THE BATTLE FOR THE NET!! : เมื่ออินเตอร์เน็ตถูกคุกคาม ชาวเน็ตจะรวมตัวกันอีกครั้ง!!

นับว่าเป็นกระแสออนไลน์ที่มาแรงมากๆตอนนี้กับประเด็น Net Neutrality ของทางฝั่งอเมริกาซึ่งอันที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรครับเพราะเคยเกิดประเด็นนี้ขึ้นมาก่อนแล้วเมื่อราวๆ ปี 2014 ที่ผ่านมา แต่ทว่าการกลับมาครั้งนี้ก็แน่นอนว่าไม่เป็นที่ชอบใจของชาวอินเตอเน็ตทั้งปวง รวมไปถึงเหล่าเกมเมอร์ด้วย เพราะต้องยอมรับครับว่าเรื่อง Net Neutrality นี้อาจไม่ใช่แค่ปัญหาของชาวอเมริกันเพียงชาติเดียว แต่อาจหมายถึงปัญหาที่ชาวโลกอินเตอร์เน็ตรวมไปถึงชาวไทยเราควรให้ความใส่ใจครับ

หากถามผมว่าชาวอเมริกันตื่นตัวขนาดไหนกับปัญหา Net Neutrality ผมคงบอกว่าตื่นตัวพอๆกับบ้านเราตอนที่รัฐบาลประกาศจะใช้ระบบ Single Gateway น่ะครับ…ใช่ครับ ตอนนี้สถานการณ์เรื่อง Net Neutrality นี้มีผู้ไม่เห็นด้วยกับการกระทำเห็นแก่ได้ของผู้มีอิทธิพล จนเกิดการประท้วง วิจารณ์ และการยื่นจดหมายต่อต้านทั้งโดยตรงและผ่านสื่อออนไลน์คัดค้านการเปลี่ยนแปลงระบบ Net Neutrality อย่างมากมาย

เรื่องที่ผู้เขียนจะอธิบายต่อจากนี้ค่อนข้างยาว ทางผู้เขียนเองก็กลัวผู้อ่านทุกท่านจะหลับซะก่อน ขอจับประเด็นเรื่องนี้สั้นๆละกันว่า
“องค์กร FCC ของอเมริกานำโดยนาย AJIT PAI อดีตทนายความของบริษัทผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต(ISP) รายใหญ่ในอเมริกาอย่าง Verizon กำลังผลักดันนโยบายอนุญาตให้ ISP ครอบครองระบบอินเตอร์เน็ตของอเมริกาโดยสมบูรณ์ บังคับให้ผู้ใช้งานต้องจ่ายเงินค่าผ่านทางเพื่อ “ปลดล๊อค” เพื่อเข้าถึงเว็ปไซต์, ดู Link หรือสิทธิในการเล่นเกมนั้นๆ(ไม่นับค่ารายเดือนหรือ Airtime ที่ต้องจ่ายเพิ่มต่างหาก)”

Q : แล้ว Net Neutrality มันคืออะไรล่ะ?
A : Net Neutrality อธิบายง่ายๆคือ “คอนเท้นต์ทุกอย่างบนอินเตอร์เน็ตจะต้องเท่าเทียมกัน เป็นอิสระ ไม่มีการเลือกปฎิบัติกับใครหรือกลุ่มใดเป็นพิเศษ” เหมือนทางด่วนที่ทุกคนจะไปได้ด้วยความเร็วเท่ากันไม่มี Fast Lane หรือ Slow Lane แต่ทุกอย่างจะเป็น Equal Lane ครับ

Net Neutrality VS นโยบายใหม่ที่ไม่มี Net Neutrality

Q : FCC กับ Ajit Pai คือใคร ทำไมถึงออกนโยบายไม่เอา Net Neutrality?
A : FCC ย่อมาจาก The Federal Communications Commission(คณะกรรมาธิการกลางด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม) เป็นองค์กรเอกชนที่ขึ้นตรงกับรัฐบาลสหรัฐ และประธานใหญ่คนใหม่ของ FCC ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นชายที่ตอนนี้ มีคนเกลียดมากที่สุดบนโลกอินเตอร์เน็ต Ajit Pai ตั้งแต่เขาได้รับตำแหน่งก็พยายามผลักดันนโยบายล้มล้าง Net Neutrality โดยอ้างเหตุผลเรื่องของสิทธิผู้บริโภคและเสรีภาพของอินเตอร์เน็ต

Q : อ้าว? แล้วมันไม่ดียังไงล่ะ? ก็จะปรับให้ดีขึ้นไม่ใช่เหรอ?
A : นั่นคือข้ออ้างสวยหรูครับ เพราะหลังจากที่ FCC ประกาศนโยบายถอด Net Neutrality ออกไปผู้คนในเน็ตก็จับได้ว่าหากไม่มี Net Neutrality จะเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น….

Q : ปัญหาที่ตามมาหลังเอา Net Neutrality ออกคืออะไร?
A : ดังที่ผมยกตัวอย่างทางด่วนไปแล้วในข้างต้น ใจความง่ายๆคือหากล้มความเป็นอิสระของ Net Neutrality และให้ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตหรือ Internet Service Provider “ISP” (ประมาณ TRUE, AIS หรือ 3BB บ้านเรา) มาเป็นเจ้าของและคุมการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตอย่างเต็มที่ ทางด่วนจากที่มีเลนปกติสำหรับทุกคนจะเริ่มมีการแบ่งชั้นวรรณะ ช่องนี้ไวกว่า ช่องนี้ช้ากว่าหรือแม้แต่ปิดการจราจรเลย เช่น ผมพิมพ์ URL เข้าไปหน้าเว็ปพันทิปหรือ Youtube ตามปกติแต่เมื่อโหลดเสร็จกลับเจอหน้าๆหนึ่งขวางไว้ด้วยข้อความว่า
“ขออภัย คุณไม่มีสิทธิในการเข้าถึงระบบฐานข้อมูลนี้ กรุณาซื้อแพ็คเกจรายเดือน X,000 บาท/เดือน เพื่อเข้าชม ขอบคุณที่ใช้บริการของ –บริษัท ISP- ”

และหากใครชอบดูซีรี่ย์หรือหนังออนไลน์ผ่าน Netflix หรือ Amazon ละก็ เสียใจด้วยครับ! เพราะความเร็วจะอืดแบบดูไม่ได้ เนื่องจากผู้ให้บริการ ISP เขาดึงความเร็วไปให้กับเคเบิล TV ที่ ISP เป็นเจ้าของหมด บังคับให้เราต้องเลือกจ่ายเงินดูช่อง TV ที่ ISP เป็นคนจัดให้แทน

นี่แหละครับคือสิ่งที่ชาวอินเตอเน็ตกลัวกัน และพยายามที่จะต่อสู้เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัท ISP ล้มล้าง Net Neutrality ตั้งแต่ปี 2014

Q : ผมเป็นเกมเมอร์ ผมไม่ดูหนัง ไม่เล่นเว็ป มันจะมีผลกระทบอะไรกับผมล่ะ?
A : โดนล้านเปอเซนต์ครับ อย่าลืมว่าที่ตอนนี้เรามีเกมให้เล่นก็เพราะเราใช้บริการผ่านผู้ให้บริการเน็ตอย่าง ISP ดังนั้นหาก ISP เป็นคนครองอินเตอร์เน็ตเราก็อาจจะเห็นสภาพประมาณนี้ตอนเราเล่นเกมครับ
“ขอบคุณที่ใช้บริการอินเตอเน็ตของ –บริษัท ISP- ท่านไม่มีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลของเกม YYY กรุณาซื้อแพ็คเกจเสริมรายเดือน x,000 บาท/เดือน เพื่อรับสิทธิในการเล่นเกมนี้”

Q : แต่เรื่องนี้มันเกิดเฉพาะอเมริกาเท่านั้นนี่? ไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับคนไทยเลย!?
A : ประเทศเราเคยเกิดเหตุการณ์ราวๆนี้มาก่อนอย่าง Single Gateway แล้วครับ แม้สิ่งที่จะเกิดในอเมริกาจะไม่ใช่ Single Gateway แต่ก็มีองค์ประกอบคล้ายๆกัน ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตจะถูกกลุ่มผู้ให้บริการเพียงไม่กี่จ้าวริดรอนสิทธิในการใช้อินเตอร์เน็ตเสรีไป และถ้าเกิดมันถูกผลักดันใช้ในประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกา สักวันใกล้ๆประเทศโลกที่สามก็มีสิทธิที่จะเอาอย่าง เป็นข้ออ้างอย่างดีของบริษัท ISP ที่จะออกตัวสนับสนุนนโยบายนี้

ยังจำมหากาพย์สงครามอินเตอร์เน็ตแห่งสยามได้ไหม?

Q : แต่ FCC เป็นองค์กรขึ้นตรงกับรัฐบาลสหรัฐนะ เขาจะไปเอี่ยวกับบริษัทผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตอย่างพวก ISP ทำไม?
A : นาย Ajit Pai ก่อนมารับตำแหน่งใน FCC เคยทำงานกับ Verizon หนึ่งในบริษัท ISP รายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของอเมริกามาก่อนครับ ไม่คิดว่าแปลกเหรอครับว่าตั้งแต่เขามาดำรงตำแหน่งใน FCC เขาพยายามผลักดันนโยบายล้มล้าง Net Neutrality มาโดยตลอด

Q : แล้วกระแสตอบรับเรื่องการถอด Net Neutrality ในอเมริกาเป็นอย่างไร?
A : ไม่ใช่เฉพาะที่อเมริกาเท่านั้นครับ นี่เป็นปรากฎการณ์ที่ครอบคลุมไปทั่วโลก เพียงแค่อาจยังมาไม่ถึงประเทศไทยหรือ ด้วยช่วงนี้กระแสดราม่าค่อนข้างเยอะ คนไทยเลยอาจมองข้ามไป แต่มีการประกาศตัวไม่ยอมรับนโยบายของ FCC แทบจะทุกที่ครับ ตั้งแต่ Facebook, Microsoft, Google, Twitter, Kickstarter, AirBnb ก็ออกตัวไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้, บอร์ดโซเซียลที่ใหญ่ที่สุดในโลกออนไลน์อย่าง Reddit ก็มีการแปะกระทู้รณรงค์ต่อต้านการถอด Net Neutrality แทบทุก Subreddit(บอร์ดย่อย) ตั้งแต่บอร์ดหนัง, บอร์ดการ์ตูน, บอร์ดวิดีโอ เกม กระทั่งบอร์ดที่ไม่น่าเกี่ยวอย่างบอร์ดกลุ่มคนเพาะกายยังมาร่วมวงด้วย

และหากตอนนี้เราไป Search คำว่า Net Neutrality ใน Youtube จะพบวิดีโอของเหล่า Youtuber ทั้งหลายที่ออกตัวไม่ยอมรับแนวทางของ FCC อาทิ Markplier, Boogie2988, Philip DeFranco, College Humor แม้กระทั่งช่องข่าวแซะแหลกอย่าง John Oliver ก็ออกตัวยืนข้างเดียวกับชาวเน็ต และอื่นๆอีกมากมาย นี่ยังไม่นับพวกวิดีโออธิบายหรือพวก Meme ต่างๆที่ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดนะครับ

Q : กระแสต่อต้านแรงขนาดนี้ ทำไม FCC ยังคงเดินหน้าต่อล่ะ?
A : นาย Ajit Pai ได้ให้สัมภาสษณ์เรื่องนี้ครับ และหลักๆเลยคือเขาบอกว่าเขา “ไม่แคร์” กระแสต่อต้านใดๆทั้งสิ้นและเดินหน้าผลักดันนโยบายถอด Net Neutrality ต่อไป เขายังบอกอีกว่า เขายอมรับในเสียงของประชาชน “ต่อเมื่อเสียงเหล่านั้นเห็นด้วยกับเขา” (Pai likes public opinion—when it agrees with him) และจดหมายต่อต้านกว่าล้านฉบับและอีกมากมายที่ถูกส่งมาเรื่อยๆนั้นไม่ต่างอะไรไปกว่า “Mail ขยะ” อยากรู้เพิ่มเติมไปดูใน LINK เลยครับ

ด้วยความที่ทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน ข้าต้องการ ข้าจะทำให้ได้ของนาย Ajit Pai โดยไม่สนเสียงตอบรับของประชาชนชาวอเมริกัน ทำให้กระแสต่อต้านยิ่งรุนแรงขึ้นกลายเป็นความเกลียดชังต่อตัวนาย Ajit Pai, FCC รวมไปถึงคณะรัฐบาลของสหรัฐนำโดยนาย Donald Trump (ซึ่งเป็นคนแต่งตั้งให้ Pai มารับหน้าที่ที่ FCC) ที่เรตติ้งก็ไม่ค่อยดีอยู่แล้วด้วย ล่าสุดก็มีการรวบรวมรายชื่อยื่นขอถอดถอนนาย Ajit Pai เป็นที่เรียบร้อยซึ่งตั้งแต่มีการเปิดให้ออกเสียง ก็มีคนเข้ามาลงชื่ออย่างอุ่นหนาฝาคั่ง(แต่อีตา Pai คงไม่รู้ร้อนอะไรหรอก ด้านขนาดนั้น!!)

ทั้งนี้จะมีมติการออกเสียงว่าจะอนุมัตินโยบายนี้ในวันที่ 15 ธันวาคม ก็เป็นสถานการณ์ที่รอการปะทุได้ทุกเมื่อไม่ว่านโยบายนี้จะผ่านความเห็นชอบหรือไม่ก็ตาม ก็สร้างความเสียหายแก่พรรครัฐบาลนำโดยนาย Trump และศรัทธาของชาวอเมริกันต่อระบบการปกครองของสหรัฐที่อำนาจการตัดสินใจชะตาของประชาชนอยู่ในมือของกลุ่มคนที่ต้องการหาเงินในกระเป๋าตัวเองไม่กี่คน ไม่สนใจเลยว่าการกระทำนั้นจะทำให้ประชาชนหลายคนที่วันๆก็แทบมีอันจะกินต้องลำบากไปอีก และถึงแม้ชาวไทยอย่างเราจะไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไร ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพวกเราชาวเน็ตทุกคน เป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะบอกต่อ แชร์เรื่องนี้ให้รู้ถึงกัน เพื่อที่จะปกป้องสิ่งที่เป็นของๆเรา ปกป้องอินเตอร์เน็ตให้คงอยู่อิสระต่อไป ไม่ตกอยู่ในเงื้อมมือเหล่ามารหิวเงินที่จะมาทำลายบ้านแห่งที่สองที่เรียกว่า “อินเตอร์เน็ต” ของพวกเรา จับคีย์บอร์ดแล้วสู้ไปด้วยกัน! BATTLE FOR THE NET!!

Facebook Comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here