เกม Steep ผลิตโดยทีมงาน Ubisoft ออกมาเมื่อปลายปีที่แล้ว (2 ธันวาคม 2016) เกมนี้น่าสนใจมากสำหรับคนที่เล่น Extreme Sport อยู่แล้ว และที่สำคัญช่วงหลังๆ เกมที่เกี่ยวกับ Extreme Sport แทบจะไม่มีเลย (มีอีกเกมนึงที่คล้ายกันที่ออกมา 2 เดือนก่อนชื่อว่า “Mark McMorris Infinite Air”) โดยเกมนี้จะต่างกับเกม Snowboard อื่นๆเช่น SSX ที่ออกแนว Arcade มากกว่า เกม Steep ที่ให้ความสำคัญกับความสมจริงกว่าเกมเหล่านั้นแต่ก็ยังมีความเป็นเกมอยู่ ไม่ทำให้ยากเกินไป

เกม Steep เป็นเกมแรกที่ผมรู้สึกเหมือนว่าได้ไปอยู่บนภูเขาจริงๆ (มีการเลียนแบบของสถานที่จริงจากเทือกเขา Alps และ ที่อื่นๆอย่างเช่น Mont Blanc หรือ Matterhorn ที่ Zermat ประเทศ Switzerland) ความรู้สึกของการที่เราเล่น Snowboard ลงจากเขาหลังจากที่หิมะเพิ่งตกก็ทำให้รู้สึกสมจริงมากที่สุดเท่าที่ผมเคยเล่นมา เกมนี้เน้นความเป็นอิสระและมีการ “สะดุด” ให้น้อยที่สุด (อย่างเช่นอยากเริ่มการแข่งขันใหม่ก็แค่กดปุ่มเดียว)

สิ่งที่แตกต่างจากเกมกีฬา Extreme อื่นๆ (อย่างเช่น SSX) คือเกมนี้ออกเป็นแนว Open World และเราสามารถเล่นของเราคนเดียว (Free-riding) หรือทำ event โดยวิ่งไปเริ่มที่จุดเริ่มของ Challenge แต่ละอันตามที่ต่างๆบนเทือกเขา ผู้เล่นสามารถเลือกว่าจะใช้ Snowboard, Ski, Paragliding หรือ Wing Suit ก็ได้

เกมนี้สนุกมากคือการที่เราได้กระโดดโลดโผนตามใจชอบ ไอ้ตัวเราก็อึดเหมือน Wolverine มาเล่นเอง คือว่าตกภูเขา 300 เมตรแล้วไม่ตาย! การที่ทำ Trick แล้วลงสำเร็จเป็นความรู้สึกที่ดีมาก ครั้งแรกที่หมุนตีลังกา 720 องศาได้ครั้งผมถึงกับร้องว้าวออกมา ซึ่งเหมือนเป็นการตอบโจทย์ของคนเล่นกีฬาพวกนี้แต่ไม่กล้าทำจริง (ก็เราไม่ได้ Pro ขนาดนั้น แถมยิ่งแก่ก็ยิ่งขี้กลัวมากขึ้นเวลาได้ไปเล่นจริง!)

การทำ Trick เป็นเรื่องง่ายแต่ถ้าจะทำอย่างที่ตัวเองต้องการได้ ก็ต้องใช้ความสามารถบวกกับโชคนิดนึง (กะจะกระโดดจับบอร์ดแล้วหมุน กลายไปเป็นตีลังกาไปซะ!) แต่ข้อเสียของเกมนี้ก็คือทุกที่ของภูเขาดันรู้สึกคล้ายกัน สักพักก็จะเริ่มจำเจ ไม่ว่าจะเป็น Challenge ต่างๆ สิ่งเดียวที่ทำให้รู้สึกอยากจะผจญภัยไปที่ต่างๆ คือสิ่งที่ทีมงานเอาเข้ามาใส่ นั่นก็คือ “Mountain Stories” ซึ่งเป็นสิ่งแปลกต่างๆ ที่แอบซ่อนอยู่ในเทือกเขานี้ ไม่ว่าจะเป็นต้นสนที่ร้องเพลงได้ (โดยการที่จะหาเจอคือ เราต้องวิ่งพุ่งชนระฆังของโบสถ์?!!) ซึ่งก็จะมีคนมาบรรยายถึงเรื่องเหล่านี้ให้เราฟังเพื่อเพิ่มอรรถรสของการผจญภัยมากขึ้นไปอีก สิ่งนึงที่ทำให้รู้สึกว่าไม่เหมือนจริงคือการ Snowboard/ski ขึ้นเนิน รู้สึกว่าตัวละครเราเสีย momentum เร็วเกินไปและทำให้การ trekking ข้าวภูเขาเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากด้วย

สิ่งที่รู้สึกทำให้เกมนี้เจ๋งจริงคือการร่วมมือกับบริษัท GoPro อย่างจริงจัง และหนึ่งในความสนุกของเกมนี้คือการที่เราสามารถเก็บคลิปหรือรูปของ Trick ที่เราทำสำเร็จมาได้ ซึ่งจากการร่วมมือของ GoPro ทำให้เราอัดเก็บ ไม่ว่าจะเป็นแบบ 3rd Person หรือ 1st Person ก็ได้ และวีดีโอที่ออกมาเหมือนกับที่ถ่ายจาก GoPro จริงๆ!

ใช้โหมด Record เก็บวีดีโอเท่ห์แบบนี้ได้ด้วยนะ!!

แต่สุดท้ายแล้ว Steep ก็ยังไม่ใช่เกมที่ตอบโจทย์ทุกอย่าง เกมนี้ยังขาดหลายๆอย่างที่ทำให้เป็นเกม Extreme Sport อย่างแท้จริงเพราะว่ายังขาดหลายๆ ปัจจัยอยู่ อย่างเช่นการมี Snow Park ที่เพียบพร้อมกว่านี้ (อย่างเช่น Half-Pipe แบบใหญ่) และอีกเรื่องที่รู้สึกว่าเป็นปัญหากับเกมของค่าย Ubisoft ทุกเกม ก็คือปัญหาเกี่ยวกับ Server บ่อยครั้งที่ผมเล่นอยู่แล้ว Server หลุด ทำให้เกมต้องเริ่มใหม่เพราะตัว DRM ที่ต้อง “Always Online” ตลอด

ส่วนเรื่องของแฟชั่นเนี่ย ใครที่เลยไปเล่น Ski/Snowboard คงจะรู้ว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก!! ต้องสีฉูดฉาดเข้าไว้ และทีมงานก็เข้าใจในจุดนี้ เราจึงสามารถ Customise ทั้งการแต่งตัวและมีอุปกรณ์ มีของแปลกๆหลายอย่างให้เลือก ถึงแม้ว่าจะมียี่ห้ออย่างเช่น The North Face แต่ก็ยังรู้สึกว่าขาด Sponsor ใหญ่หลายๆเจ้า อย่างเช่น Burton หรือ Rome ที่จะทำให้เกมนี้ดีขึ้นกว่านี้

เกม Steep เป็นเกมที่สนุกมากและเหมาะกับคนที่ชอบ Winter Extreme Sport แต่ก็ไม่ใช่เกมที่เพอร์เฟ็คเพราะปัจจัยของเกม Snowboard ที่ยังไม่ครบ และปัญหาของ Server ที่ไม่เสถียร แต่สิ่งที่เกมนี้ทำได้ดีก็คือ เกมนี้ให้ความรู้สึกสมจริงแต่ก็ยังคงความเป็น “เกม” อยู่  ไว้เล่นพอแก้ขัดเวลาที่ผมอยากไปเล่น Snowboard จริงๆ โดยเฉพาะในหน้าร้อนแบบนี้

Facebook Comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here