[Review] God of War – หากคุณยังไม่ตัดสินใจซื้อ – หนึ่งในเกมที่ดีที่สุดของ PS4!!

รีวิวนี้อาจจะไม่จำเป็นสำหรับแฟนๆเกมซีรี่ย์ God of War เพราะทั้งกระแสและคะแนนรีวิวจะเวปอื่นๆทำให้เป็นการตัดสินใจไม่ยาก และถ้าคุณมี PS4 อยู่แล้วเกมนี้ก็เป็นเกมที่คู่ควรกับเครื่องคอนโซลของคุณ แต่!!!! เกมนี้อาจจะไม่เหมาะกับคุณถ้าหากคุณไม่ชอบเกม Action แนวโหดๆเลือดสาด และไม่ชอบเนื้อเรื่องดีๆเกี่ยวกับพ่อและลูก หรือไม่ชอบนิยายของ Norse (ตำนานไวกิ้ง ประมาณนั่น) (แบบชอบกด skip ตอน cut scenes) หรือไม่ชอบผู้ชายหัวโล้น ก็ไม่ควรซื้อเกมนี้

God of War
ไม่ใช่โล้น โมโหล้างบางอีกต่อไป

ไม่มีสปอย!!!

ผมไม่อยากจะลงรายละเอียดอะไรมากเพราะเกม God of War เป็นเกมที่รู้สึกว่าสมบูรณ์แบบในหลายๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมพระเอก Kratos ของเรา หรือเนื้อเรื่องที่ออกแนวซีเรียสและมีความเป็นมนุษย์กว่าภาคก่อนๆ (ไม่ใช่เป็นพระเอกโล้น โมโหล้างบาง)

ดำเนินเรื่องต่างจากภาคก่อนๆมาก

เราเริ่มเรื่องเป็นเวลาหลายปีจากภาคก่อน เห็นได้ชัดว่า Kratos แก่ลงไปเยอะ และที่รู้กันอยู่ว่าภาคนี้เล่นกับตำนานของ Norse แทนที่จะเป็น Greek Mythology (ก็เพราะพระเอกเราฆ่าไม่เหลืออะไรแล้วอ่ะนะ) ซึ่งเนื้อเรื่องเริ่มหลังจากที่ภรรยาของ Kratos ตายและเรากับลูก Atreus กำลังจะออกเดินทางเพื่อเอาอัฐิไปโปรยบนยอดเขา และแต่ที่สำคัญ การเดินทางครั้งนี้มีลูกชายของเรามาช่วยเราด้วย (ซึ่งตอนแรกจะออกเป็นเหมือนภาระมากกว่าจะมาช่วย!) คำถามแรกๆของเกมเมอร์หลายๆคนคงเป็น “ใครเป็นแม่?!!” ซึ่งก็คงต้องไปเล่นเอาเองถ้าอยากรู้

อะไรที่แตกต่าง?

แต่ก็ต้องบอกไว้ก่อนว่าเกม God of War มีการปรับเปลี่ยน Gameplay จากภาคก่อนเยอะมาก เหมือนเริ่มต้นใหม่เลยก็ว่าได้ ซึ่งต้องนับถือทีมงานที่ตัดสินใจโละระบบเก่าๆออกเพราะมันทำให้เกมนี้กลายเป็นเกมที่ดูมีคุณค่ามากขึ้นไปอีก และก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ชื่อเกมนี้ไม่มีตัวเลขแม้ว่าเนื้อเรื่องจะต่อมาจากภาค 3 ก็ตาม (มันควรจะเป็น God of War IV อ่ะเนอะ)

อย่างแรกเลยก็คืออาวุธของ Kratos เปลี่ยนจากดาบคู่ติดโซ่ที่ติดตัวพระเอกมาตั้งแต่ภาคแรกกลายมาเป็นขวาน Leviathan แทน ซึ่งพอผมได้เล่นแล้ว รู้สึกว่าเป็นอาวุธที่เท่และเหมาะมาก โดยเฉพาะความสามารถที่ขว้างขวานไปแล้วเรียกกลับมาได้เหมือนค้อน Mjölnir ของ Thor นอกจากนั้นระหว่างที่เรามือเปล่าแทนที่เราจะทำความเสียหายให้กับศัตรู เราจะเพิ่ม stun gauge ของศัตรูแทน และเมื่อเต็ม เราสามารถใช้ท่า “finisher” กับศัตรูได้ (กด R3 เมื่อศัตรูมึน) ช่วงแรกๆก็สนุกดี แต่เสียดายที่ศัตรูแต่ละชนิดมีท่าอยู่ท่าเดียว พอเห็นบ่อยๆก็เลยเริ่มเบื่อ

เริ่มต้นเราจะสามารถทำ combo โดยสลับการโจมตีระหว่าง Light กับ Heavy เท่านั้น แต่พอเก็บ xp ได้ เราก็จะสามารถปลดล็อคท่าต่างๆ เพิ่มความลึกซึ้งของ combat ไปได้อีก

อีกอย่างที่รู้สึกตั้งแต่แรกก็คือเราไม่มีปุ่มกระโดด ซึ่งทำให้ตัวละครเรา “ติดดิน” มากขึ้น (แต่เราก็ยังทำ air combo ได้อยู่นะ)

มุมกล้องเปลี่ยนเป็นเรื่องที่ดี!

สิ่งที่เปลี่ยนไปที่เห็นได้ชัดก็จะเป็นมุมกล้องที่ไม่ได้ยึดในแต่ละฉาก แต่กลายเป็นแนว Third Person ใกล้ๆตัวละครแทน ซึ่งตอนแรกก็ไม่ได้รู้สึกมีผลมากนักจนกระทั่งเจอบอส มันทำให้เรารู้สึกถึงความอลังการของบอสแต่ละตัวพร้อมทำให้เรารู้สึกเหมือนผจญภัยไปพร้อม Kratos จริงๆ

เด่นที่สุดไม่ใช่เนื้อเรื่อง!

การดำเนินเนื้อเรื่องก็เป็นอีกอย่างที่ผมอยากจะพูดถึง เพราะน่าจะเป็นจุดเด่นที่สุดของเกม นั่นก็คือความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูก Kratos และ Atreus ในขณะที่ช่วงต้นก็เรื่อง Kratos เหมือนยังไม่พร้อมที่จะรับความรับผิดชอบของการสอนลูกเต็มที่ (ส่วนใหญ่แม่สอน) เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของของความสัมพันธ์นี้ โดยระบบในเกมต่างๆ อย่างเช่นการ upgrade ไอเทมก็ถูกสานเข้าไปเพื่อช่วยในการดำเนินเนื้อเรื่องด้วย ยิ่งเราปลดสกิลต่างๆของ Atreus มากขึ้น เราก็เริ่มรู้สึกว่าสามารถพึ่งพาลูกตัวเองได้ในการต่อสู้ต่างๆได้มากตามไป

สุดท้ายที่อยากจะพูดก็คงเป็นเรื่องของกราฟฟิคและโลกใหม่ของ Kratos ตอนแรกที่ผมเห็น Trailer ก็นึกว่าจะมีแต่หิมะ แต่ไม่เลย! เราได้สามารถสัมผัส environment ต่างๆและทีมงานก็ใส่ใจทุกรายละเอียดสมเป็นเกม AAA ที่เรารอคอยกันมาจริงๆ

ข้อติ

เกมที่ดีขนาดนี้แต่ก็ไม่ใช่เพอเฟคทุกอย่าง สิ่งนึงที่ผมรู้สึกว่าอาจปรับปรุงได้คงจะดีมากกว่านี้ อย่างเช่น ถ้าผมไม่ต้องหา Rune ตัวเพื่อเปิดหีบครั้งที่ 500 ผมจะตื่นเต้นกับการหาหีบมากกว่านี้ และหลายๆครั้งรู้สึกว่าย้อนกลับไปกลับมาเยอะไปหน่อย เรื่องอัพเกรดของก็รู้สึกว่าเยอะเกินไปนิดนึง บางครั้งทำให้ผม “หลุด” ออกมาจากเนื้อเรื่อง และสุดท้าย animation ของการฆ่าศัตรูถ้ามีการแตกต่างไปมากกว่านี้มันจะเยี่ยมมากเลยครับ ถึง

God of War
พอเถอะ ไม่หาแล้ว!

สรุป

นี่เป็นก้าวที่สำคัญของเกมซีรี่ย์ God of War ซึ่งก็ถูกถ้าแฟนๆหลายคนบอกว่านี่ไม่ใช่ God of War เพราะมันดีกว่ามาก! ทั้งเนื้อเรื่องและตัวละครที่มีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้นที่มีความซับซ้อนและลึกซึ้ง บวกกับ gameplay ที่กลมกลืน และกับราคา 1,890 บาทบอกเลยว่าคุ้มมาก เพราะเกมนี้ใหญ่กว่าที่คิด ข้อเสียต่างๆที่ว่าไปมันก็เล็กมากสำหรับเกมที่ดีขนาดนี้

Facebook Comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here