[REVIEW] DETROIT: BECOME HUMAN ความเป็นมนุษย์ ที่ไม่ได้วัดกันแค่เนื้อหนัง

เป็นที่รู้กันว่าเมื่อพูดถึงค่ายพัฒนาเกมอย่าง QUANTIC DREAM แล้วก็คงหนีไม่พ้นเกมแนว INTERACTIVE STORYTELLING ที่ให้อารมณ์เหมือนเรากำลังดูหนังอยู่ ในขณะเดียวกันก็เล่นเกมไปด้วย ดังที่เกมเมอร์หลายคนเคยได้สัมผัสมาแล้วจากเกมอย่าง HEAVY RAIN หรือ BEYOND TWO SOULS และกับผลงานล่าสุดของ QUANTIC DREAM กับเกมดราม่าไซไฟ ที่ให้เราสวมบทบาทเป็นหุ่นแอนดรอย์ในสังคมเมืองดีทรอยด์ยุคอนาคตที่หุ่นยนต์กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของมนุษย์ ผู้คนใช้แรงงานหุ่นเหล่านี้เพื่อความสะดวกสบายในชีวิต แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเหล่าหุ่นยนต์เกิดพัฒนาจิตสำนึกขึ้นมาและต้องการที่จะเป็นอิสระเปรียบเช่นผู้สร้างของพวกมัน

STORY

พล๊อตเรื่องของเกม DETROIT: BECOME HUMAN จะพูดถึงเหตุการณ์ในอนาคตอีกไม่ไกลที่สถานการณ์โลกก็เกิดความไม่เสถียรทางการเมืองระหว่างสหรัฐอเมริกา กับรัสเซีย, จีนที่กำลังแข่งขันเป็นที่หนึ่งด้านเทคโนโลยีแอน-
ดรอย์ และเมืองดีทรอยด์ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองต้นกำเนิดจักรกลอัจฉริยะนี้ก็กำลังจะกลายเป็นสมรภูมิความขัดแย้งระหว่าง 2 เผ่าพันธุ์ บอกเล่าผ่านมุมมองของแอนดรอย์ทั้ง 3 ตัวที่มีภารกิจและต้องพบเจอเหตุการณ์แตกต่างกันไป คือ CONNOR, MARKUS และ KARA ที่อาจจะมีโอกาสมาพบเจอกันได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับการดำเนินเรื่องที่เกิดจากการตัดสินใจของผู้เล่นครับ

CONNOR – จักรกลยอดนักสืบ

ขอแนะนำ TERMINATOR ประจำเกมนี้ CONNOR!!

ระหว่างที่สถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศกำลังคุกกรุ่น เมืองดีทรอยด์สุดไฮเทคก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดที่หุ่นแอนดรอย์จำนวนหนึ่งเริ่มมีพฤติกรรมของ “DEVIANT” หรือแอนดรอย์ที่มีความผิดปกติในการรับคำสั่ง และแสดงพฤติกรรมที่คาดเดายาก บางส่วนวันดีคืนดีก็หายตัวไปเฉยๆ บางส่วนทำลายข้าวของ หรือแม้แต่ทำร้ายผู้เป็นนายของมันก็มีเกิดบ่อยขึ้นเรื่อยๆ CYBERLIFE บริษัทที่เป็นผู้สร้างและให้กำเนิดแอนดรอย์จึงส่ง CONNOR ซึ่งเป็นหุ่นนักสืบรุ่นล่าสุดมาช่วยตำรวจในการหาสาเหตุของความผิดปกตินี้และแก้ไขมันให้ได้

สืบจากศพ จิตไม่แข็งทำใจนิดนึงนะ

เนื่องจาก CONNOR เป็นหุ่นนักสืบดังนั้นการดำเนินเรื่องจะเหมือนกับหนังสืบสวนสอบสวน ที่เราจะต้องมีการเข้าดูสถานที่เกิดเหตุ, รวบรวมหลักฐาน, สืบเค้นพยาน ก่อนจะสรุปคดีออกมาเป็นสมมุติฐานเพื่อไปให้ถึงคำตอบที่ถูกต้อง ซึ่งตรงนี้จะออกแนวคล้ายๆโคนันหน่อยตรงที่ CONNOR ด้วยความที่เป็นแอนดรอย์จึงมีของเล่นอย่างอุปกรณ์สแกนหรือฟังค์ชั่นทำ SIMULATION จำลองสถานการณ์เพื่อช่วยหาเบาะแสต่างๆ อีกทั้งในบางจังหวะเรายังต้องมีการไล่กวดหรือการเผชิญหน้ากับผู้ร้าย ที่ทั้งตื่นเต้นทั้งระทึกครับ

เมื่อแอนดรอย์จับคู่กับมนุษย์ ความป่วนก็บังเกิด

ส่วนตัวผู้เขียนชอบเนื้อเรื่องของ CONNOR มากด้วยเพราะความชอบส่วนตัวในแนวสืบสวนอยู่แล้วบวกกับการตัดสินใจต่างๆในเนื้อเรื่องส่วนนี้ที่หนักไปทางการวิเคราะห์ตามตรรกะมากกว่าใช้อารมณ์ตัดสินใจ บวกกับคาแร็คเตอร์ของ CONNOR เองที่ให้อารมณ์หุ่นยนต์จริงจัง, (ขวานผ่าซาก) ตรงไปตรงมา และไดนามิคระหว่าง PARTNER ตำรวจมนุษย์ที่ CONNOR ต้องทำงานด้วยที่ก็จะมีจังหวะดราม่าจัดๆจนถึงช่วงตลกโปกฮาสไตล์ GOOD COP BAD COP ที่ผมรู้สึกว่าทำได้ดีมากครับ

MARKUS – เพื่อรักและอิสรภาพ

จากคนรับใช้ธรรมดา…

ในบ้านของนักจิตรกรชื่อดังก็มีหุ่นแอนดรอย์คนรับใช้นาม MARKUS ที่ใช้ชีวิตวันๆหนึ่งกับการรับใช้เจ้านายทำหน้าที่จับจ่ายซื้อของ แตกต่างก็ตรงที่ว่าในขณะที่แอนดรอย์ส่วนใหญ่ในสังคมมักถูกมนุษย์มองว่าเป็นเครื่องมือไว้ใช้สอยเพื่อความสะดวก จิตรกรเจ้านายของเขานั้นกลับปฎิบัติกับเขาเสมือนกับเป็นลูกชายคนหนึ่ง แต่แล้วเหตุการณ์ร้ายๆก็เกิดขึ้นทำให้เขาต้องระหกระเหินถูกเขี่ยทิ้งเหมือนเศษเหล็ก นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้แอนดรอย์คนงานนี้เห็นถึงความไม่ยุติธรรมในสังคมและลุกขึ้นเพื่อทวงคืนอิสระภาพของเผ่าพันธุ์แอนดรอย์

เนื้อเรื่องของ MARKUS เราจะเล่นเป็นนักสู้เพื่ออิสระภาพ รวบรวมพรรคพวก, ตัดสินใจและวางแผนการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ การเลือกเส้นทางของเราว่าจะแสดงออกอย่างสันติหรือหัวรุนแรงจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของแอนดรอย์ในสายตาของมนุษย์ และแน่นอนว่าในกลุ่มเพื่อนฝูงแอนดรอย์เราก็มีการแบ่งเป็นฝ่ายที่ต้องการให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างละมุนละม่อมกับฝ่ายที่โครตหัวรุนแรง ยิงก่อนค่อยพูดทีหลัง อนาคตของแอนดรอย์จะเดินไปทางไหน และสุดท้ายความสัมพันธ์ระหว่างหุ่นยนต์กับมนุษย์จะจบลงเช่นไร เราเป็นผู้ตัดสินใจครับ

เกิดใหม่เป็นนักสู้เพื่ออิสรภาพ

ส่วนตัวผมคิดว่าผู้พัฒนาเขียนให้เนื้อเรื่องของ MARKUS เป็นแกนหลักในการดำเนินเรื่องที่ถือว่าทำได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะเรื่องของการตัดสินใจในการกระทำต่างๆที่เรียกได้ว่าส่งผลกระทบแบบ BUTTERFLY EFFECT ต่อเหตุ
การณ์ต่อๆไปในเกมเป็นอย่างมาก เนื้อเรื่องช่วงแรกๆที่เป็นการปูเรื่องตัวละครอาจจะดูน่าเบื่อไปสักนิดแต่เมื่อเข้าช่วงหลัง ที่เริ่มเข้มข้นแล้ว ฉากแต่ละฉากนั้นดูทรงพลัง และทำให้ผมรู้สึกขนลุกหลายต่อหลายครั้งเลยครับ

KARA – สัมพันธ์และครอบครัว

เนื้อเรื่องของ KARA เราจะต้องดูแลเด็กสาวไปด้วย

เมื่อสังคมดีทรอย์ความสัมพันธ์ของมนุษย์และแอนดรอย์กำลังถึงจุดพิสูจน์ ณ มุมเล็กๆของเมืองก็เป็นจุดเริ่มต้นของแอนดรอย์แม่บ้านตัวหนึ่งที่ต้องคอยรับใช้เจ้านายพ่อลูกติด ที่ทั้งไม่เอาไหน, โมโหง่าย และขี้เหล้า ในครอบครัวที่ไม่สมประกอบนี้เราจึงกลายเป็นคน (ตัว?) เดียวที่สามารถให้ความอบอุ่นแก่เด็กสาว ALICE และปกป้องเธอจากความโหดร้ายในสังคมที่เต็มไปด้วยอันตรายนี้

เนื้อเรื่องของ KARA นั้นจะเป็นหนังดราม่าชีวิตแบบใส่เต็มที่ครับ ในขณะที่สองหนุ่มแอนดรอย์ CONNOR และ MARKUS ได้คิวแอคชั่นหนักๆไป เนื้อเรื่องของ KARA (และ ALICE) จะเล่าผ่านมุมมองของแอนดรอย์สาวและเด็กตัวเล็กๆที่ต้องเอาตัวรอดท่ามกลางความวุ่นวายที่เกิดขึ้น โดยเน้นที่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และแอนดรอย์ที่ผูกกันด้วยความเชื่อใจสานกันกลายเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน แม้ว่าจุดกำเนิดจะไม่เหมือนกันก็ตาม

ความรักของครอบครัวต่างสายพันธุ์

ส่วนตัวผมชอบเนื้อเรื่องของ KARA เป็นลำดับสองแม้จะไม่ได้ชอบแนวดราม่าเป็นการส่วนตัว แต่ชอบที่เนื้อเรื่องส่วนนี้มองลึกถึงตัวบุคคลมากกว่า มุมมองของตำรวจ (CONNOR) หรือมุมมองของกลุ่มต่อต้าน (MARKUS) ซึ่งช่วยในเรื่องของเกมเพลย์ที่เน้นเรื่องความสัมพันธ์กับเด็กสาว ALICE ให้เราคอยระลึกเสมอว่าการตัดสินใจบางอย่างนั้นดีหรือไม่ และสุดท้ายเมื่อสถานการณ์จวนตัว เราจะเลือกอะไรระหว่างการเอาตัวรอดกับมนุษยธรรม (แอนดรอยธรรม?)

GAMEPLAY

หากใครเคยเล่นเกมของค่าย QUANTIC DREAM แล้วคงจะรู้ว่า “เกมเพลย์” เป็นอะไรที่พูดยากสักหน่อยเพราะ 90% ของเกม DETROIT BECOME HUMAN คือคัตซีนครับ อีก 10% ที่เหลือคือตัวเลือกสำหรับการ INTERACTION กับอะไรต่างๆในเกม, เดินไปเดินมานิดหน่อย,ตัวเลือกตัดสินใจที่ให้เราเลือกกดจากปุ่มสัญลักษณ์ และก็ QUICK TIME EVENT (QTE) ในสถานการณ์ต่างๆในเกม ซึ่งก็เข้ากับแนวเกมที่ทางค่ายว่าเป็น INTERACTIVE MOVIE ดีเหมือนกัน เรื่องการบังคับต่างๆก็ทำได้ลื่นไหลขึ้นมากหากเทียบกับผลงานเก่าของค่ายนี้อย่าง HEAVY RAIN ที่การบังคับค่อนข้างจะแข็งๆ ซึ่งในเกมนี้ผมไม่รู้สึกอย่างนั้นเลย

ตอนสอบปากคำผู้ต้องหา ที่ให้ความรู้สึกกดดันดี

หากถามว่าการนั่งดูคัตซีนจะทำให้เกมน่าเบื่อไหม? เปล่าเลยครับ กลับกันมันช่วยเพิ่มความ “ต่อเนื่อง” ของการเล่าเรื่องได้ดีมาก เพราะส่วนตัวผมคิดว่ามันปัญหาเรื่องภารกิจจิปาถะหรืออะไรพวกนี้ที่เราต้องทำในเกมที่เราต้อง “เล่น” จริงๆออกไปและให้เราได้สัมผัสประสบการณ์เล่าเนื้อเรื่องได้อย่างเต็มที่ไม่ติดขัด ดังนั้นเวลาเล่นเกมนี้ ให้อย่าคิดว่าเล่นเกมครับ ไปเอาป๊อบคอร์นกับเครื่องดื่มมาวางไว้ข้างๆ แล้วคิดว่ากำลังดูภาพยนต์ที่เราสามารถบังคับตัวละครในนั้นได้ละกัน

ATMOSPHERE

ในเกมใช้เมือง DETROIT ในโลกอนาคตเป็นฉากหลัง ส่วนตัวผู้เขียนไม่เคยไปเมืองดีทอรยด์เลยไม่รู้ว่าความ “เหมือน” ของในเกมกับเมืองในโลกความเป็นจริงนั้นมากน้อยขนาดไหน แต่ว่าบอกได้แค่นี้ครับว่า ผู้พัฒนาจริงจังกับการสร้างเมืองในเกมนี้ให้มีความสวย และดูมีชีวิตชีวามากทีเดียว เรื่องแสงสี, เงา แม้แต่รายละเอียดเล็กๆก็ถือว่าทำออกมาได้ดูดีทีเดียว เห็นได้ชัดเลยคือกราฟฟิคน้ำในเกมที่ดูเหมือนค่าย QUANTIC DREAM จะเจียระไนฝีมือจนโปรแล้วจากเกม HEAVY RAIN เพราะมันดูน้ำเป็นน้ำจริงๆ ยิ่งฉากที่ฝนตกหนักๆนี่ผมนึกว่ากำลังเล่นฉากในเกม HEAVY RAIN แบบ 4K อยู่ซะอีก

MOTION-CAPTURE

ผมบอกไปแล้วว่าเกมนี้ 90% เป็นคัตซีนซะส่วนใหญ่ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่เราขาดไปไม่ได้เลยก็คือ “หนังหน้าตัวละคร” ที่เราต้องมองอยู่เกือบตลอดการเล่นเกม อันที่จริงเกมปัจจุบันการใช้นักแสดงจริงๆทำ MO-CAP เพื่อให้ตัวละครแสดงอารมณ์ในเกมอย่างสมจริงๆก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่พอมาผสมกับสไตล์การเล่าเรื่องแบบ INTERACTIVE อย่างเกม DETROIT BECOME HUMAN แล้วผลลัพธ์ที่ได้คือ “ความอิน” ในการเสพเนื้อเรื่องครับ เพราะเราไม่ได้รู้สึกว่าดูภาพ 3D ไร้ชีวิตพูดโต้ตอบกัน แต่กำลังดู คน (หรือแอนดรอย์) จริงๆที่มีการแสดงอารมณ์ทางสีหน้าจริงๆพูดคุยกัน และหลายครั้งมันก็ทำให้ผมอินจริงๆจนลืมกด QTE ที่ตามมาจนเกือบพลาดไปหลายครั้งอยู่เหมือนกัน (ฮา)

CHLOE ที่คอยมาต้อนรับเราหน้า MENU หลัก

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากชมเลยคือตัวแอนดรอย์ CHLOE หรือก็คือแอนดรอย์สาวผมบลอนด์ที่มาต้อนรับเราที่หน้า MAIN MENU น่ะแหละครับ นอกจากจะน่าหลงไหล, ดูมีชีวิตจนหลายครั้งผมวางจอยเพื่อนั่งดู CHLOE ทำอากัปกริยาต่างๆอยู่พักหนึ่งเลย ยังมีกิมมิคเล็กๆที่ CHLOE จะมาถามคำถามหรือพูดคุยกับเราก่อนเราเข้าเกม หรือหลังเราออกจากเกมมาด้วย เท่าที่ผมเจอก็จะมีการตั้งคำถามแบบสอบถาม เช่น อยากได้แอนดรอย์เป็นแฟนไหม?, คิดว่าแอนดรอย์จะใช้ชีวิตสงบสุขได้ไหม ฯลฯ ซึ่งผมเองก็ไม่แน่ใจว่ายังมีอีกไหม แต่คาดว่าคำถามของ CHLOE นั้นจะขึ้นอยู่กับว่าเราอยู่ในช่วงไหนของเกมครับ อันนี้ก็ต้องให้เหล่าเกมเมอร์ช่วยกันค้นหาต่อไป

BUTTERFLY EFFECT

ความเป็นไปได้ที่หลากหลายในเกมนี้ รอให้ค้นหา

เกม DETROIT: BECOME HUMAN การตัดสินใจและการกระทำของผู้เล่นจะมีผลกระทบต่อความเป็นไปได้ในสถานการณ์ต่อๆไปในอนาคต แต่ละตัวละครจะมีเส้นทางที่ไม่เหมือนกัน และจะมีจุดสิ้นสุดเช่นไร มีการมาพบบรรจบกันแค่ไหนก็แล้วแต่ผู้เล่นแต่ละคน ส่วนตัวผู้เขียนได้เล่นจนจบไป 1 รอบกับระยะเวลากว่า 10+ ชม. แล้วก็ยังพบว่ายังมีความเป็นไปได้อีกมากที่ยังไม่ถูกค้นพบ รอให้ทำการค้นหาจะด้วยการเล่นใหม่อีกรอบหรือการเลือก CHAPTER SELECT ก็ได้ แต่โดยสรุปแล้วการนำทฤษฎีผีเสื้อกระผือปีกมาใช้กับเกมนี้ช่วยสร้างความแตกต่าง, หลากหลายให้กับการเล่นรอบต่อๆไปทำให้รู้สึกไม่เบื่อเลยครับ

CONCLUSION

DETROIT: BECOME HUMAN ค่าย QUANTIC DREAM คงอยากให้เป็นผลงานเกมที่ดีที่สุดที่เคยทำมา แล้วผมก็เห็นด้วยว่านี่อาจจะเป็นเกม INTERACTIVE เกมหนึ่งที่ดีที่สุดที่ค่ายนี้เคยทำและดีที่สุดผมเคยเล่นมาเลย สำหรับเกมเมอร์ที่ชื่นชอบเกมแนวนี้อยู่แล้วนี่คือเกมที่พลาดไม่ได้เป็นอย่างยิ่ง และสำหรับคนที่ไม่เคยเล่นเกมแนวนี้ก็ตาม ความสนุกในการเล่าเรื่องนี้ก็เข้มข้นน่าติดตามไม่แพ้ภาพยนต์เกรด A หรือซีรี่ย์ดังๆที่จะทำให้คุณติดหนึบอยู่หน้าทีวีและลุ้นไปกับการผจญภัยของเหล่าแอนดรอย์ครับ

Facebook Comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here