค้นพบ และสิ่งประดิษฐ์ทั้งหลายจนร่ำรวยและมีชื่อเสียงอำนาจในแวดวงธุรกิจและการเมือง เทสล่ากลับมีบั้นปลายที่แร้นแค้นและจบชีวิตลงด้วยโรคชราภายในที่พักของตัวเอง กว่าองค์กรต่างๆและสาธารณะชนจะมองเห็นถึงความปราดเปรื่องของชายคนนี้ก็นับอีกสิบๆปีหลังจากที่เขาหมดลมหายใจไปแล้ว หนึ่งในแนวคิดที่ได้รับความนิยมที่สุดเกี่ยวกับความตกต่ำของเทสล่านั้นคือความแตกต่างของตัวบุคคลทั้งสอง เอดิสันมีความเป็นนักธุรกิจและมีทักษะการพูด ความรู้ด้านการลงทุน ซื้อขายกิจการและการซื้อสิทธิบัตร(PATENT) ต่างๆมาเป็นของตัวเองในขณะที่เทสล่านั้นมีลักษณะเป็นนักวิทยาศาสตร์สายเพียวเก็บตัวอยู่ในห้องทดลอง ไม่มีความรู้ด้านธุรกิจและไม่ชอบออกมาสังสรรค์บ่อยนัก ทำให้เอดิสันที่ถือว่าเทสล่านั้นเป็นคู่แข่งของตน ใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนนี้ และอำนาจที่ตนมีอยู่ในขณะนั้นขัดแข้งขาเทสล่าอยู่ตลอด นั่นจึงอาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เมื่อเอดิสันเสียชีวิตในปี 1931 เมื่อนิตยสาร THE NEW YORK TIMES ได้ไปสัมภาษณ์บุคคลสำคัญในแวดวงต่างๆรวมถึงแวดวงวิทยาศาสตร์ บทสัมภาษณ์ของเทสล่าเกี่ยวกับเอดิสันคือบทสัมภาษณ์เดียวที่วิจารณ์ถึงตัวเอดิสันในด้านลบ

Mark Twain(กลาง) เพื่อนสนิทของ Tesla(มุมซ้าย) มาเที่ยวชมห้องแล๊ป

คุณสมบัติทั้งหมดของเทสล่าที่กล่าวมานั้นแม้จะถูกนำมาใช้ในการวางเนื้อเรื่องของเกมหลายเกม แต่ทั้งหมดนี้อาจไม่เกิดขึ้นเลยหากเทสล่าขาดลักษณะนิสัยหนึ่งที่ทำให้เขาโดดเด่นกว่านักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ เผลอๆอาจโดดเด่นกว่าไอน์ไตน์ที่เกิดในยุคเดียวกันอีก นั่นคือ “ความเป็นนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง” หรือที่เราเรียกกันว่า MAD SCIENTIST นั่นแหละครับ

ความสติเฟื่องนั่นอาจฟังดูปกติเพราะอัจฉริยะทั้งหลายในประวัติศาสตร์ก็ไม่ใช่คนปกติสามัญกันเท่าไรอยู่แล้ว แต่เทสล่านั้นแตกต่างออกไป เพราะเขาคือคนที่เป็นตัวอย่างของ MAD SCIENTIST ที่ “บ้า” จริงๆตามชื่อครับ เพราะนอกจากการคลุกอยู่ในห้องทดลองเพื่อวิจัยทั้งวันทั้งคืนแล้ว งานเสริมอีกอย่างหนึ่งของเทสล่าก็คือการ “พัฒนาอาวุธ” ด้วยความอยากทำจริงๆ (ไอน์ไตน์กึ่งๆจำใจต้องทำเพราะไม่อยากให้ฝ่ายนาซีได้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ไปก่อน) โดยหนึ่งในคอนเซ็ปโครตพ่ออาวุธ (SUPERWEAPON) ที่เขาออกแบบไว้แล้วคิดจะขายให้กับรัฐบาลสหรัฐในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ถูกสหรัฐเซย์โนไป ไม่ใช่เพราะจริยธรรมแต่เพราะแนวคิดมันระห่ำเกินยุคสมัยไปอย่าง TELEFORCE DEATH RAY ซึ่งทำหน้าที่เป็นอาวุธสำหรับป้องกันทั้งบนบกและอากาศ โดยวางประจำการไว้ตามเขตชายแดน อาวุธนี้มีลักษณะเป็นท่อสุญญากาศ(VACUUM TUBE) ที่สามารถชาร์จพลังงานไฟฟ้ากว่า 1,000,000 โวลต์ (มากกว่าปิกะจู 10 เท่าเลยนะ) แล้วยิงออกมาเป็นลำแสงขนาดใหญ่ เผาศัตรูให้เกรียมเป็นถ่านได้ในพริบตา….ในปัจจุบันอาวุธนี้อาจฟังดูไซไฟหรืออนาคตเกินไปสักหน่อย แต่ในปี 1934 ที่มนุษยชาติยังไม่มีแม้แต่อินเตอร์เน็ตและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกค์ต่างๆก็ยังเป็นแค่ของเล่นราคาแพงสำหรับคนรวย ไอเดียอาวุธของเทสล่าอันนี้ ไม่ว่าเขาจะทำได้หรือไม่ก็ตาม มันดูหลุดโลกเมาฝิ่นมากเกินไปครับ

คอนเซ็ปของ Death Ray ที่เทสล่าคิดขึ้น

ความปราดเปรื่องและสติเฟื่องของเทสล่าทั้งในโลกจริงและในโลกเกมยังมีอีกมากมาย ผมคงยกมาพูดถึงไม่หมด แต่ก็คิดว่าบทความนี้จะทำให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงตัวบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไฟฟ้าคนนี้มากขึ้น แล้วครั้งต่อไปที่เราเจอเทสล่าในเกม เราจะได้ระลึกว่าของเล่นแปลกๆที่เราใช้ในเกมจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่ใช่เพราะนายคนนี้ครับ

อยากดูสองคนนี้ฟาดปากกันเชิญชมคลิปด้านล่างนี้เลย

“You did not steal from me, you stole me from mankind”
– Nicola Tesla, Epic Rap Battle

Facebook Comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here