การเลือก Mechanical Keyboard ฉบับเข้าใจง่าย (เกมเมอร์อ่านได้ คนทำงานอ่านดี)

เบื่อไหมจากปัญหาการใช้งานคีย์บอร์ด ประเภทปุ่มฝืด กดติดบ้างไม่ติดบ้าง หรือปัญหาด้านสัมผัสที่ใช้แล้วไม่มันมือ ไม่สะใจและอีกมากมายที่คนใช้คีย์บอร์ดเป็นประจำต้องพบเจอ จนบางทีก็พาลให้หงุดหงิดไปหมด วันนี้ Gaming Room มีทางเลือกมาเสนอ ซึ่งก็คือเจ้า Mechanical Keyboard นั้นเอง (ประโยคคุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินตามทีวีเลย)

Mechanical Keyboard คืออะไร?

เป็น Keyboard ที่ประกอบมาจาก Switch ชนิดที่เรียกได้ว่าแยกแบบปุ่มต่อปุ่มเลยทีเดียว ซึ่งจะต่างจาก Keyboard ที่วางขายเป็นส่วนใหญ่ในตลาดอย่างพวก Rubber Dome Keyboard ที่ใช้ยางแผ่นเดียวทั้งแผงคีย์บอร์ด แน่นอนว่า Switch ที่มีกลไกจริง ทั้งการตอบสนอง ความแม่นยำ ความรู้สึกตอนสัมผัส จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างจาก Rubber Dome Keyboard ที่เป็นยางแน่นอน หากใครที่ชอบสัมผัสแบบนี้ วันนี้เรามีข้อควรรู้ก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อมาฝาก

MX Chery switch

1. Switch

ส่วนนี้จะสำคัญมากสำหรับคีย์บอร์ดประเภทนี้ เพราะเป็นเกือบทั้งหมดของทั้งความรู้สึกยามที่ปลายนิ้วของเราสัมผัส กดปุ่มลงไป หรือเสียงที่จะเกิดขึ้นต่อจากนั้น (พูดถึงคีย์บอร์ดอยู่นะ อย่าพึ่งคิดถึงเรื่องอื่น) โดย Switch จะแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ตามที่นิยมใช้กัน (ยึดตาม Cherry MX ที่ผลิตในประเทศเยอรมนี) ดังนี้

*แรงกด 1 กรัมจะเท่ากับ 0.981 เซ็นตินิวตัน (cN)

Cherry MX Black Switch

(ใช้แรงกดประมาณ 60 cN)


Switch ตัวนี้จะชอบความรุนแรง เพราะอาศัยแรงกดค่อนข้างมาก จึงเหมาะกับคนซาดิสม์หรือเกมเมอร์ที่มักจะกดผิดบ่อยๆ เพราะจะช่วยลดความผิดพลาดได้ แต่ตัวนี้จะไม่เหมาะกับคนที่เน้นใช้พิมงาน ยิ่งแบบพิมสัมผัสด้วยแล้ว จะรู้สึกว่าปุ่มนี้มันแข็งเกินไป (o.O) โดย Black Switch จะไม่มีการตอบสนองทั้งเสียงและสัมผัส

Cherry MX Red Switch

(ใช้แรงกดประมาณ 45 cN)


เหมือน Black Switch คือไม่มีการตอบสนองทั้งเสียงและสัมผัส แต่จะใช้แรงในการกดน้อยกว่า ดังนั้นใครชอบ Black แต่คิดว่ามันแข็งไป! ตัวนี้อาจจะน่าสนใจกว่า โดย Switch นี้จะใช้เล่นเกมก็ได้หรือจะพิมงานก็ดีนั้นเอง

Cherry MX Blue Switch

(ใช้แรงกดประมาณ 50 cN)


ตัวนี้จะเร้าใจหน่อยคือจะมีการตอบสนองทั้งทางเสียงและสัมผัส คือเมื่อกดลงไปจะได้ยินเสียง หมายถึงเสียง ‘คลิก’ ของแป้นคีย์บอร์ด แบบที่บางคนชอบกันอ่ะนะ คนที่ใช้งานพิมสัมผัสเป็นส่วนใหญ่น่าจะชอบตัวนี้ ส่วนคนที่ใช้เล่นเกมส์ หากเป็นเกมส์ที่ต้องกดรัวๆ อาจจะตอบสนองไม่ดีเท่าที่ควร เพราะจุด Operating Point (จุดที่ปุ่มเริ่มทำงาน) ห่างกับจุด Reset Point (จุดที่ปุ่มจะรีเซ็ตและรอรับคำสั่งใหม่) มากกว่า Switch ตัวอื่นๆ และข้อเสียอีกอย่างของ Blue คือมีเสียงที่ค่อนข้างดัง ขณะใช้งาน

Cherry MX Brown Switch

(ใช้แรงกดประมาณ 45cN)


สำหรับใครที่ชอบแบบ Blue แต่ว่ามันดังเกินไป ต้องตัวนี้เลย เพราะเหมือน Blue Switch เพียงแต่ลดเสียงลง

แต่นอกจากยี่ห้อนี้แล้วก็ยังมียี่ห้ออื่นอีก เช่น Kailh Switch จากโรงงานในประเทศจีน (Kailh Blue = Cherry MX Blue)Razer Switch คือ Switch ที่ Razer จ้าง Kailh ผลิต และตีตราเป็นของตัวเอง (Razer Green Switch = Kailh Blue ที่ดัดแปลง แรงกดและจุดทำงานเล็กน้อย, Razer Orange Switch = Kailh Brown) เป็นต้น

2. Keycap

เนื่องจากเจ้านี้เป็นตัวที่ใช้ครอบอยู่บน Switch อีกที ดังนั้นวัสดุที่ใช้ทำ Keycap ก็จะมีผลต่อทั้งการทำงานและเสียงสะท้อนของ Switch ที่เราจะได้ยินอีกด้วย โดย Keycaps ถ้าแบ่งตามเนื้อพลาสติกที่ใช้ทำจะแบ่งได้สองประเภทใหญ่ๆ คือ ABS (Acrylonitrile-Butadiene-Styrene), PBT (Polybutylene Terephthalate)

โดย PBT นั้นจะแข็งแรง ทนทานและวัสดุจะสากกว่า ABS อยู่เล็กน้อย ทั้งนี้สามารถเลือกได้ตามความชอบส่วนตัว เพราะแม้ ABS จะแข็งสู้ PBT ไม่ได้ แต่ก็ถือว่าแข็งแรงเพียงพอแล้ว

3. ที่รองข้อมือ

ด้วยความที่ Mechanical Keyboard จะมีลักษณะของแป้นและตัว Keyboard ที่ค่อนข้างสูง การเลือกใช้แบบมีที่รองข้อมือน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า ทั้งนี้เพื่อลดอาการเมื่อยล้าจากการใช้งานติดต่อกันนานๆ

4. ลูกเล่นอื่นๆ

Macro ปรับแต่งปุ่มได้ตามใจชอบ เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้ชุดคำสั่งด้วยการกดเพียงปุ่มเดียว เช่นผู้เล่น RTS, MMO หรือ FPS เป็นต้น

Key Rollover Function อยากจะกดพร้อมกันได้สูงสุดกี่ปุ่มโดยที่คีย์บอร์ดยังรับคำสั่ง

Backlight ไฟส่องสว่าง แฟนตาซีกี่ล้านเฉดสี จะให้อลังการเว่อร์วังแค่ไหน

เหล่านี้ล้วนเลือกได้เลยตามการใช้งานและความชอบของแต่ละคน รวมถึงอื่นๆ เช่นรูปแบบและดีไซน์ที่อยากจะให้ดูไฮดูแพงแค่ไหนก็เลือกเอาตามศรัทธา

ถ้าใครยังไม่รู้จะเริ่มที่ตรงไหน Gaming Room ก็มีวาร์ปมาให้

CM Storm Trigger Z (Blue Switch) ราคา 4,690 บาท

CM Storm Trigger Z

CORSAIR K70 Lux MX (Blue Switch) ราคา 4,890 บาท

CORSAIR K70 Lux Mx

Neolution E-Sport TITAN FULL (Red Switch) ราคา 3,490 บาท

Neolution E-Sport TITAN FULL

เหล่านี้เป็นตัวอย่างอันน้อยนิดของ Mechanical Keyboard ที่มีอยู่มากมายในตลาดเพราะจะหาที่ราคาแพงกว่านี้ก็มี หรือราคาถูกกว่านี้ก็ได้ ที่เลือกมาให้เป็นเพียงราคากลางๆ ที่น่าสนใจเท่านั้น หรือถ้ายังไม่สะใจอาจจะลองสร้าง Mechanical Keyboard ของตัวเองขึ้นมาโดยเฉพาะยังได้เลย (สำหรับคนที่สนใจ)

หลังจากอ่านจบ ขั้นตอนสุดท้ายก็อยู่ที่การตัดสินใจของแต่ละคน เพราะอย่าลืมว่าความชอบและความรู้สึกของแต่ละคนไม่เหมือนกัน สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำนะ

Facebook Comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here